วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เดินหน้าปรับ 'พ.ร.บ.ยา' คุมเข้มดูแลมาตรฐานส่งยา-เวชภัณฑ์

เดินหน้าปรับ 'พ.ร.บ.ยา' คุมเข้มดูแลมาตรฐานส่งยา-เวชภัณฑ์

  • Share:

อย.เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ.ยาชุดใหญ่ เครื่องมือในการกำกับดูแลมาตรฐานการส่งยาและเวชภัณฑ์ เตรียมออกเป็นกฎหมายเร็วๆ นี้…

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้ทาง อย.ยังได้นำเอาร่างแก้ไข พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 จำนวน 3 ฉบับ ที่เสนอโดยภาคประชาชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาหารือและทำประชาพิจารณ์ จนได้ข้อสรุปออกมาเป็นร่างเดียว ซึ่งได้นำเสนอไปยังสำนักปลัด สธ. เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติพิจารณาประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าสภานิติบัญญัติที่เข้ามาในระยะอันใกล้ น่าจะเข้ามาผลักดันกฎหมายที่ยังคั่งค้างด้วย เพราะเรื่องนี้มีการเสนอขอปรับปรุงมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

สำหรับร่างใหม่ที่เสนอไปนั้น มีสาระสำคัญหลัก คือ 1.จากเดิมที่มีคณะกรรมการเพียงชุดเดียวก็จะแบ่ง ออกเป็น 3 คณะ คือ คณะกรรมการยาสำหรับมนุษย์ คณะกรรมการยาสำหรับสัตว์ และคณะกรรมการยาแผนไทยและทางเลือก 2.การขายยา เดิมกฎหมายกำหนดให้แพทย์สามารถขายยาโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้ขายยาต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น โดยไม่มีข้อยกเว้น และยังให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จัดเขตพื้นที่ที่พร้อมสำหรับการขายยา พร้อมออกเงื่อนไขการดูแล 3.การกำหนดให้ร้านขายยาต้องให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ มีความรู้ เช่น ร้ายขายยาสำหรับมนุษย์ต้องเป็นเภสัชกร ร้านขายยาสำหรับสัตว์ก็ต้องมีความรู้เรื่องยาสัตว์ และยาแผนไทยก็ต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ และดูแลตลอดระยะเวลาที่เปิดร้าน นอกจากนี้ ยังจะมีการทบทวนตำรับยาถี่ขึ้นทุกๆ 5 ปี จากเดิมที่เปิดตลอดชีพด้วย

ด้าน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมมาตรฐานการส่งยาและเวชภัณฑ์ ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาอย่างที่ว่าจริง แต่เนื่องจากที่ผ่านมา เราไม่มีกฎหมายบังคับใช้ ดังนั้น ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 เสนอไปยังกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ซึ่งจะทำให้เรามีเครื่องมือในการกำกับดูแลมากขึ้น เช่น เดิมที่ อย.ขาดกำลังคน ก็อาจจะขอความร่วมมือหน่วยงานอื่นในการตรวจสอบ ประเมินตำรับยาได้ สามารถยกเลิกทะเบียนยา และปรับอัตราการขึ้นทะเบียนยาได้

ขณะที่ประเทศไทยมีการออกหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการจัดส่งยา สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าถือไปปฏิบัติแบบสมัครใจมาประมาณ 6 ปีแล้ว โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก โดยผู้ผลิตและผู้นำเข้าในประเทศไทย มีหน้าที่บันทึกข้อมูลตั้งแต่การผลิตจนถึงปลายทาง หากเมื่อไรที่ อย.ไปตรวจ ก็จะตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ และตรวจสอบพาหนะที่ใช้ขนส่ง ทั้งนี้ ยาหรือเวชภัณฑ์ที่ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด คือ วัคซีน เซรุ่ม ผลิตภัณฑ์จากเลือด และยาบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2556 ทาง อย.ได้ออกกฎกระทรวงขึ้นมาบังคับใช้แล้ว ก่อนจะนำไปสู่การออกประกาศเป็นกฎหมายบังคับหลักเกณฑ์และมาตรฐานการขนส่งต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถประกาศได้ในเร็วๆ นี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้