วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ลาออล ใจปลื้ม' เปิดความคิด 'ชีวิตนักเดินทาง'

'ลาออล ใจปลื้ม' เปิดความคิด 'ชีวิตนักเดินทาง'

  • Share:

น้ำเสียงที่สดใส กระตือรือร้น และเป็นกันเองของ "กบ-ลาออล ใจปลื้ม" สาวน้อยมาดเท่ วัย 22 ปี กับบุคลิกชัดเจน มั่นใจ แต่มีกาลเทศะ และนอบน้อม ทำให้ "สวัสดี...แคมปัส" คิดไม่ผิดที่เลือกจะเล่าเรื่องราวของเธอในสัปดาห์นี้...

"สวัสดี...แคมปัส" ต้อนรับเดือนกรกฎาคม ด้วยการพาไปรู้จักกับ "กบ" สาวนักเดินทาง บัณฑิตหมาดๆ จากคณะศิลปศาสตร์ (เอกภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยมหิดล

โปสการ์ดที่กบชอบ

รู้จัก "กบ ลาออล"
กบเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า (สายศิลป์-คำนวณ) ตามที่คุณพ่อแนะนำ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยในตอนแรกก็ตาม

"ตอนนั้นโดนพ่อบังคับ (หัวเราะ) เพราะพ่อเรียนมาร์เก็ตติ้งมา ก็จะคิดในมุมผู้ใหญ่ว่าไปได้หลายทาง แต่พอเราได้ไปแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เรารู้ว่า เออ เราชอบด้านภาษานะ และพุ่งเต็มที่ เพราะตอนที่เราไปแลกเปลี่ยนมันเป็นช่วงที่กำลังโต เราได้เห็นสิ่งต่างๆ เยอะเลย หลายคนชอบคิดว่าถ้าไม่รู้จะเรียนอะไรก็เรียนภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือวรรณคดีไป แต่เราว่าไม่ใช่เลย เพราะว่าเรียนวิชาพวกนี้ทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไป"

จากนั้นกบจึงเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งระหว่างที่เรียนกบเป็น Ambassador ของมหาวิทยาลัย โดยมีหน้าที่ดูแลและเป็นสตาฟฟ์ เมื่อมหาวิทยาลัยจัดประชุมนานาชาติ หรือไปจัดประชุมในต่างประเทศ นอกจากนี้ กบยังได้ทุนแลกเปลี่ยนไปเรียนที่ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ในเอกภาษาศาสตร์ 5-6 เดือน ในโครงการ Scholarship from ASEAN University Network- ASEAN Credits Transfer Programme และเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการประชุมนานาชาติที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย ในโครงการ The Emerging Leaders Conference by World Youth Alliance Asia Pacific (WYAAP)

"ตอนไปสิงคโปร์ มันดีนะเพราะใกล้บ้าน แล้วก็ทำให้แปลกใจด้วยว่า ประเทศเราใกล้กันมาก แต่มันต่างกันหลายอย่าง ส่วนเรื่องการเรียน เราว่าเด็กเรียนกันเครียดมากเลย ตกใจมาก ตอนนั้นอยู่ไป 2 เดือน มีช่วงสอบ เรามาอ่านหนังสือ แล้วได้ยินข่าวว่ามีคนโดดลงมาจากหอพัก เพราะว่าเครียด อ่านไม่ไหว แต่เราอ่านไม่ไหว เรายอมคะแนนน้อย แล้วไปนอนดีกว่า"

รอบยิ้มของกบ ลาออน

อาจสงสัยว่า ทำไมกบจึงได้เข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศหลายครั้ง นั่นเป็นเพราะว่า กบมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี หลังจากเจอเหตุการณ์หนึ่งที่ประเทศสิงคโปร์

"ตอนนั้นประมาณ ป.4 ไปสิงคโปร์กับคุณพ่อ แล้วไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเลย ทำให้คุณพ่อแกล้งปล่อยทิ้งไว้คนเดียว พร้อมกับเงินสองสามร้อย แต่เขาก็ตามดูเราเรื่อยๆ นะ คือ อยากให้เราถามทาง หรือคุยกับคนอื่น จะได้พูดภาษาอังกฤษ ทำให้ตอนนั้นเราเปลี่ยนไป เราก็กล้ามากขึ้น"

เรียนภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม
สำหรับการเรียนภาษาตามชอบแล้ว กบ ยังบอกว่า มันช่วยให้กบได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละแห่งอีกด้วย

"ตอนนั้นลงเรียนเยอรมันไป มีคุยกันว่า ภาษาอังกฤษ ไปไหน ไอ (I) ก็ใหญ่ที่สุด แต่ในภาษาเยอรมัน ยู (You) ต้องใช้ใหญ่เสมอ นั่นหมายถึงว่า เขาให้ความสำคัญกับคุณ มากกว่าตัวเราเอง ถ้าเราไม่เรียนเราจะไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังภาษามีอะไรอยู่บ้าง ที่แน่ๆ มันมีเรื่องของวัฒนธรรมอยู่ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราอาจมองข้าม อย่างไทย ก็มีสรรรพนามหลายอย่าง พี่ น้อง มีระบบอาวสุโส เราว่าเป็นเรื่องที่น่ารัก"

