ข่าว
100 year

'วีเจตะแง้ว' หันหลังทางโลกมุ่งสู่ทางธรรม ปัดตกอับจนต้องหนีบวช

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ค. 2557 21:30 น.
SHARE

วีเจตะแง้ว อดีตวีเจชื่อดังช่องชาแนลวี หลังหมดสัญญากับทางช่องก็หันหลังให้กับทางโลกมุ่งสู่ทางธรรม ปัดตกอับมีปัญหาชีวิตจนต้องหนีไปบวช บอกตนเองเห็นชีวิตและเข้าใจสัจธรรมมนุษย์ วางแผนในอนาคตถ้ามีโอกาสในวงการบันเทิงอีกครั้ง อยากทำรายการเกี่ยวกับธรรมะ...

หายหน้าไปจากวงการบันเทิงไปนานร่วม 10 ปี ปล่อยให้เด็กรุ่นหลังแจ้งเกิดกันไปหลายคน สำหรับ วีเจตะแง้ว-บุษบา มหัตถพงศ์ ที่หลังจากเจ้าตัวสินใจลาออกจากชาแนลวี เพราะหมดสัญญากับทางช่อง จึงได้หันไปทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนปริญญาโท พร้อมกับมุ่งหน้าศึกษาธรรมอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้เจอวีเจตะแง้วมาบันทึกเทปรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ที่สตูดิโอช่อง 2 ลาดพร้าว 15 เจ้าตัวก็มาพร้อมกับชุดนุ่งขาวห่มขาวทั้งตัว พร้อมกับให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่ไปบวช และยืนยันว่าชีวิตไม่ได้ตกอับถึงขั้นหนีบวชแต่อย่างใด

"ก็ขอย้อนนิดหนึ่งว่าพี่หายไปตั้งแต่ปี 48 หลังจากที่พี่หมดสัญญากับงานวีเจ พี่ก็กลับไปเรียนปริญญาโทต่อเพราะว่าสอบชิงทุนได้ แล้วช่วงเวลาที่เรียนทางโลกพี่ก็เรียนทางธรรมไปด้วย ก็ฝึกนั่งสมาธิ ช่วงนั้นก็เลยหายไปค่ะ เหตุผลที่เรียนทางธรรมเพราะตอนนั้นพี่เรียนเศรษฐศาสตร์แล้วเราเรียนอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องอาจจะเป็นเพราะเมื่อก่อนเป็นคนที่ค่อนข้างไฮเปอร์ คือเมื่อก่อนเราไม่นิ่งแบบนี้หรอกนะก็เลยไปฝึกนั่งสมาธิ พอนั่งแล้วก็รู้สึกดี มันทำให้ผลการเรียนเราดีขึ้นก็เลยปฏิบัติต่อเนื่องยาวมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ" เราไปนั่งสมาธิกับครูคนไหน? "ส่วนใหญ่จะนั่งสมาธิที่วัดธรรมมงคล แต่ว่าพี่เรียนอยู่สาขา 4 คือวัดสิริกมลาวาส ก็ในกรุงเทพฯนี่แหละค่ะ หลังจากนั้นพอจบหลักสูตร 6 เดือนแล้วครูสมาธิเขาจะต้องไปธุดงค์กับพระอาจารย์ที่เชียงใหม่ ก็พอเรียนจบพี่ก็เข้าป่าไปปฏิบัติธรรมเลยอาจจะเป็นเพราะตรงนี้ที่ทำให้หายเงียบไปเลย" หลายคนมองว่าเราทิ้งวงการไปเลย? "ถามว่าทิ้งไหมจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ว่าหายจากวงการเลยนะ คือหน้าอาจจะหายในฐานะวีเจแต่ก็มีแวะเวียนไปทางแชนแนลวีในฐานะรุ่นพี่บ้างทุกปี แต่ว่าเสียงไม่หายเพราะว่าพี่ยังมีงานกับคลื่นต่างๆ ในสมัยก่อนซึ่งเป็นเสียงทั้งนั้นเลยคนก็เลยไม่รู้ อย่างงานล่าสุดเลยก็ที่ 94.5 คลื่นสนุกสุขนิยม แล้วบริษัทก็ได้ทำการปิดไปเมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมา พี่ก็เลยตัดสินใจหันมานุ่งขาวห่มขาวเต็มตัวค่ะ เพราะก่อนหน้านี้เวลาทำงานเราก็นุ่งผ้าสีบ้าง แต่พอเลิกทำก็เลยกลับมานุ่งผ้าขาวแต่ก็ไม่ได้ถือศีล 8 นะคะ ยังถือศีล 5 อยู่ค่ะ" จะมีโอกาสได้เห็นเราทางหน้าจออีกไหม? "จริงๆ ก็อยากจะกลับเหมือนกัน แต่ทั้งนี้มันก็อยู่ที่วาระโอกาสและอีกหลายๆ ปัจจัยเหมือนกัน คือพี่ก็อยากกลับมานะ แต่พอเราทำมาก รู้มาก โตมากแล้วเราก็กลัวเหมือนกัน คือพี่ก็อายุเยอะแล้ว ถ้าถามว่ายังขำอยู่ไหมก็ยังขำอยู่แต่อาจจะขำแบบผู้ใหญ่หน่อย ดังนั้นถ้าจะจัดรายการก็คงจัดรายการที่เหมาะกับเราในตอนนี้อย่างพวกธรรมแต่ว่ามันยากไง(ยิ้ม)"

