Thairath Logo
กีฬา

กต.ยันปล่อย'วีระ'ไม่มีเงื่อนไข

Share :

ป.แจ้งข้อหาปิดสนามบิน ‘จารุพงศ์’โต้ยึดพาสปอร์ต

“บัวแก้ว” พา “วีระ” กลับถึงไทย ขอบคุณ “บิ๊กตู่-เจ้าหน้าที่” เร่งช่วยพ้นคุกเขมร ยันไม่ได้ผิด ไม่ขยาดเดินหน้าต้านโกงต่อ ขณะที่ตำรวจรอคุมตัวแจ้ง 8 ข้อกล่าวหา สมัยชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ เน้น “ปิดสนามบิน-ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ไร้ก่อการร้าย ก่อนปล่อยตัวหลังทนายยื่น 1 แสน ขอประกัน “สีหศักดิ์” เผยเยือนกัมพูชาสำเร็จ ลั่นไร้ข้อเสนอหรือเงื่อนไขแลกเปลี่ยน “ชาญเชาว์” อ้างผ่านกระบวนการโอนตัวนักโทษนานกว่า 7 เดือน ยธ.จ่อประสาน กต. หาช่องจับพวกหนีคำสั่ง คสช. “จารุพงศ์” ของขึ้นอัด คสช. ไม่มีสิทธิ์ถอนพาสปอร์ต เปรียบบัตรประจำตัวคนไทยในต่างแดน

“วีระ” กลับถึงไทยหลัง “ฮุนเซน” ขอพระราชทาน อภัยโทษให้ ขอบคุณ “บิ๊กตู่” เร่งช่วย ยืนยันไม่ได้ทำผิด ลุยงานต้านคอร์รัปชันต่อ ด้าน “สีหศักดิ์” รีบปัดมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนตัว ขณะที่รองปลัดฯ ยุติธรรม แจงผ่านกระบวนการโอนตัวนักโทษกว่า 7 เดือน ด้าน ป.รอรวบคาสุวรรณภูมิ แจ้งข้อกล่าวหา “ก่อการร้าย” สมัยยึดสนามบิน ทนายยื่นประกัน 1 แสน ก่อนได้ รับอิสรภาพ

“วีระ” เปิดใจหลังพ้นคุกเขมร

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่โรงแรมโซฟิเทล โพคีทรา กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ พร้อมนางพิศอำไพ สมความคิด ภรรยา ที่เดินทางจากประเทศไทยเพื่อรอรับนายวีระ เข้าขอบคุณนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวกับนายวีระว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ฝากให้ดูแล พร้อมกับเล่าการหารือกับสมเด็จฮุนเซน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ให้นายวีระฟังว่าสมเด็จฮุนเซนระบุว่า เนื่องจากในโอกาสบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จนโรดมสีหนุ วันที่ 11-12 ก.ค. ช่วงเข้าพรรษา จึงให้พระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวนายวีระ จากนั้นนายวีระตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องชีวิตที่อยู่ในเรือนจำว่า ขึ้นชื่อว่าคุกก็ลำบากไม่มีที่ไหนสุขสบาย เมื่อถามว่า ทราบก่อนหรือไม่จะถูกปล่อยตัว นายวีระตอบว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตนเข้าไปในห้องขังก่อนเวลา สักพักมี
ผู้คุมมาบอกว่าจะปล่อยตัวตนก็ยังไม่เชื่อ กระทั่งมีผู้คุมเดินเข้ามากอดบอกว่าได้รับการปล่อยตัว จึงเชื่อว่า ถูกปล่อยตัวจริง

ยันไม่ขยาดทำงานต้านโกงต่อ

ต่อข้อถามว่ามีใครบอกก่อนหน้านี้หรือไม่ นายวีระตอบว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. มีผู้ช่วยทูตทหารเข้าเยี่ยมและบอกว่า คสช.มีความพยายามหาทางช่วยเหลืออยู่ แต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ว่าจะกลับเมื่อไร เมื่อถามอีกว่ามีเงื่อนไขในการปล่อยตัวด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบแทนนายวีระว่า ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขณะที่นายวีระเสริมว่า ตนให้อภัยคนที่ให้ร้าย เพราะเรายังมีหน้าที่อีกเยอะ ซึ่งตนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัว หรือรู้สึกขยาดอะไร ยังภูมิใจและจะทำงานตรงนี้ต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าหลังเดินทางกลับไทยก็จะดูแลผลประโยชน์ประเทศเหมือนเดิม โดยเฉพาะการต่อต้านคอร์รัปชัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายวีระ และนางพิศอำไพ ออกเดินทางพร้อมคณะผู้แทนไทย ไปยังท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ เพื่อขึ้นเครื่องโดยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส เที่ยวบินพีจี 932 ออกจากกรุงพนมเปญในเวลา 10.15 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 11.10 น.