เก็บความทรงจำผ่านตา มากกว่าเลนส์
ทุกครั้งที่เดินทาง กบมีวิธีเก็บความทรงจำด้วยโปสการ์ด ที่เขียนกลับเองบ้าง เพื่อส่งมาให้บ้าง และแลกเปลี่ยนกันบ้าง รวมไปถึงชุดประจำชาติต่างๆ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า กบไปมาหมดแล้วในอาเซียน ซึ่งเป็นการแบ็กแพ็กไปเอง ด้วยเงินที่ได้จากการสอนพิเศษ ไม่รบกวนพ่อแม่ และไม่เคยนับว่าไปที่ไหนมาบ้าง ซึ่งก่อนที่จะมาคุยกัน กบเพิ่งกลับจากประเทศเนปาล

การเดินทางของกบนั้น จะเต็มไปด้วยการเก็บความทรงจำด้วยสายตาของตัวเอง และตื่นเต้นกับสิ่งที่เจอตรงหน้ามากกว่าการมองผ่านเลนส์อย่างเดียว แม้ว่าจะชื่นชอบการถ่ายรูปก็ตาม

"ปกติไปเที่ยว เราไปถ่ายรูป นี่หอไอเฟล แต่กบเรียนศิลปศาสตร์ เราก็จะมองต่างไป เช่น มันอยู่ในหนังสือเล่มนี้นะ ตัวเลขตรงนี้มันมีความหมาย เราได้มาเจอกันแล้วหลังจากอ่านในหนังสือ เราชอบถ่ายรูปนะ แต่เห็นโลกผ่านเลนส์มากเกินไป ก็ทำให้เรามองข้ามว่าข้างหน้าเรามีอะไร เชื่อว่าไปแค่เรากับใจก็พอ อีกอย่างเราชอบเรื่องวัฒนธรรม การใช้ชีวิตของคน ชอบความหลากหลาย เพราะเชื่อว่าทุกคนมีอะไรที่น่าสนใจในตัวเอง"

กบและเหล่าเพื่อนโปสการ์ด
ส่วนหนึ่งของชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ที่กบได้มา

กบ บอกอีกว่า ไปเที่ยวคนเดียว บางคนคิดว่าเหงาไม่มีคนถ่ายรูปเลย แต่มันบังคับให้เราต้องรู้จักกับใครสักคน อาจถามทางก็ได้ ได้ทำตามใจตัวเอง อยากไปทางไหนก็ไป อยากพัก หากถามว่าประเทศไหนที่กบประทับใจมากที่สุด กบยกให้ประเทศกัมพูชา หลังจากไปมา 4-5 ครั้ง

"กบชอบทัศนคติของคนในประเทศ ที่มีความพยามยามมาก ไปมาหลายครั้งติดใจมาก คือ ทำยังไงที่เด็กอายุเท่ากัน มีความฝันที่เราคิดไม่ได้เลย ทำไมคุณมีความคิดเพื่อประเทศคุณมากขนาดนี้ มันเท่ที่คนมีฝัน แล้วพยายามสร้างมันให้ได้"

อาสาเป็นครู 3 จังหวัดชายแดนใต้
กบเคยใช้เวลาช่วงปิดเทอม 3 เดือน เดินทางลงภาคใต้ เพื่อเป็นครูอาสาสอนหนังสือเด็กๆ ซึ่งที่นั่นทำให้กบได้เรียนรู้ภาษายาวีเพิ่มจากเด็กๆ 

"เราพูดยาวีไม่ได้เลย ตอนแรกเครียดมาก แต่เราพูดใต้ได้ ก็เลยเป็นเพื่อนกัน ตอนนั้นไปหมกตัวเลย เพราะเราคิดว่าเราอายุน้อย ไปไหนก็ได้ พอโตขึ้น สุขภาพไม่ไหวแล้ว เวลาอาจไม่มีเพราะต้องทำงาน ช่วงเรียนต้องทำอะไรให้เต็มที่ พ่อสอนมาตลอด เรามีชีวิตเดียว อย่าเชื่อว่าจะมีชาติหน้า อยากทำอะไรก็ทำเลย เราเลยมีความสุขกับตัว ณ จุดนี้"

สถานีต่อไปของ "กบ"
กบบอกกับ "สวัสดี...แคมปัส" ว่า แม้ว่าตอนนี้จะยังหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองไม่เจอก็ไม่เป็นไร แต่ก็กำลังขีดเขียนไปเรื่อยๆ และเล็งที่จะเดินทางไปเป็นอาสาสมัครของโครงการยูนิเซฟ ที่ประเทศเนปาล และยังตั้งใจว่า การเดินทางในรอบต่อไป นั่นคือ ตะวันออกกลาง

"ตอนนี้เราอยากจะพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ เคยมีคนถามว่า เรียนเอกอังกฤษ แกจะไปทำอะไร แต่เราก็วางไว้ว่า อยากเป็นครู 1-2 ปี อยากไปขโมยความฝันของเด็กๆ แล้วก็เดินทางต่อ เพราะเราจะได้อะไรกลับมาไม่เหมือนกันเลย เวลาไปก็เอากลับมาให้เยอะที่สุด แต่ไม่ใช่ไปขูดอะไรตามกำแพงเอากลับมานะ (หัวเราะ)"

ด้านหนึ่งคือนักเดินทาง อีกด้านหนึ่งคือการเรียนรู้

เพราะชีวิตสั้น การเดินทางเพื่อเรียนรู้จึงมีค่าสำหรับกบ ซึ่งกบทิ้งท้ายกับ "สวัสดี...แคมปัส" ว่า "Do, or do not. There is no try" และวันนี้กบยังคงออกเดินทางต่อไปหลังรับปริญญา ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลียหรือไม่ แต่ "สวัสดี...แคมปัส" เชื่อว่าไม่ว่าเราจะเดินทางไปในเส้นทางใด ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า เราได้เรียนรู้อะไรจากการเดินทางนั้นบ้าง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้