Thairath Logo
กีฬา

กับดักของ 2 สภา

โดย เจ้าพายุ
4 ก.ค. 2557 05:01 น.
Share :

ไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้สัปดาห์หน้า เราคงเห็น “ธรรมนูญชั่วคราว” ของจริง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำขึ้น ทูลเกล้าฯ

แง้มๆกันมา ธรรมนูญชั่วคราวจะมีไม่ต่ำกว่า 45 มาตรา สูงสุดไม่เกิน 50 มาตรา

เป็นเรื่องธรรมดาที่มีคนสนใจเนื้อหาในธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้กันมาก เพราะธรรมนูญชั่วคราวถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับกระเป๋าที่เขียนขึ้นมาปกครองประชาชนในช่วงยึดอำนาจ

โดยเฉพาะคนจะสนใจมากในมาตราห้อยท้ายที่เขียนลุ้นกันว่า คสช.จะเขียนนิรโทษกรรมให้ตัวเองและคณะหรือไม่

ก็ไม่รู้จะลุ้นกันไปทำไมเพราะการนิรโทษกรรมของคณะทหาร ที่เข้าทำการยึดอำนาจก็ต้องนิรโทษกรรมตัวเองทุกชุดอยู่แล้ว

ที่น่าลุ้นหน่อยเห็นจะเป็นธรรมนูญชั่วคราวจะเขียนให้สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) เป็นองค์กรในการเสนอชื่อ “นายก รัฐมนตรีคนใหม่”

เพราะจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะให้คนอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ถ้าเขียนให้ สนช.มีอำนาจในการเสนอชื่อนายกฯได้ นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้าไม่มีเขียนไว้ก็ต้องเป็นอำนาจของหัวหน้า คสช.ที่จะต้องเสนอชื่อนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ชงเองกินเอง

ดังนั้น ขอเซลสิ่งที่น่าลุ้นกว่านั้นนั่นคือ “กฎหมายลูก”ที่จะต้อง ร่างมาเพื่อรองรับธรรมนูญชั่วคราว เนื่องจากธรรมนูญชั่วคราวจะไม่เขียนรายละเอียดในเรื่องหลักเอาไว้

สิ่งแรกคือการแต่งตั้ง “สนช.” ณ จุดนี้ “จำนวน” ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะประเด็นสำคัญกว่าจำนวนอยู่ที่การกำหนด “กฎกติกามารยาท” ผู้ที่จะมาเป็น “สนช.” ทั้งหลาย

เดดล็อกที่จะถูกเขียนไว้ในกฎหมายลูกก็คือการห้ามลงสมัคร ส.ส.-ส.ว.หลังจากพ้นตำแหน่ง สนช.ไปแล้ว จะห้าม 5 ปี 6 ปี ก็ว่ากันไป

สิ่งที่สองคือการแต่งตั้งและสรรหา “สมาชิกสภาปฏิรูป” ก็ เหมือนกันกับ สนช.ที่จะต้องโดนเดดล็อกด้วย “ข้อห้าม” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความใสสะอาด ไร้คราบไร้กลิ่น

ตรงนี้เองที่เป็นอุปสรรคเล็กๆทำให้คนที่จะมาเป็นหรือถูกทาบทามเกิดการชั่งใจและปฏิเสธ

จับอาการจาก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวอย่าง ที่ออกมาแสดงความหวาดผวาขออยู่นอกวงการไม่ร่วมเป็นเมมเบอร์ในสภาปฏิรูป ด้วยเหตุผลหล่อๆ “เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย”

เมื่อสมาชิกของ 2 สภาเจอกับดักที่ดูเหมือนจะเป็นประเพณีไปแล้วแบบนี้ การได้ “สมาชิก” ที่หลากหลายและมีหัวใจการเมืองถึงแก่นคงมีเข้ามาไม่มากใน สนช.และสภาปฏิรูป

แต่กลุ่มที่จะเข้ามามากใน “สนช.” อาจจะได้เห็นตัวแทนจาก “กองทัพ” มีชื่อเป็น สนช.เกินกว่าครึ่ง เพราะทหารส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเข้ามาเล่นการเมือง

เมื่อทุกอย่างเป็นประมาณนี้ก็อย่าไปเหน็บจิกว่าทหารจ้องจะเข้าไปคุม สนช.และสภาปฏิรูป

หรือจะมีความสุขกับเอ็นจีโอประเภทดักดาน นักวิชาการประเด็นฟุ้ง ก็เลือกเอาเองเถิด.

“เจ้าพายุ”

อ่านเพิ่มเติม...
กล้าได้กล้าเสียเจ้าพายุธรรมนูญชั่วคราวประยุทธ์ จันทร์โอชาคสช.สมาชิกสภาปฏิรูปอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