ตร.รอแจ้งข้อหาทันที

อีกด้านหนึ่ง ที่บริเวณห้องรับรองพิเศษ สนามบิน นานาชาติสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เดินทางมาจัดเตรียมสถานที่รับรองการเดินทางกลับประเทศไทยของนายวีระ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ที่ถูกจับพร้อมนายวีระ และประชาชนจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับทำให้บรรยากาศคึกคัก กระทั่งเวลา 11.40 น. นายสีหศักดิ์พร้อมนายวีระเดินทางถึงประเทศไทย ไปที่ห้องรับรอง อาคารวีไอพีขาเข้า โดยมี พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตม.2 พร้อมนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ รออยู่ จากนั้น พ.ต.ต.พรต เศรษฐกร สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 สุวรรณภูมิ แจ้งข้อหาต่อนายวีระ กรณีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2551 ซึ่งนายวีระรับทราบข้อกล่าวและขอให้การในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายหลังรับข้อกล่าวหาเสร็จ นายวีระเดินทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และสวมกอดกับ ร.ต.แซมดินและนายพนิช ก่อนเดินทางไปยังกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อยื่นประกันตัว จากเหตุการณ์ปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ช่วงการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ

คุมตัวส่ง ป. แจ้ง 8 ข้อหา

จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กำลังตำรวจ บก.ป. ควบคุมตัวนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ มาสอบสวนดำเนินคดี โดยมีมวลชนมารอให้กำลังใจ ซึ่งพนักงานสอบสวน บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.2 บก.ป. นำตัวนายวีระขึ้นไปที่ชั้น 2 ห้อง ศปก. กองปราบปราม ที่จัดเตรียมเพื่อสอบปากคำทันที พร้อมประสานแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าตรวจร่างกายนายวีระพบว่ามีสภาพร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติ สำหรับข้อกล่าวหาคดีปิดสนามบินนั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหารวม 8 ข้อกล่าวหา

ปล่อยตัวหลังยื่นประกัน 1 แสน

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ที่เดินทางมาร่วมประชุมคณะทำงานติดตามคดีการจับกุมอาวุธสงครามจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ได้เข้าร่วมประชุมติดตามการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหานายวีระ โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนายวีระ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การอายัดตัวแจ้งข้อกล่าวหาในคดีปิดสนามบินต่อนายวีระ เป็นไปตามขั้นตอนที่พนักงานสอบสวน บก.ป. ประสาน ตม. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยการพิจารณาเรื่องยื่นขอประกันตัวนายวีระนั้น ทนายความยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้ แต่มีเงื่อนไขให้นายวีระเข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งวันที่ 9 ก.ค.เวลา 10.00 น. ซึ่งทนายความระบุว่าจะทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมอบให้พนักงานสอบสวนภายใน 60 วัน ก่อนสรุปสำนวนคดีนำส่งพนักงานอัยการ

ขอบคุณ “ประยุทธ์” เร่งช่วย

ขณะที่นายวีระให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือ ซึ่งคาดไม่ถึงว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนใจปล่อยตัวตน เพราะ 3 ปีที่ผ่านมา เคยมีการเสนอข้อแลกเปลี่ยนแลกกับอิสรภาพตน 3 ครั้ง แต่รับไม่ได้ เนื่องจากทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ ทั้งนี้ก่อนที่นายวีระจะเดินทางออกจาก บก.ป. กลุ่มมวลชนมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ พร้อมกับชูป้ายข้อความ “Welcome back Mr.Veera” และกล่าวยินดีต้อนรับกลับประเทศ สลับกับตะโกนส่งเสียง “สู้ๆ” เป็นระยะๆ

ไร้ข้อหาก่อการร้าย นัดสอบ 9 ก.ค.

