Thairath Logo
กีฬา

'หน.คสช.'ต้อนรับนักธุรกิจเกาหลีใต้ ย้ำ เหตุจำเป็นบริหาร ปท.

Share :

"หน.คสช."ต้อนรับนักธุรกิจเกาหลีใต้ ย้ำ เหตุจำเป็น คสช.เข้ามาบริหารประเทศ เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม ในการบริหารราชการ ขอเชื่อมั่นการทำงาน คสช. 

วันที่ 2 ก.ค. ที่ห้องรับรอง ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน คณะนักธุรกิจจากประเทศเกาหลีใต้ ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) เพื่อขอความเชื่อมั่นในการค้า การลงทุน ระหว่าง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวต้อนรับ พร้อมแนะนำรองหัวหน้า คสช.ทั้ง 3 คน ก่อนจะระบุว่า คสช.ได้แบ่งงานกันดูแลทั้ง 21 กระทรวงและขับเคลื่อนการทำงานกับข้าราชการกระทรวงต่าง ๆ พร้อมยกตัวอย่าง ว่า ในอดีตตนเคยรับราชการใน กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ส่งกำลังพลไปร่วมรบในสงครามเกาหลี และได้สร้างอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเกาหลี ไว้ที่ จ.ชลบุรี เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง 2 ประเทศ

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวชื่นชมประเทศเกาหลี ที่เจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ พร้อมชี้แจง ถึงความจำเป็นต้องเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. โดยระบุถึงสถานการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค. รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ไม่สามารถบริหารได้ คสช.จึงจำเป็นต้องเข้ามายึดอำนาจการปกครองเพื่อบริหารประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มนักธุรกิจเกาหลีใต้กว่า 10 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งธุรกิจสายการบิน ได้เดินทางเข้าพบ และหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทย พร้อมกับอธิบายถึงนโยบายการลงทุน เศรษฐกิจในประทศไทยเน้นย้ำ ให้ความสำคัญตามลำดับความเร่งด่วน ทั้งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง พร้อมกันนี้ ยังยืนยัน ที่จะให้การสนับสนุนกลุ่มทุนเกาหลีใต้ และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ที่ตัดสินใจจะเข้ามาลงทุนโดยขอให้มีความเชื่อมั่นทำงานของ คสช.

นอกจากนี้ ยังได้พูดถึงปัญหาการค้า เรื่อง การลดภาษีน้ำตาลทรายแดงจากอ้อย ภายใต้ข้อตกลง"อาฟต้า"ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาผ่านช่องทางทางการทูต และผู้แทนการค้าระหว่างประทศ

โดยหัวหัวหน้า คสช ระบุ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ระบบการค้าต่างตอบแทน ขณะเดียวกันองค์กรภาค ธุรกิจเอกชน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สภาหอการค้าไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เข้ามาหารือกับ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขข้อขัดข้องในมาตรการระยะเร่งด่วน ขององค์กรธุรกิจภาคเอกชนในด้านต่างๆ ที่ได้มีการหารือไปแล้ว ก่อนหน้านี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการด้านกฎหมายเพื่อหาข้อสรุปเสนอต่อหัวหน้า คสช.เพื่อพิจารณาต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...