วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จี้แก้ปัญหา 'ระบบยา' ในโรงเรียน ลดเสี่ยงต่อสุขภาพเด็ก

จี้แก้ปัญหา 'ระบบยา' ในโรงเรียน ลดเสี่ยงต่อสุขภาพเด็ก

  • Share:

กพย.จี้ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการร่วมมือแก้ปัญหา 'ระบบยาในโรงเรียน' หลังพบโรงเรียนในชุมนุมยังจัดการได้ไม่ดี ไม่คุมปัญหาใช้ยาปฏิชีวนะ จนอาจส่งผลต่อสุขภาพเด็กได้...

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวว่า จากการติดตามและเฝ้าระวังระบบยาในชุมชนพบว่า โรงเรียนเป็นอีกสถานที่ที่ต้องระวังในเรื่องการใช้ยา ซึ่งพบว่า ในโรงเรียนมีรูปแบบการใช้ยา 2 แบบ คือ 1. เป็นยาที่โรงเรียนจัดหาเป็นยาสามัญทั่วไป และ 2. ยาที่เด็กนักเรียนพกมา เนื่องจากเป็นด้วยโรคประจำตัว โรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะโรคหอบหืด ซึ่งปัญหา คือ ที่ผ่านมาไม่มีใครมาตรวจสอบว่ายาในโรงเรียนมีกี่รายการ และมียาปฏิชีวนะร่วมด้วย เช่น ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ไอ ซึ่งหากไม่มีการควบคุมการใช้จะเป็นปัญหาจากการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาระบบจัดหายา ซึ่งมาจากส่วนกลาง และในพื้นที่ โดยในพื้นที่พบว่า บางโรงเรียนมีการจัดการที่ดี เพราะให้โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มาช่วยแนะนำ แต่บางโรงเรียนอาจให้เภสัชกรประจำโรงพยาบาลเข้ามาแนะนำเท่านั้น ขณะที่เภสัชกรบางคนก็ไม่สนใจในการติดตามการใช้ยาในโรงเรียนอีก 

ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวต่อว่า บางโรงเรียนอาจใช้วิธีการจัดหายาจากส่วนกลาง คือ ทางกระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการจัดส่งให้ ซึ่งเรื่องนี้ก็สำคัญ เพราะหากการจัดส่งยาไม่จัดเก็บอย่างดี อาจส่งผลต่อคุณภาพยาด้วย ส่วนยาที่เด็กนักเรียนพกมา เนื่องจากเป็นโรคประจำตัว แต่ต้องให้โรงเรียนเก็บไว้ให้นั้น ครูพยาบาลประจำห้องพยาบาลจะเข้าใจตัวยามากน้อยแค่ไหน และหากให้รับประทานไม่ตรงเวลาก็อาจส่งผลต่อเด็ก ทั้งนี้ จากปัญหาทั้งหมด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะต้องร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ใส่ใจเรื่องนี้ ด้วยการจัดระบบยาให้ถูกต้องได้มาตรฐาน คือ การจัดหายาจะต้องมีเภสัชกรดำเนินการให้ และตรวจสอบการใช้ยาจริง ต้องฝึกอบรมครูพยาบาลให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องร่วมมือกันและจัดทำเป็นนโยบายที่ชัดเจนนำไปสู่การปฏิบัติ ที่สำคัญต้องมีระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพด้วย

"ในต่างประเทศการจัดการระบบยาที่ดีในโรงเรียน มีการดำเนินการแล้ว อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกกฎหมายกำหนดให้โรงเรียนต้องจัดหาบริการสุขภาพที่จำเป็นสำหรับเด็กที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเด็กพิการ รวมถึงเรื่องการจ่ายยาด้วย ซึ่งทำให้แต่ละรัฐต้องออกแนวทางต่างๆ และส่งผลให้แต่ละโรงเรียนต้องมากำหนดกฎเกณฑ์ภายในโรงเรียนเกี่ยวกับการดูแลการใช้ยาของนักเรียนกลุ่มเฉพาะ โดยโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีคณะกรรมการโรงเรียนที่มีบุคลากรสาธารณสุขให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลการใช้ยาให้เกิดความปลอดภัยด้วย" ผศ.ภญ.นิยดา กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้