ด้าน พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พงส.ผนก. กก.2 บก.ป. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหากับนายวีระ ประกอบด้วยข้อหาทำให้ปรากฏด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่เป็นการกระทำตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุกท่าอากาศยานทำให้เสียทรัพย์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ร่วมกันกระทำการให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ โดยไม่มีข้อหาร่วมกันก่อการร้ายแต่อย่างใด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารต่างๆ รวมทั้งการพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติผู้ต้องหาและนัดหมายให้พบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการ

ยธ.อ้างขอโอนตัวนักโทษ 7 เดือน

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ สมความ–คิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติว่า การปล่อยตัวนายวีระเป็นการได้รับพระราชทานอภัยโทษปกติไม่ใช่การแลกเปลี่ยน ที่ผ่านมานายวีระผ่านกระบวนการโอนตัวนักโทษแล้ว เมื่อ 6-7 เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา ส่วนนายวีระต้องไปรายงานตัวที่ศาล หรือต้องถูกดำเนินคดีอีกหรือไม่นั้น ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ถ้ามาในเงื่อนไขขอพระราชทานอภัยโทษก็ไม่ต้องมารับโทษในประเทศไทยต่ออีก

“บิ๊กตู่” ชมประสานงานปล่อย “วีระ”

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษก คสช. เปิดเผยภายหลังการประชุม คสช. ชุดใหญ่ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. กล่าวก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระปกติว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้มีข่าวดีของคนไทยทุกคน ที่นายวีระ สมความคิด ถูกปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทย เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับฝ่ายความมั่นคงของ คสช. และถือเป็นโอกาสที่ดีที่นายกฯ กัมพูชาให้โอกาสนายวีระกลับทันที เมื่อ ถามว่า กรณีปล่อยตัวนายวีระมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ตอบว่า นายวีระกลับมาได้ถือเป็นเรื่องดีแล้ว โดยมีหลายเรื่องประสานงานกันอยู่ เรื่องแรงงานที่ดูแลร่วมกัน ในส่วนของกัมพูชาพยายามปรับมาตรการผ่อนคลายเงื่อนไขต่างๆ ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี

“วีระ” พบ “บิ๊กตู่” ไม่คิดได้กลับเร็ว

ค่ำวันเดียวกัน นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐทีวีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช.จะให้เข้าพบวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ช่วยคนไทยด้วยกันให้กลับบ้าน ถ้าไม่ช่วยก็ไม่รู้จะต้องอยู่อีกนานแค่ไหน และไม่คาดคิดว่าพอมีการเปลี่ยนแปลง ตนจะได้กลับเร็ว ขณะเดียวกัน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ก็จะเลี้ยงรับตนที่สนามม้านางเลิ้งด้วย ทั้งนี้ ตนได้เข้ากราบท่านมหาโพธิรักษ์ พร้อมไหว้ศาลพระภูมิที่บ้าน บอกเจ้าที่เจ้าทางว่า กลับบ้านแล้ว

“สีหศักดิ์” ปัดมีเงื่อนไขปล่อยตัว

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ โดยสรุปว่าการเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี มีโอกาสหารือกับนายฮอ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา และเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงมีโอกาสทำความเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย เรื่องแรงงานต่างด้าว และความร่วมมือในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่เน้นการเชื่อมโยงคมนาคม ขณะเดียวกันได้หารือถึงการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ตามแนวทางที่ได้รับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นข่าวดีเมื่อสมเด็จฮุน เซน แจ้งว่าพระราชทานอภัยโทษให้นายวีระ โดยยืนยันว่าการปล่อยตัวนายวีระไม่ได้มีการแลกเปลี่ยน หรือมีการร้องขออะไรเป็นการตอบแทน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงได้เตรียมร่างหนังสือขอบคุณกัมพูชาอย่างเป็นทางการเพื่อเสนอให้หัวหน้า คสช.พิจารณา ก่อนที่ใช้ช่องทางการทูตดำเนินการต่อไป

รอมี รบ.ใหม่ คุยปมพระวิหาร

สำหรับกรณีปัญหาปราสาทพระวิหาร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาเข้าใจสถานการณ์ภายในของไทยที่ผ่านมา และสมเด็จฮุน เซน เห็นว่าการดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ยังยึดตามแนวทางที่สองฝ่ายตกลงกันไว้ในการจะหารือร่วมกัน และขึ้นอยู่กับความพร้อมตามกระบวนการภายในของไทย คือมีรัฐบาลใหม่ก่อน