แปลว่าถ้ามีคนติดต่อเข้ามาเราก็รับงาน? "ก็ยินดีค่ะ" เรายังไม่ได้หันหลังถาวร? "ยังไม่เชิงเพราะเรายังมีโผล่มาแบบเสียงค่ะ" เราจะนุ่งขาวทั้งชีวิตเลยไหม? "อันนี้มีหลายคนถามเยอะมากเลย คือเวลาอยู่บ้านเราก็นุ่งขาวนะ แต่ช่วง 3 พรรษาเราก็คงต้องขาวตลอด เวลาไปทำงานก็ขอขาวเหมือนกันแต่ไม่ได้ขาวเหมือนแม่ชีนะคะ ขาวในลักษณะการแต่งตัวอย่างนี้แหละค่ะ" ระยะเวลา 10 ปีที่ศึกษาธรรมเราได้อะไรบ้าง? "ได้รู้ทุกข์ค่ะ ได้รู้เหตุแห่งทุกข์ ได้รู้วิธีการดับทุกข์ และได้รู้ทุกข์ที่ดับไป เขาเรียก อริยสัจ 4 ค่ะ เพราะทุกคนมีทุกข์หมด เรามีทุกข์กันตั้งแต่เกิดจนถึงเราเสื่อมสลายไป คือพี่ก็ไม่ได้จะบอกว่าอย่าไปแฮปปี้อย่าไปมีความสุขอย่าไปหาเงินนะ แต่กำลังจะสอนว่าเมื่อไรก็ตามที่เรามีความสุขก็จงรับมันไว้ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี เสพมันแล้วก็แบ่งปันคนอื่น จากนั้นก็ให้นึกถึงวันที่มันจะแตกสลายด้วยว่ามันเป็นธรรมดา เพราะว่านี่คือทุกข์แค่นั้นเอง" พอเราเข้ามาศึกษาธรรมแบบนี้คนรอบข้างเราว่าอะไรไหม? "เพื่อนส่วนใหญ่ก็จะแซวค่ะ เรียกหลวงพี่บ้าง แม่ชีบ้าง แต่ถามว่าจริงๆ พี่เป็นแม่ชีไหมพี่ไม่ใช่แม่ชี ก็เคยเป็นอยู่พักหนึ่งตอนที่ปฏิบัติแต่ก็ไม่ได้โกนหัวเพราะเรายังอยู่ในป่า แต่พอออกมาเราก็ขอแม่บวชแล้วแม่ไม่ให้ ท่านบอกจากบวชกายเป็นบวชใจได้ไหม เพราะของพวกนี้มันอยู่ที่ใจแหละ ต่อให้แต่งผ้าสีเราก็สงบได้และเป็นที่นับถือของคนอื่น ก็ขอเตือนหลายๆ คนที่คิดว่าอยากจะทิ้งทุกๆ อย่างเพื่อที่จะบวชแล้วจะได้บุญก็บอกไว้ก่อนเลยว่าทำแบบนั้นไม่ได้บุญหรอกนะคะ เพราะเราไปในทางที่ผิด เราไปด้วยความกิเลสที่อยากจะได้บุญ ไปนั่งในป่ายังไงก็ไม่สงบเพราะเราไม่ได้บวชที่ใจ แต่สำหรับพี่ในตอนนั้นอย่างๆ อย่างมันพอดีก็เลยได้ไป มันก็เหมือนเป็นโอกาสของเราในตอนนั้น"

