Thairath Logo
กีฬา

'ธรรมนูญ'สะดุด ส่งแก้ไข หวั่นอำนาจซ้ำซ้อน

Share :

ที่ยังให้คสช.ควบคุมรัฐบาล

ทีมปรึกษากม.ต้องถกใหม่ 11ส.ค.หยุดเพิ่มเป็น4วันรวด

คสช.ชุดใหญ่แตะเบรกยังไม่เคาะธรรมนูญปกครองชั่วคราว ดึงเรื่องถกร่วมทีมที่ปรึกษากฎหมาย สั่งปรับปรุงแก้ไขอีกรอบ ก่อนชง คสช.ชี้ขาดสัปดาห์หน้า ผวาปมปัญหาให้อำนาจคณะรัฐประหารคอนโทรลฝ่ายบริหารชนวนเหตุ “คสช.-รัฐบาล” ขบเหลี่ยมใช้อำนาจซ้ำซ้อน “บิ๊กตู่” จับเข่าคุยนักธุรกิจเกาหลีใต้ กล่อมขอให้เชื่อมือ เปิดทางหนุนเต็มที่นักลงทุนต่างชาติ 4 ก.ค. วางคิวต้อนรับกระชับสัมพันธ์ ผบ.ทหารสูงสุดพม่า คนไทยเฮหยุดยาว 9-12 ส.ค. คสช.คืนความสุขอีกอนุมัติ 11 ส.ค. เป็นวันหยุดพิเศษ กระตุ้นเรตติ้งท่องเที่ยว

กรณีนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ได้เสนอร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช.ไปแล้ว ปรากฏว่าในการประชุม คสช.วันที่ 2 ก.ค.ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดย คสช.นำไปหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมายเพื่อให้นำไปปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง

จับตา คสช.พิจารณาธรรมนูญชั่วคราว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม คสช.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 4/2557 โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุดและรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายความมั่นคงและต่างประเทศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.และรองหัวหน้า คสช.ฝ่าย เศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.รวมถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยวาระสำคัญคาดว่าที่ประชุมจะพิจารณาร่างธรรมนูญชั่วคราว 45 มาตรา ตามที่คณะทำงานยกร่างที่มีนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมายเสนอ ความคืบหน้าการทำงานด้านการปรองดองสมานฉันท์ รายงานสถานะหนี้ของประเทศ และผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2557 สถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2557

คลังชงขยายเวลาลดภาษี–ช่วยชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันหัวหน้าฝ่ายของคณะทำงาน คสช.เสนอเรื่องให้หัวหน้า คสช.พิจารณารวม 19 เรื่อง อาทิ การขอความเห็นชอบร่างข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ ไทยว่าด้วย การกำหนดอัตราค่าโดยสาร กำหนดประเภท บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า มหานครสายเฉลิมรัชมงคล การขออนุมัติการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า กระทรวงการคลังเสนอให้ คสช.พิจารณามาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยเสนอมาตรการด้านการคลัง ขอขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังปี 2557 ขอขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปอีก 1 ปี ส่วนคณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจ โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เสนอขอความเห็นชอบการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 ผ่าน 3 โครงการ คือโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/2558

วงประชุมใหญ่ยังไม่ถก รธน.ชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม คสช.เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ครั้งที่ 4/2557 หรือ คสช.ชุดใหญ่ วันที่ 2 ก.ค. ยังไม่ได้มีการหยิบยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวปี 2557 ได้ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.พิจารณาแล้วเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ขึ้นมาพิจารณาแต่อย่างใด

ดึงเรื่องหารือเข้มทีมที่ปรึกษา ก.ม.