“พิชัย” แนะเร่งเคลียร์ พท.ทับซ้อน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายวีระ สมความคิด ที่ได้รับอภัยโทษ ซึ่งหวังว่าความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชาจะราบรื่น ทั้งนี้อยากให้ คสช.เจรจานำก๊าซธรรมชาติมหาศาลในพื้นที่ทับซ้อนไทยกับกัมพูชาขึ้นมาใช้เพื่อประโยชน์ทั้งสองประเทศ โดยไทยจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะมีความพร้อมและจะทำให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานไปอีก 30-40 ปี

เร่งประสาน กต.หาช่องจับพวกหนี

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการติดตามตัวนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทย และนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ฝืนคำสั่ง คสช.หลบหนีออกนอกประเทศว่า ดำเนินการตามกระบวนการทั่วไป หน่วยงานต่างๆ รับทราบขั้นตอน กำลังดำเนินการเร่งประสานงานกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งกรณี น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือโรส ที่เปลี่ยนไปใช้สัญชาติอังกฤษก็ต้องดำเนินการกระบวนการเดียวกัน พร้อมหาช่องทางกฎหมายดำเนินการ ทั้งนี้ หากชัดเจนแล้วว่า น.ส.ฉัตรวดีได้รับสัญชาติอังกฤษจริงก็ต้องขึ้นอยู่กับประเทศอังกฤษจะพิจารณาคดี

สวน คสช.ไร้อำนาจถอนพาสปอร์ต

วันเดียวกัน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทย โพสต์รูปภาพนายจารุพงศ์กำลังนั่งเขียนหนังสือ และมีรูปภาพกระดาษที่มีข้อความว่า “คสช.สั่งถอนพาสปอร์ตของผม พาสปอร์ตคือบัตรประจำตัวของคนไทย ที่ใช้เดินทางไปต่างประเทศทุกคน การถอนพาสปอร์ตถือว่าเป็นการถอนสิทธิความเป็นคนไทยของผม ซึ่ง คสช.ไม่มีสิทธิที่จะมาปล้นศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยของผม และของคนไทยทั้งชาติได้ เพียงเพราะไม่ยอมก้มหัวยอมรับอำนาจเผด็จการทหาร

ฝากขังผัดฟ้อง “อ๋อย” รอบสุดท้าย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ผู้ต้องหาคดีขัดคำสั่ง คสช.ที่ไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 41/2557 กระทำการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (3) รวม 3 ข้อหา เดินทางไปขึ้นศาล ทหารตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังผัดฟ้องครั้งที่ 4 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 ก.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบสวนพยานอีก 2 ปาก และรอผลการตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยมีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยา นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายกลยุทธ ฉายแสง น้องชาย และนางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี น้องสาว พร้อมประชาชนกลุ่มหนึ่งมามอบดอกกุหลาบเป็นกำลังใจ ทำให้นายจาตุรนต์มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังผัดฟ้องครั้งที่ 4 แต่ได้รับปล่อยตัวชั่วคราวตามที่นายจาตุรนต์ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ตั้งแต่พนักงานสอบสวนยื่นฝากขังครั้งที่ผ่านมา

ลุ้นรอดคุกเหตุสั่งฟ้องไม่ทัน

ต่อมาเวลา 11.00 น.นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์หลังออกจากห้องพิจารณาคดีว่า จากนี้ไปการชี้แจงต่างๆ ขอให้เป็นหน้าที่ทนายความที่จะรวบรวมข้อมูลต่อสู้คดี และกลับไปดูว่าจะมีการสั่งฟ้องข้อหาใดบ้าง

ขณะที่นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความนายจาตุรนต์กล่าวว่า การฝากขังครั้งนี้เป็นผัดสุดท้าย โดยพนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำพยานนักวิชาการอีก 2 ปาก และรอตรวจสอบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์จากไอซีที รวมทั้งรอสอบถามอัยการสูงสุด เรื่องอำนาจการสอบสวนที่ความผิดนั้นเกี่ยวเนื่องกับการกระทำนอกราชอาณาจักร ถ้าสรุปสำนวนคดีไม่ทันภายในกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายที่สิ้นสุด วันที่ 14 ก.ค. นายจาตุรนต์จะมีอิสรภาพ หมดภาระจากการควบคุมตัว และพ้นจากเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว โดยนายจาตุรนต์สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ศาลได้กำชับพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีให้ทันภายในวันที่ 14 ก.ค.และถ้าสรุปสำนวนสั่งฟ้องหลังวันที่ 14 ก.ค. ก็ต้องแจ้งให้นายจาตุรนต์มาศาลอีกครั้ง ซึ่งเราพร้อมนำพยานต่อสู้คดีในชั้นศาล

