Thairath Logo
กีฬา

เมื่อต้อง 'ปฏิรูปการศึกษาไทย' รับมืออาเซียน!

Share :

"ปฏิรูป" คงจะเหมาะสมกับประเทศไทย ณ ห้วงเวลานี้ หลายเรื่องหลายปัญหากำลังถูกปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องเหมาะสมขึ้น รวมถึงแวดวงการศึกษาของไทย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายฝ่าย อยากให้แก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งวันนี้หลายภาคส่วน ก็กำลังระดมความคิดเห็นกันยกใหญ่ ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญ ครู ผู้สอน และอาจจะหมายรวมถึงนักเรียน นักศึกษาด้วย และคาดว่าอีกไม่นาน ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปิดกว้างอย่างแน่นอน ส่วนจะออกมาเป็นรูป เป็นร่างแค่ไหน ก็อาจต้องใช้เวลาพอควร

เฉกเช่นเดียวกับเรื่องเร่งด่วน ที่ใกล้เข้ามาทุกที กับการเตรียมตัวเองให้พร้อม เพื่อรองรับประเทศใกล้เคียงอีก 9 ประเทศ วันนี้เอง ระบบการศึกษาไทยเรา เพียบพร้อมแค่ไหน กับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน? 

ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล

โดย ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น ทางจุฬาฯ เองก็ได้รวมกลุ่มกัน ทั้งทางนิสิตเก่า อาจารย์ปัจจุบัน และบุคลากร โดยรวมตัวกันเพื่อมาร่วมกันคิดโจทย์ของประเทศ ว่าอะไรสมควรและเหมาะสม

ถามถึงความพร้อมในการปรับตัวเพื่อรองรับการปฏิรูปประเทศ หรือกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้นในไม่ช้านี้ ศ.นพ.ภิรมย์ บอกว่า หากดูไปแล้ว เรื่องต่างๆ ที่กำลังช่วยกันคิดอยู่นั้น ก็คล้ายคลึงและตรงกับแนวทางของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) อย่างการปฏิรูปคอรัปชัน การปฏิรูปทางการเมือง การปฏิรูปทางการศึกษา การปฏิรูปสื่อ เป็นต้น ซึ่งอาจวางแผนการดำเนินการที่แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งระยะสั้นตอนนี้มีด้วยกัน 5 เรื่อง และเรื่องที่ต้องดำเนินการในระยะยาวมีถึง 10 เรื่อง

ส่วนประเด็นเรื่องการเข้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้า อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า การเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น เป็นเรื่องไม่น่ามีปัญหาอะไร และก็โชคดีที่จุฬาฯ ได้ทำเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ในรูปแบบ Infrastructer

"ตอนนี้เราเตรียมพร้อม ด้วยการสร้างหอพักสำหรับนิสิตต่างชาติ ขนาดประมาณ 888 ห้อง ซึ่งสามารถรองรับนักศึกษาประมาณพันกว่าคน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ ถ้าเสร็จสมบูรณ์ หอดังกล่าวจะเปิดและสามารถรองรับนิสิตจากอาเซียนที่จะเข้ามาได้ ส่วนเรื่องของอาคารเรียนสำหรับหลักสูตรนานาชาติโดยเฉพาะ มีโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษากับอาเซียน โดยทำมาแล้ว 3 ปี ทั้งระยะสั้นระยะยาว ตอนนี้มีไปแล้วหลายร้อยคน ตอนนี้มีการให้ทุนคนในกลุ่มประเทศอาเซียนมาเรียนซึ่งเป็นระยะยาว แลกเปลี่ยนอาจารย์ และมีการทำวิจัยในหัวข้อที่สนใจร่วมกัน เช่น เรื่องโลกร้อน สิ่งแวดล้อมด้วย" ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าว