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้มีการหยิบยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวขึ้นมาหารือ เพราะเป็นเรื่องที่ คสช.จะไปหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งการ ประชุม คสช.เพื่อขับเคลื่อนการบริหาราชการแผ่นดินเปรียบเสมือนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเน้นเรื่องการพิจารณางบประมาณและวาระเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการบริหารเป็นหลัก ทั้งนี้ธรรมนูญปกครองชั่วคราว เป็นเพียงธรรมนูญปกครองที่ใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร จึงไม่จำเป็นต้องทำประชามติตามที่หลายฝ่ายสงสัย

ระดมสมองเช็กยิบแง่มุมกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ บก.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยรองหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รวมถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และทีมกฎหมาย คสช.ประชุมร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว และทีมร่างธรรมนูญ เพื่อรับฟังการชี้แจงเนื้อหาร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว

หวั่น คสช.–รัฐบาลใช้อำนาจซ้ำซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการหยิบยกข้อกฎหมายหลายประเด็นที่ต้องปรับแก้ขึ้นมาหารือ โดยเฉพาะการกำหนดมาตราที่เป็นการกำหนดให้ คสช.มีอำนาจเท่ากับรัฐบาลรวมอยู่ด้วย เพื่อให้คณะรัฐประหารสามารถควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลที่เกิดจากคณะรัฐประหารได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นเรื่องของการใช้อำนาจซับซ้อนกัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า คสช.ได้ให้เวลาทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวไปปรับแก้ และนำกลับพิจารณาร่วมกันอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า

สั่ง 11 ส.ค.หยุดพิเศษกระตุ้นท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงว่า ที่ประชุม คสช.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้วันที่ 11 ส.ค.57 เป็นวันหยุดราชการอีก 1 วันต่อเนื่องกับวันที่ 12 ส.ค.57 ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการพิจารณาในกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ติดต่อกันรวม 4 วันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 ส.ค.-12 ส.ค.อย่างมีความสุข

อนุมัติงบฯสร้างใหม่เรือนจำภูเก็ต

ด้าน น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. แถลงว่าที่ประชุม คสช.มีมติอนุมัติ งบประมาณจัดจ้างก่อสร้างเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ตามแผนการจัดจ้างของกรมราชทัณฑ์วงเงิน 1,104,600,000 บาท เพื่อทดแทนเรือนจำหลังเดิมที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรม ที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2444 มีอายุ 131 ปี และอนุมัติตามที่ฝ่ายความมั่นคงเสนอให้กองทัพบกก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2557-2561 วงเงิน 2,599,999,769 บาท เพื่อก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รพ.พระมงกุฎเกล้า ระยะเวลา 1,440 วัน ให้ใช้จ่ายจากเงินรายรับของสถานพยาบาลในปีแรกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของวงเงินทั้งสิ้นโครงการ นอกจากนี้ยังอนุมัติตามที่กรมการทหารช่างขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณปี 2557-2559 เพื่อจัดสร้างระบบบริการตรวจวินิจฉัยผ่าตัดและรักษาพยาบาล อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ระยะที่ 1 วงเงิน 1,738,800,000 บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจาก ครม.มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ

คำรามลั่นยุค คสช.ห้ามมีทุจริต

ขณะที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และรองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังประชุมคสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แสดงความเป็นห่วงเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณ ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่จะสิ้นปีงบประมาณแล้ว และเร่งให้ทุกฝ่ายสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนในและต่างประเทศ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงที่มีผู้ไปแอบอ้างว่า คสช.สามารถช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ หรือการแต่งตั้งต่างๆ ซึ่งไม่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นท่านยอมไม่ได้ คสช.จะเอาเรื่อง เพราะไม่ต้องการให้มีคนนำผลประโยชน์ตรงนี้ไปหลอกลวงใคร ยืนยันจะต้องไม่มีการทุจริตใน คสช. พร้อมเตือนว่าจะต้องไม่หากินบนความคาดหวังของประชาชน อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบอย่างที่ดี ดังนั้นการทุจริตเป็นหัวใจสำคัญที่ คสช.จะยอมให้เกิดไม่ได้

