วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.พุ่งในรอบ 8 ด.ที่ 75.1

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.พุ่งในรอบ 8 ด.ที่ 75.1

  • Share:

ม.หอการค้าฯ เผย คสช.เข้ามาบริหาร ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. พุ่งในรอบ 8 เดือนที่ 75.1 คาดครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว จีดีพีโตเกิน 2% ชี้เทศกาลบอลโลก-เงินจำนำข้าวช่วยกระตุ้นใช้จ่าย...

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.2557 ว่า อยู่ที่ 75.1 เพิ่มขึ้นจาก 70.7 ในเดือน พ.ค.2557 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 65.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ อยู่ที่ 68.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 92.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ และเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะปรับตัวอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มมีความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองไทยว่ามีเสถียรภาพมากขึ้น และคิดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้นี้ ประกอบกับการที่ชาวนาได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวจะส่งให้กำลังซื้อทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของรายได้ของผู้บริโภคในอนาคต

"ตั้งแต่ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมา 16 ปี นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีที่ปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 เดือน รวมกันแล้วสูงถึง 7-8 จุด ซึ่งในอดีตไม่เคยเจอ ถือว่าเป็นการปรับขึ้นค่อนข้างแรง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอนาคต ตลอดจนความหวังทางด้านรายได้ และเศรษฐกิจในอนาคตที่จะเชื่อว่าจะดีขึ้น"

สำหรับปัจจัยบวก ประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองโดยรวมดีขึ้น เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของไทยจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2558 จะขยายตัว 5.5% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.8% และ คสช.อนุมัติจ่ายเงินโครงการจำนำข้าว

ส่วนปัจจัยลบ จากกรณีที่สหรัฐฯ ปรับลดอันดับประเทศไทยสู่บัญชีต่ำสุดในรายงานการค้ามนุษย์ การส่งออกในเดือน พ.ค.ลดลง 2.1% ราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ ผู้บริโภคยังวิตกกังวลค่าครองชีพและราคาสินค้า และความกังวลเกี่ยวความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ คาดการณ์ว่าการบริโภคของประชาชนจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลบอลโลกจะเป็นตัวกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยที่สำคัญ ประกอบกับการที่ชาวนาได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว จะทำให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ ทั้งนี้การบริโภคจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ และในปีหน้าเริ่มเห็นสัญญาณว่าดัชนีมีโอกาสจะเข้าใกล้สู่ระดับ 100

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ได้สำรวจพบว่า กำลังซื้อในต่างจังหวัดค่อนข้างฟื้นตัวช้า อาจเป็นเหตุผลจากปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นสำคัญที่เป็นตัวบั่นทอนกำลังซื้อ จึงทำให้เม็ดเงินที่ชาวนาได้รับจากโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากนัก ดังนั้นแนวทางที่พอจะแก้ไขได้คือภาครัฐจะต้องทำให้เม็ดเงินลงไปหมุนเวียนในเศรษฐกิจต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้เกิดโครงการลงทุนก่อสร้างต่างๆ ในภูมิภาคและมีการจ้างงานในท้องถิ่นตามมา ตลอดจนการดูแลค่าครองชีพไว้ถึงสิ้นปีในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ในปัจจุบัน

ขณะที่มุมมองของ ธปท.ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 1.5% ถือว่ามีน้ำหนักที่น่าสนใจ เพราะหลายสำนักต่างประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะเติบโตได้เกิน 2% ดังนั้นมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงจะขอทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้อีกครั้ง และจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ยังให้มุมมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตเกิน 2% ขณะที่ปีหน้าคาดว่าเติบโตได้ราว 5%.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้