วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักวิทย์ชี้ 'ทิชชูซับของทอด' ใช้ผิดวิธี แต่ไม่ก่อมะเร็ง

นักวิทย์ชี้ 'ทิชชูซับของทอด' ใช้ผิดวิธี แต่ไม่ก่อมะเร็ง

  • Share:

นักวิทยาศาสตร์ด้านเยื่อและกระดาษ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ชี้ใช้ "ทิชชู" ซับน้ำมันจากอาหารเป็นวิธีที่ผิด แต่ไม่เกิด 'โซดาไฟ-สารไดออกซิน' ที่ก่อมะเร็ง เผยกระบวนการผลิตกระดาษแทบไม่หลงเหลือสาร 2 ตัวนี้อยู่ แจงหากสารจะหลุดจากทิชชูได้ อาหารต้องร้อน 100 องศาเซลเซียส-ซับนานหลายนาที...

จากการที่หน่วยงานออกมาเตือนประชาชนห้ามใช้ "กระดาษทิชชู" ซับน้ำมันจากอาหาร เนื่องจากอาจเสี่ยงรับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือ "โซดาไฟ" และ "สารไดออกซิน" ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง พร้อมแนะใช้กระดาษซับมันอาหารที่ได้มาตรฐานสากลนั้น ทำให้ ดร.ภูวดี ตู้จินดา นักวิชาการ กลุ่มเยื่อและกระดาษ โครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ Ice Tuchinda ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าว ว่า ทิชชูที่ซับน้ำมันจากอาหารนั้น ไม่มีสารไดออกซินที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และแทบไม่หลงเหลือโซดาไฟอยู่เลย จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.ค.57 ดร.ภูวดี เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงกรณีดังกล่าว ว่า ในการผลิตกระดาษช่วงเวลาที่มีสารเคมีมากที่สุด คือ ขั้นตอนผลิตเยื่อ ซึ่งเยื่อทำจากต้นไม้ โดยในไม้มีสารยึดเกาะเรียกว่า "ลิกนิน (lignin)" มีสีน้ำตาล ดังนั้น จึงต้องมีกระบวนการในการกำจัดสารลิกนินออกไป ก่อนจะนำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษอื่นๆ ทั้งกระดาษ กระดาษอนามัย รวมถึงทิชชูด้วย ทั้งนี้ ในการฟอกเยื่อขาวนั้นมีหลายขั้นตอน โดยตามในข่าวบอกว่า ใช้ NaOH ซึ่ง NaOH นั้น ใช้เพื่อเข้าไปทำลายสีของลิกนิน

จากนั้นเมื่อไปทำปฏิกิริยากันแล้ว ตัว NaOH ก็จะเปลี่ยนเป็นสารตัวอื่นแทน ก่อนเข้าสู่กระบวนการล้างออกทิ้งต่อไป ซึ่งเยื่อที่ฟอกออกมาเป็นสีขาวแล้วนั้น แทบจะไม่มี NaOH อยู่ หรือไม่เหลืออยู่เลย นอกจากนี้ เนื่องจากการกำจัดลิกนินนั้นมีความยากมาก เพราะเป็นเหมือนกาวเหนียว จึงต้องใช้สารอีก คือ คลอรีน (Cl2) ซึ่งราคาถูก และช่วยให้กระดาษขาว แต่เนื่องจากการใช้คลอรีนนั้น เกิดไดออกซินที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ทำให้ประเทศทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาสั่งห้ามใช้สารตัวนี้อย่างเด็ดขาดนานประมาณ 30-50 ปีแล้ว ขณะที่โรงงาน 5 แห่งในประเทศไทย มีเพียง 1 โรงงานเท่านั้น ที่ยังใช้คลอรีนอยู่ ส่วนโรงงานอื่นๆ ใช้สารประกอบคลอรีน หรือคลอรีนไดออกไซด์ (ClO2) แทน

"หลายๆ ที่เปลี่ยนไปใช้ ClO2 ซึ่งสารนี้ทำให้เกิดสารพิษ คือ Organically bound chlorine หรือที่รู้จักกันในอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษว่า AOX แต่ในการฟอกเยื่อขาวนี้ จะไม่ทำให้เกิดไดออกซิน ไม่มีเกิดขึ้น เป็นที่รู้กันในวงการเยื่อกระดาษ และมีเอกสารยืนยันจากเมืองนอก เมื่อเอาเยื่อมาผลิตเป็นทิชชูแล้ว ในเมื่อตัววัตถุดิบไม่มี NaOH แทบจะไม่มีไดออกซิน ไอออกซินที่จะตกค้าง คือ น้อยมากๆ เมื่อเอาไปทิชชูไปใช้ซับก็ไม่มี NaOH แล้ว อีกอย่างตัวไดออกซินไม่ได้หลุดออกมาง่ายๆ เพราะว่าต้องใช้อุณหภูมิสูงมากกว่า 100 องศาเซลเซียส และใช้เวลาหลายนาที กว่าสารจะหลุดออกมา ซึ่งเราก็คงไม่ได้เอาอาหารซับกันเป็นเวลานานขนาดนั้น และทิชชูซับน้ำมันได้ปริมาณหนึ่ง เราก็เปลี่ยนแผ่น เวลาเราเอาอาหารขึ้นจากกระทะ อุณหภูมิก็ลงแล้ว แล้วตัวไอออกซินสกัดยากมาก ซึ่งในไทยไม่มีห้อง LAB เลย มีใกล้ที่สุดที่สิงคโปร์" ดร.ภูวดี กล่าว

ดร.ภูวดี ยังกล่าวอีกว่า ความจริงแล้ววัตถุประสงค์ของทิชชู คือ การใช้เช็ดและใช้ภายนอก ซึ่งการนำไปซับน้ำมันจากอาหาร ถือเป็นการใช้ที่ผิดวิธี ควรใช้กระดาษเฉพาะ แต่หากถามว่าหากนำมาใช้แล้วจะเกิดสารไดออกซิน และ NaOH หลุดมาหรือไม่นั้น คือ ไม่มีแน่นอน ทั้งนี้ ควรห่วงเรื่องการผลิตทิชชูรีไซเคิลที่ไม่ได้คุณภาพดีกว่า เนื่องจากจะมีหมึกที่ตกค้าง มีโลหะหนักที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ หากห่วงเรื่องของ AOX ส่วนใหญ่จะออกมาในน้ำเสียมากกว่า และไม่ตกค้างในผลิตภัณฑ์.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้