มาพร้อมชุดนุ่งขาวห่มขาวแบบเซอร์ไพรส์​กันเลยทีเดียว

ชีวิตก่อนและหลังบวชเป็นยังไง? "ก่อนบวชเราสุขอยู่ที่กายแต่ใจยังหิวอยู่ พอหลังจากบวชแล้วสุขอยู่ที่ใจกายก็ไม่ได้หิวแล้วเพราะเราได้รู้จักคำว่าอิ่ม บางคนก็ยังหิวอยู่ มี 100 ล้าน 1,000 ล้านก็ยังอยากได้อยู่ แค่นี้ไม่พอ แต่บางคนมีเงินในกระเป๋า 30-40 บาทในกระเป๋าแค่นี้เขาก็โล่งแล้ว สบายๆ อันนี้เขาไม่ได้ดิ้นรนอะไร เขากินเพื่อประทังหิวเท่านั้นเอง เราไม่ได้ยึดติดหรือเสพอะไร ก็อยากจะบอกว่าถ้ามีโอกาสก็เสพมันค่ะ เป็นการคืนกำไรให้ชีวิตเรา" อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เรามาปฏิบัติธรรม? "คือมันเป็นการสืบเนื่องกันค่ะ ตอนแรกเราอยากเรียนนั่งทำสมาธิแล้วพี่ได้มีโอกาสไปเรียนครูสมาธิ ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ซึ่งรุ่นของพี่เป็นรุ่นที่ 18 หลังจากนั้นพี่ก็ไปธุดงค์ พอกลับมาพี่ก็ขอตามอาจารย์ท่านหนึ่งไปซึ่งในจุดนี้คือความต้องการส่วนตัวมันก็เลยยาวค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องชีวิตส่วนตัวเลยเพราะตอนนั้นแฮปปี้ทุกอย่าง ถ้าถามว่าเข้าป่าลำบากไหมถ้าคนทั่วๆ ไปจะบอกว่าลำบากมาก แต่สำหรับตัวพี่เองไม่ได้รู้สึกถึงความลำบากเลยเหมือนตัวเราเองได้หวนกลับสู่สามัญ คือคล้ายกับชีวิตของคนสมัยก่อนที่ยังไม่ ศิวิไลซ์ เก็บของป่าพี่ก็เก็บมาแล้ว พูดเลยว่าน้ำพริกกินเป็นก็คราวนั้นแหละ คือเมื่อก่อนนี่ไม่ได้เลยนะ ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอได้ไปอยู่แล้วก็เหมือนเราได้เริ่มพิจารณาเพราะมันมีอยู่แค่นั้น เราได้เริ่มจัดระเบียบชีวิตของเราเพราะตอนอยู่ในเมืองเราจะคิดแต่ว่าเมื่อไรก็ได้แต่อยู่นั้นมันทำไม่ได้ ก็เลยรู้สึกว่าเราคืนสู่สามัญ สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบ พอกลับมามันก็เลยติดจากที่นั่น" เราวางแผนอนาคตของชีวิตเราไว้ยังไง? "ใจจริงถ้าได้กลับมาในวงการจริงๆ ก็อยากทำรายการธรรม แม้ว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ค่อยบูมเท่าไร แต่เชื่อได้ว่าอีกหน่อยเกี่ยวกับธรรม น่าจะมาเพราะคนมีความทุกข์เพิ่มขึ้นและจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุก็คือเขาไม่รู้จักว่าทุกข์จริงๆ คืออะไร แล้วจะวางมันลงได้อย่างไร ถ้ามีโอกาสพี่ก็เลยอยากจะทำรายการประมาณนี้ค่ะ"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาแนลวีบุษบา มหัตถพงศ์วีเจลาบวชทางโลกธรรมตะแง้ววีเจตะแง้ว

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้