“บิ๊กตู่” ขอเอกชนเกาหลีใต้เชื่อมือ

อีกด้าน เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ห้องรับรองภายใน บก.ทบ. ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ให้การต้อนรับและหารือกับคณะนักธุรกิจจากเกาหลีใต้กว่า 10 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งธุรกิจสายการบิน เพื่อขอความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต้อนรับพร้อมแนะนำรองหัวหน้า คสช.ทั้ง 3 คน ก่อนระบุว่า คสช.แบ่งงานกันดูแลทั้ง 21 กระทรวงและขับเคลื่อนการทำงานกับข้าราชการกระทรวงต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างว่า ในอดีตเคยรับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ส่งกำลังพลไปร่วมรบในสงครามเกาหลี และได้สร้างอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเกาหลีไว้ที่ จ.ชลบุรี เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมชื่นชมเกาหลีใต้ที่เจริญก้าวหน้าด้านต่างๆ และชี้แจงสร้างความเข้าใจสถานการณ์ในไทยและความจำเป็นที่ คสช.ต้องเข้ามายึดอำนาจการปกครองให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากก่อนวันที่ 22 พ.ค.รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ไม่สามารถบริหารได้ รวมทั้งอธิบายนโยบายการลงทุนเศรษฐกิจในไทย ให้ความสำคัญตามลำดับเร่งด่วน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง พร้อมยืนยันจะให้การสนับสนุนกลุ่มทุนเกาหลีใต้และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน โดยขอให้มีความเชื่อมั่นการทำงานของ คสช.

ภาคธุรกิจจี้ “บิ๊กต๊อก” เคลียร์ข้อ ก.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันองค์กรภาคธุรกิจเอกชน ประกอบด้วยสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สภาหอการค้าไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เข้าหารือกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขข้อขัดข้องเกี่ยวกับมาตรการด้านกฎหมายในมาตรการระยะเร่งด่วนขององค์กรธุรกิจภาคเอกชนด้านต่างๆที่ได้หารือไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อหาข้อสรุปเสนอต่อหัวหน้า คสช.เพื่อพิจารณาต่อไป

4 ก.ค. ผบ.สส.พม่าพบ “ป๋าเปรม–บิ๊กตู่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30น. พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ จะเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ตามคำเชิญของกองทัพไทยอย่างเป็นทางการ เป็นไปตามกำหนดการเดิมที่กำหนดไว้ จากนั้นเวลา 11.15 น. พล.อ.มิน อ่อง หล่าย จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากเคยเข้าพบ พล.อ.เปรม เมื่อเดือน ม.ค.2555 และ พ.ค.2556 จากนั้นเวลา 14.00 น. จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ที่ บก.ทบ. เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและหารืออย่างเป็นทางการ

ก.แรงงาน-ไอแอลโอสางปมค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงหลังหารือกับนายมอริซิโอ บุสสิ (Mr.Maurizio Bussi) ผอ.สำนักงานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ในเขตภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกว่า นายมอริซิโอ ยกคณะมาพูดคุยเพราะห่วงที่ไทยถูกสหรัฐฯปรับลดระดับการค้ามนุษย์มาอยู่ระดับต่ำสุดหรือ Tier 3 ส่งผลให้สินค้าไทยที่ถูกระบุว่าใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ คือ เครื่องนุ่งห่ม กุ้ง อ้อย ปลา ได้รับผลกระทบโดยให้คำยืนยันว่าไอแอลโอยังคงช่วยเหลือและร่วมมือกับไทยดังที่เคยปฏิบัติ ซึ่งกระทรวงแรงงานมีแนวทางการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยนำการจัดทำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practice : GLP) มาใช้ในอุตสาหกรรมกุ้งและอาหารทะเล เพื่อการันตีสายการผลิต นำมาตรฐานไปแสดงกับคู่สัญญาว่าไทยไม่มีแรงงานบังคับและแรงงานเด็ก ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่มีการค้ามนุษย์ มีสิทธิเสรีภาพรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีผู้ประกอบการแปรรูปและโรงงานแปรรูปอาหารทะเลร่วมกันขับเคลื่อนดำเนินการ GLP ไปแล้ว 178 แห่ง