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์

ส่วน ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม แสดงความเห็นส่วนตัวว่า ทิศทางในการปฏิรูปเรื่องต่างๆ เราจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน จึงจะสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ และมาตรการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย โดยเฉพาะการศึกษาของไทย เราต้องยอมรับว่า ณ วันนี้เรารออะไร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลการศึกษาของนักเรียนที่จบจากโรงเรียน และปัญหาการว่างงานของเด็กจบใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนงานด้วย

"ไทยรัฐออนไลน์" ให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ยกตัวอย่างถึงการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีปทุมในปัจจุบัน ให้สอดคล้องรองรับการปฏิรูปการศึกษา ว่า วันนี้เราพยายามจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ในอุตสาหกรรมที่เติบโตในประเทศ มันไม่ใช่แค่การเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เราทำตั้งแต่หลักสูตร ที่ต้องปฏิรูป คือทุกหลักสูตร เราจะจับมือกับทุกอุตสาหกรรม ส่วนการเรียนการสอน เราไม่ได้หมายถึงอาจารย์ประจำแค่นั้น แต่เราให้คนในภาคอุตสาหกรรมนั้นมาช่วยสอนด้วย ซึ่งจะทำให้ได้องค์ความรู้ในด้านนั้นๆ จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง และเราจะเน้นในภาคปฏิบัติด้วย อย่างห้องแล็ปต่างๆ ที่เรามองว่า เราผลิตเด็กวันนี้ อีก 4 ปีที่เด็กจบการศึกษาไป จะต้องไปเจอ ไปประสบกับสิ่งใดบ้าง เช่น สาขาวิทยุโทรทัศน์ เราก็ให้มีห้องแล็ปเป็นสตูดิโอเลย อุปกรณ์ก็เป็นของจริง และเราก็มองไปให้ถึงทีวีดิจิตอลด้วย ซึ่งเรื่องนี้เราจะมองแบบล้าหลังไม่ได้เด็ดขาด

"เด็กไทยส่วนใหญ่จบไป ไม่ได้ทำงานในสาขาชีพที่เรียนมา มีเหตุผลหนึ่งคือการเรียนในห้องเรียน มันแตกต่างจากการศึกษา เรียนรู้ ด้วยตนเอง ก่อนที่จะลงปฏิบัติจริง "สหกิจศึกษา" เป็นโครงการที่เตรียมนักศึกษาให้พร้อมก่อนที่จะจบการศึกษา โดยให้เด็กได้มีประสบการณ์การทำงานจริงในตำแหน่งงานตามวิชาชีพก่อนจะเข้าไปทำงานจริง หรืออย่างในสาขาวิชาที่ต้องใบประกอบวิชาชีพในการทำงาน เราก็จะสนับสนุนให้เด็กเรียนโครงการดังกล่าว เพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพนั้น และเมื่อเรียนจบก็สามารถทำงานได้ทันที บางวิชาชีพเราแทบผลิตเด็กส่งตลาดไม่ทัน และเด็กที่มีใบประกอบการ เงินเดือนก็จะสูงกว่าด้วย" ดร.รัชนีพร กล่าว

อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว ว่า การผลิตบัณฑิตให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และมีงานทำที่ดี ซึ่งก็ต้องเตรียมพร้อมในทุกมิติ ส่วนเรื่องการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศไทยนั้น ไม่ว่าจะไปในทิศทางใด ทางมหาวิทยาลัย ได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้พูดได้ว่า เราผลิตเด็กออกไป 100% เด็กจะมีงานทำได้ในระยะเวลา 8-9 เดือน ถึง 90%

มาถึงสุดท้าย "ไทยรัฐออนไลน์" มองว่า ไม่ว่าจะสถาบันการศึกษาไหน ของรัฐบาลหรือเอกชน ทุกแห่งก็คงจะต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือปฏิรูปการศึกษา เพราะสุดท้าย "เด็กไทย" เท่านั้น ผลลัพธ์ที่มีค่าที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...
ปฏิรูปการศึกษาไทยปฏิรูปการศึกษา