ตร.ยันปฏิบัติต่อม็อบเท่าเทียม

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าทหารตำรวจเลือกปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมที่มีความคิดเห็นต่างอย่างไม่เท่าเทียมกัน ยืนยันว่านโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างเท่า เทียมกันและให้หลีกเลี่ยงการใช้กำลังความรุนแรง โดยให้ใช้มาตรการทางกฎหมายจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งและปรากฏภาพไม่ดีต่อสังคม หากจำเป็นต้องควบคุมตัวไม่ให้ดำเนินการในพื้นที่ชุมนุมผู้คนจำนวนมาก ให้ใช้วิธีการถ่ายภาพผู้ชุมนุมและให้เรียกตัวมาพบภายหลังเพื่อส่งตัวมอบให้ทหารนำไปพูดคุยปรับทัศนคติ หรืออาจจะไปพบพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการปฏิบัติเช่นเดียวกันทุกกรณี ทั้งนี้ขอฝากผู้ชุมนุมและผู้ที่มีความคิดเห็นต่างว่าการแสดงออกใดๆ จะคำนึงถึงการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนเยาวชนหรือนักศึกษาที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์สุ่มเสี่ยงทำให้มีคดีข้อหาติดตัวเป็นผลร้ายต่ออนาคตนั้น จากการพูดคุยกับผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สบายใจการกระทำของบุตร เพราะเข้าใจสถานการณ์ของประเทศที่ต้องทำให้เกิดความสามัคคี

สั่งดึงสำนวนป่วนโยงคนบงการ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อให้รวบรวมสำนวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องคดีตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มามอบให้พนักงานสอบสวนที่กองปราบปราม ซึ่งการรวมสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงนำไปสู่การอนุมัติหมายจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ก่อเหตุ สนับสนุน ช่วยเหลือ อยู่เบื้องหลัง ส่วนที่มีข่าวว่าพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับกุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้อหาครอบครองอาวุธสงครามนั้น ยังไม่คืบหน้า โดยได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องเหตุรุนแรงและการตรวจค้นอาวุธสงครามหลายพื้นที่ ซึ่งตนไม่ได้เร่งรัด แต่กำชับในการทำสำนวนคดีให้รอบคอบและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย

ตั้ง กก.สอบคดีอาวุธสงคราม

ที่ บก.ป. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมตำรวจ บช.ก. บช.น. บช.ภ.1 บช.ภ.2 บช.ภ.4 และ บช.ภ. 6 ในคดีจับกุมอาวุธสงคราม โดย หลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่าการประชุมคณะทำงานครั้งนี้ พิจารณาเรื่องแต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนคดีอาวุธสงคราม ภายหลังทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังตรวจค้นจับกุมอาวุธสงครามหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้มา และให้การทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ง่ายต่อการตรวจสอบเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งหากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดทันที

จนท.โวคนพอใจจัดระเบียบรถตู้

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมพ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผบ.กรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตรวจความเรียบร้อยและความคืบหน้าการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ โดย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ (2 ก.ค.) เป็นที่วันที่ 2 ของการดำเนินการได้ประเมินผลสอบถามผู้ใช้บริการรถตู้พบว่าเกือบ 100% เห็นว่าการจัดระเบียบมีความเรียบร้อยดี การขึ้น-ลงรถมีความแน่นอน ออกรถเป็นระเบียบ ใช้เวลารอรถไม่นาน ซึ่งประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องความสะดวกสบาย หรือสับสนการขึ้น-ลงรถตู้ ส่วนการขายตั๋วรถจัดเป็นระเบียบ มีจุดพักรถ และจุดจอดรถที่ไม่ห่างกัน ทั้งนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี และยังต้องทำความเข้าใจพร้อมขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการบางส่วนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ววีระ สมความคิดกัมพูชาปล่อยตัวแจ้งข้อกล่าวหายึดสนามบิน