ผุดวันสต็อปเซอร์วิสเพิ่ม 7 จังหวัด

นายจีรศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จหรือศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพิ่มอีก 7 แห่ง ใน จ.สมุทรปราการ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนคร-ศรีอยุธยา ระยอง สุราษฎร์ธานี และสงขลา โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกันทั้ง 7 ศูนย์ ในวันที่ 7 ก.ค. ศูนย์แรกที่ จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าวมายื่นจดทะเบียนวันละประมาณ 2,000 คน ส่วนที่แรงงานกัมพูชากลับเข้าทำงานในประเทศผ่านศูนย์ประสานงานตามแนวชายแดน 4 แห่งไม่มาก เพราะต้องรอพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางจากประเทศต้นทาง

เปิดสายด่วน 1694 รับร้องเรียน

ด้านนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ยอดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จ.สมุทรสาคร วันแรกเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.นายจ้างนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติมาจดทะเบียน 1,924 คน วันที่ 1 ก.ค. 1,042 คน แบ่งเป็นพม่า 574 คน ลาว 147 คน และกัมพูชา 321 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดตาม 44 คน สัญชาติพม่า 7 คน ลาว 7 คน และกัมพูชา 30 คน รวม 2 วัน มีนายจ้างพาแรงงานมาขึ้นทะเบียนแล้ว 2,966 คน ส่วนการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ศูนย์ตามแนวชายแดน 4 แห่ง ใน จ.สระแก้ว จันทบุรี ตราด และสุรินทร์ มีแรงงานกัมพูชาเข้ามาลงทะเบียน 3,713 คน ออกใบอนุญาตได้ 3,091 คน ถือว่าทำได้ตามเป้า ทั้งนี้กรมการจัดหางานได้เปิดสายด่วน 1694 รับเรื่องร้องเรียนของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เปิดให้บริการเวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.เป็นต้นไป

“สุรศักดิ์” เร่งสรุปกรอบปฏิรูป ปท.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องพินิตประชานาถ ภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม มีการสัมมนาครั้งที่ 2 หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศไทย : การเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบ” โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ได้รับจดหมายจากประชาชนมากกว่า 1,000 ฉบับ แยกเป็น 11 ประเด็น จากนั้นได้เชิญกลุ่มการเมืองต่างๆมาสัมภาษณ์ในเชิงลึก ทั้งภาคธุรกิจ ภาคการศึกษาก็มาร่วมกับคณะทำงานด้วย จะรวบรวมทุกความเห็นกลุ่มต่างๆมาเรียงลำดับแยกประเภท จัดทำเป็นกรอบความเห็นร่วมของคนไทย เพื่อไปสู่การปฏิรูปในสิ้นเดือน ก.ค.ก่อนเสนอคสช.ไปสู่สภาปฏิรูป จากนั้นคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปอาจจะทำงานควบคู่กันไปกับสภาปฏิรูป

“บวรศักดิ์” แนะขจัดความไม่เท่าเทียม

ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวอภิปรายว่า บ้านเราประสบปัญหามาตลอดตั้งแต่สมัย ร.5 ประสบกับการล่าอาณานิคม มาถึงยุคที่ 4 ปี พ.ศ.2517 มีการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ลุ่มๆดอนๆมาถึงปี 2540 ถกเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญของประชาชน ท้ายที่สุดกลายมาเป็นปัญหาความขัดแย้งที่เห็นกันอยู่ นับจากปี 2550-2557 การปฏิรูปวันนี้จึงต้องทำเหมือนสมัย ร.5 คือหาสาเหตุแห่งปัญหาให้ได้ ถ้าหาไม่ได้แล้วมาปฏิรูปก็จะรักษาไม่ตรงจุด ถ้าเลือกคนไม่รู้สาเหตุมาแก้จะเกิดปัญหาหรือรู้สาเหตุแต่ไม่กล้าทำ เพราะจะไปขัดแย้งกับผลประโยชน์ก็จะเกิดปัญหาอีก ตนคิดว่าสาเหตุของโรค คือความไม่เท่าเทียม โดยประชานิยมเป็นสาเหตุของโรคที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหา ที่ คสช.จะปฏิรูปจริงๆแล้วประเด็นการปฏิรูปไม่ใช่เรื่องการเมืองเลย แต่เป็นการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม

วางคิวปฏิรูปการเมืองด่วน

ต่อมาเวลา 17.20 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่านโยบายของหัวหน้า คสช.ที่ให้คณะเตรียมการปฏิรูปดำเนินการรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ได้มากที่สุด ก่อนนำเสนอต่อหัวหน้าคสช.โดยได้เน้นประเด็นการปฏิรูปการเมืองว่าด้วยการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ การตรวจสอบ และควบคุมการใช้อำนาจ ส่วนประเด็นใหญ่ 11 หัวข้อของการปฏิรูปข้อเท็จจริงมีมากกว่านี้ แต่การปฏิรูปการเมืองเป็นเรื่องสำคัญกว่าต้องเร่งแก้ไข หลังจากปฏิรูปด้านการเมืองเรียบร้อย คงจะปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูประบบราชการ หรือแม้แต่ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

สารพัดม็อบแห่ร้อง “บิ๊กตู่” ช่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากหน้า บก.ทบ. ถนนราชดำเนินว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ชาวบ้านจาก ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังกรมป่าไม้ให้ออกจากพื้นที่สัมปทานป่ายูคาลิปตัสที่หมดสัมปทานบัตร ถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ทำให้ชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือนเดือดร้อน จากนั้นตัวแทนบริษัทการบินเอกชนและกลุ่มสหภาพแรงงานนักบินเฮลิคอปเตอร์ นำโดยนายเกียรติภูมิ แสงธิ ประธานสหภาพแรงงานนักบินเฮลิคอปเตอร์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อหัวหน้าคสช. กรณีแรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพนักบินเฮลิคอปเตอร์ โดยทำการบินในประเทศไทย ขอให้คสช.ดูแล นอกจากนี้ กลุ่มลูกจ้างประจำ กทม. 200 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ตรวจสอบคำสั่ง กทม.ปรับลดเงินเดือนลูกจ้าง กทม.ย้อนหลัง 3 ปีอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่ง กทม.แจ้งให้ทราบ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.และข่มขู่ให้เซ็นหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือนภายใน 15 วัน

“กิตติพงษ์” ปัดถูกทาบนั่ง ครม.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมรับรองชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ ทำพิธีส่งมอบงานให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีผู้บริหารและข้าราชการประจำกระทรวงฯนำดอกกุหลาบมามอบให้ จากนั้นเวลา 11.00 น. นายกิตติพงษ์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก ได้ไปสักการะพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า ไหว้พระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย ทั้งนี้นายกิตติพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการสร้างความปรองดองว่า คสช.กำลังแก้ปัญหาที่ลึกซึ้งให้ทุกฝ่ายมาเปิดใจหารือถึงปัญหาข้อขัดข้องใจ ถ้าผ่านจุดร่วมที่เป็นความหวังร่วมของคนไทยจะเป็นทางออกนำไปสู่การปรองดอง แต่ช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องระมัดระวังไม่ทำอะไรที่ล้ำเส้น ต้องมุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา เมื่อถามว่า คสช.ได้ทาบทามให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปหรือไม่ นายกิตติพงษ์ตอบว่า ยังไม่มีการทาบทาม แต่ในนามคณะทำงานเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปยังทำได้ต่อไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีชื่อเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ นายกิตติพงษ์ตอบว่า สื่อมวลชนกรุณาเอาชื่อไปใส่ แต่ไม่มีข้อเท็จจริง ส่วนตัวอยากทำงานด้านปฏิรูป เมื่อมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำหวังว่าจะมีเวลาทำงานในสิ่งที่อยากทำอย่างแท้จริง

ป.ป.ช.จับมือ 40 ม.ราชภัฏสกัดทุจริต

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานการลงนามเอ็มโอยูร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ ป.ป.ช. โดยนายปานเทพกล่าวว่า การลงนามข้อตกลงครั้งนี้ เพื่อใช้มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีอาจารย์ นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 4 แสนคน มาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันการทุจริต และใช้กลไกระบบการศึกษาของประเทศมาขับเคลื่อน โดยเพิ่มเติมเรื่องคุณธรรม จริยธรรมเข้าไปในหลักสูตรการศึกษา

ผนึกกำลัง คสช.ปราบโกงข้าว

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึง กรณี คสช.วางแนวนโยบายช่วยชาวนาเรื่องข้าวและปราบปรามทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ป.ป.ช.พร้อมให้ความร่วมมือกับ คสช.ในการปราบทุจริตโครงการจำนำข้าว โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยทำงาน และสังเกตการณ์ในคณะทำงานตรวจสอบบัญชี คณะทำงานตรวจสอบสต๊อกข้าว ขณะเดียวกันกรณีที่ ป.ป.ช.จะไปตรวจสอบสต๊อกข้าวตามโรงสีในต่างจังหวัด จะขอความร่วมมือจาก คสช.ให้ส่งทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ร่วมกัน นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอ คสช.ขอแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอาทิ กฎหมายเกี่ยวกับอายุความคดีทุจริตที่กำลังพิจารณาว่าจะขยายอายุความเพิ่มขึ้น และการติดตามทรัพย์สินคืนระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา

มติ กกต.ไม่คืนค่าสมัคร ส.ส.

เมื่อเวลา 11.40 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง แถลงว่า กกต.มีมติไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมการสมัครการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ตามที่พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต มีหนังสือร้องมา เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ และเงินค่าธรรมเนียมการสมัครตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง หมุนเวียนกลับมาให้พรรคการเมือง นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.มีหนังสือไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ให้ระมัดระวังการดำเนินกิจกรรมพรรคไม่ให้ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 แต่บางกิจกรรมยังทำได้ เช่น การจ่ายค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างบุคลากร แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการบริหารพรรค คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ กรณีลาออกจากตำแหน่ง ส่วนการยกเลิกพรรคยังทำไม่ได้ หากข้อบังคับพรรคระบุให้ว่าต้องประชุมเพื่อให้เป็นมติกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรคจะคิดคนเดียวไม่ได้ ถ้าหัวหน้าพรรคไม่อยากทำต้องลาออกไป ซึ่งนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทยยังไม่แจ้งขอยุติพรรคมายัง กกต.

ยกคำร้องรัฐบาลปูตั้ง ศรส.ขัด รธน.

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงภายหลังการประชุมว่า กกต.มีมติยกคำร้องตามที่คณะกรรมการไต่สวนได้พิจารณากรณีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.สรรหากับพวก ขอให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและคณะรัฐมนตรีรวม 36 ราย ปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ จากการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและออกคำสั่งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)โดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งเอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย ขอให้พิจารณาให้พ้นความเป็นรัฐมนตรีและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยเห็นว่าการออกคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.มั่นคงฯหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ให้อำนาจแก่ผู้ถูกร้อง และศาลแพ่งเคยมีคำพิพากษาวินิจฉัยการออกประกาศเป็นดุลยพินิจฝ่ายบริหาร การใช้งบประมาณฯ กกต.เคยพิจารณาว่าเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นและการรักษาประโยชน์ของรัฐ ประกอบกับสำนักงบฯเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมายและระเบียบราชการ และข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเป็นการสร้างความผูกพันให้ ครม.ต่อไป ไม่ปรากฏเป็นการกระทำที่นำไปสู่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งไม่ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ ประกอบกับรัฐธรรมนูญได้สิ้นสุดลง ความเป็นรัฐมนตรีก็สิ้นสุดลงด้วย

“มาร์ค” ดามเหล็กไหปลาร้ารอบสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 ก.ค.เพื่อนำเหล็กดามกระดูกไหปลาร้าด้านขวาที่หักออก ปรากฏว่ากระดูกยังไม่ติดกัน เนื่องจากนายอภิสิทธิ์มีกิจกรรมเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย และอาจทำกายภาพบำบัดผิดวิธี จึงจำเป็นต้องเริ่มต้นรักษาใหม่ใส่เหล็กดามกระดูกไหปลาร้าที่แตกร้าวอีกครั้ง ต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี รอให้กระดูกประสานจนติดสนิท จึงจะนัดผ่าเอาเหล็กออก นายอภิสิทธิ์ต้องใช้สายคล้องแขนประคองไหล่และบ่า หลังผ่าตัดอีกราว 3 สัปดาห์ แพทย์สั่งงดกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบ หลังการผ่าตัดนายอภิสิทธิ์แข็งแรงดี แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้

เมื่อเวลา 15.30 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ในฐานะผู้แทนหัวหน้า คสช.นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ หลังเข้ารับการผ่าตัดด้วยกล้องรักษาอาการติดเชื้อในท่อน้ำดีที่ รพ.รามาธิบดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อดีตปลัดพลังงานไขก๊อกพ้น ปตท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค.นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. (PTT) แจ้งว่านายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ กรรมการ ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ปตท. เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีผลตั้งแต่ 28 มิ.ย.เป็นต้นไป

กรรมการ ทอท.ลาออกอีก 4 ราย

ขณะที่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท.แจ้งว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งการลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท 4 ราย ได้แก่ 1. นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ 2. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล กรรมการอิสระ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทน กรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง 3. นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการสรรหาและกรรมการธรรมาภิบาล 4. นายถิรชัย วุฒิธรรม กรรมการกำหนดค่าตอบแทน โดยลำดับที่ 1 และ 2 มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. และลำดับที่ 3 และ 4 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.

ปลัด กห.เสียบประธานบอร์ด อสมท

ด้านบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT) รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อ 1 ก.ค.มีมติเลือกตั้งประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ดังนี้ 1. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประธานกรรมการ 2. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองประธานกรรมการ

ปลัด มท.สละทิ้ง 3 บอร์ดรัฐวิสาหกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงลาออกจาก กรรมการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และกรรมการโรงงานยาสูบ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นการลาออกส่วนตัว เพื่อเปิดทางให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบอร์ดใหม่

ป.ป.ช.ชงนักการเมืองแจ้งธุรกรรม 5 แสน

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธานประชุมกับผู้บริหารสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. 80 คน เพื่อให้ผู้บริหารสถาบันการเงินเป็นเครือข่ายสนับสนุนการตรวจสอบทรัพย์สินฯของ ป.ป.ช. โดยนายปานเทพกล่าวว่า เชิญผู้บริหารสถาบันการเงินมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้ป.ป.ช.มีอำนาจตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ตามมาตรา 37/2 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ให้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจคณะกรรมการธุรกรรมการเงินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงินได้ หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะออกประกาศกำหนดให้นักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และข้าราชการต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อ ป.ป.ช. กรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ วงเงิน 1 ล้านบาทขึ้นไป และเงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป สถาบันการเงินและสำนักงานที่ดินต้องรายงานข้อมูลดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ทราบด้วย เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ

แบงก์กุมขมับเพิ่มภาระงานอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือตัวแทนธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การกำหนดวงเงินสด 5 แสนบาท ให้รายงานต่อ ป.ป.ช. จะทำให้สถาบันการเงินมีภาระต้องรายงานการทำธุรกรรมแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก นอกจากรายงานการทำธุรกรรมที่สถาบันการเงินต้องแจ้งต่อ ปปง.หลายแสนรายต่อเดือนอยู่แล้ว ซึ่ง พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. รับว่าจะนำความเห็นจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปหารือกันอีกครั้ง เพื่อปรับปรุงการดำเนินการให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อาจจะหารืออีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปให้เป็นภาระต่อสถาบันการเงินน้อยที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...
คสช.ประยุทธ์ จันทร์โอชาร่างธรรมนูญชั่วคราวที่ปรึกษากฎหมายปรับปรุงแก้ไขนักธุรกิจเกาหลีใต้