Thairath Logo
กีฬา

มาดูกับมาดาม: Transformers: Age of Extinction…มหาวิบัติยุคสูญพันธ์ุ

Share :

“After all we have done, humans are hunting us. But I fear we are all targets now.”
“หลังจากทุกสิ่งที่เราทำ มนุษย์กลับไล่ล่าพวกเรา แต่ข้ากลัวว่าตอนนี้เราทั้งหมดคือเป้าหมาย”
(Optimus Prime)

เกิดอะไรขึ้นกับเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ส? เหตุไฉนถึงถูกไล่ล่าจากมนุษย์ ทั้งที่ต่างฝ่ายก็ร่วมมือปกป้องโลกกันอย่างแข็งขันตลอดสามภาคที่ผ่านมา อะไรคือสาเหตุที่พันธมิตรแตกแยก...ติดตามกันได้ใน “Transformers: Age of Extinction.”

เดินทางมาถึงภาค 4 แล้วนะคะ สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ชุด “Transformers” ที่ผู้ชมทั่วโลกรอคอย โดยครั้งนี้เป็นเรื่องราว 5 ปีถัดมา หลังจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองครั้งรุนแรงที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เกือบสิ้นชื่อ แต่หากใครคาดหวังจะเจอตัวละครแก๊งเดิม ขอบอกว่าคงต้องผิดหวังนะคะ เพราะภาคนี้ แม้ช่วงเวลาจะต่อเนื่องกัน แต่ตัวละครที่มีบทบาทหลักๆ ถูกเปลี่ยนโฉมหน้าทั้งหมด ทั้งพระเอก นางเอก หรือแม้แต่ตัวร้าย...

ภาพโปสเตอร์ของ "Transformers Age of Extinction"

ภาคนี้ยังคงใช้ Michael Bay เป็นผู้กำกับเหมือนเดิม ความยิ่งใหญ่อลังการคงไม่ต้องพูดถึง เพราะประโคมกันเต็มที่ ทั้งการสร้างฉาก เทคนิคพิเศษ โดยเฉพาะการสร้างรูปร่างหน้าตาของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สและการเคลื่อนไหวตัว สังเกตได้ว่ามีพัฒนาการเรื่อยๆ ตั้งแต่ภาคแรก การขยับปรับเปลี่ยนรูปร่างของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สที่แนบเนียนขึ้น จนมาดามยังอดทึ่งไม่ได้ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ชมนะคะ หนังประเภทนี้อย่ารอดูที่บ้านค่ะ ต้องมาดูจอใหญ่ๆ และเสียงเซอร์ราวน์หนักๆ รับรองว่ากระหึ่มไปทั้งตัวและหัวใจเลยทีเดียว

โฉมหน้า "ออฟติมัส ไพร์ม" ยังดูเท่เหมือนเดิมทุกอย่าง

นอกเหนือจากบรรดาแก๊งนักแสดงที่เปลี่ยนใหม่หมด องค์ประกอบอื่นๆ ของเรื่องก็ยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะปมปัญหาระหว่างมนุษย์กับพลพรรคทรานส์ฟอร์เมอร์ส ซึ่งยังโฟกัสเรื่องความไว้วางใจต่อกันและความศรัทธาในมิตรภาพเช่นเดิม ในภาคที่ผ่านมาตัวละครเอก (Sam นำแสดงโดย Shia LaBeouf) มักมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น (ในตัวเอง) อยู่เสมอ เขาต้องก้าวผ่านอะไรหลายอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และภารกิจ (โดยบังเอิญ) ของเขากับเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สในภาคที่ผ่านมาก็เรียกความเชื่อมั่นของเขากลับมาได้ทุกครั้ง

แก๊งกู้โลกหน้าใหม่ พันธมิตรยามยากของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ส

ต่างจากในภาคนี้ที่กลับกันค่ะ แทนที่ “ออฟติมัส ไพร์ม” จะเรียกขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่ามวลมนุษยชาติเหมือนเคย แต่กลับเป็นพระเอกนักประดิษฐ์หุ่นยนต์ “เคด เยเกอร์” (นำแสดงโดย Mark Wahlberg) คุณพ่อลูกติดที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ “เทสซ่า เยเกอร์” (นำแสดงโดย Nicola Peltz) ลูกสาวคนเดียวเรียนจบและมีชีวิตที่ดี ที่เตือนสติเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์l เรียกความเชื่อมั่นและความศรัทธาให้กลับคืนมา และได้ร่วมปฏิบัติการปกป้องโลกร่วมกันอีกครั้ง

“When I was fixing you, I was just thinking of money, to take care of my family. You gotta have faith, Prime. May be not in who we are, but who we can be.”
“ตอนผมซ่อมคุณ ผมคิดแต่เรื่องเงินเลี้ยงครอบครัว...คุณต้องมีศรัทธานะไพร์ม บางทีอาจไม่ใช่ที่พวกเราเป็นใคร แต่พวกเราจะเป็นใครได้ต่างหาก”
(Cade Yeager)

ถ้าใครเป็นแฟนประจำภาคก่อนๆ คงไม่ผิดความคาดหมายเท่าไหร่ เรื่องราวคร่าวๆ ก็หนีไม่พ้นศัตรูตัวร้ายจากนอกโลก (เปลี่ยนแก๊งไปเรื่อยๆ) เข้ามาบุกรุกเพื่อทำลายล้างและครอบครองโลก เหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สก็อดรนทนไม่ได้ เพราะได้พึ่งพิงความผาสุกบนโลกมานานจนคิดว่าควรจะมีส่วนร่วมรักษาความสงบสุขให้แก่โลกนี้ และมนุษย์ก็เป็นพันธมิตรที่ดีตลอดมา จนกระทั่งในภาคนี้ที่ความเชื่อนั้นถูกสั่นคลอน

ลองเดาสิว่าใครเป็นใคร...

“A new era has begun. The age of the Transformers is over.”
“ยุคใหม่กำลังจะเริ่ม...ยุคของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สกำลังจะหมดลง”
(Harold Attinger)

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนประจำ ไม่รู้เรื่องราวในภาคก่อนๆ หรือจำไม่ได้ ก็ไม่ต้องกังวลมากค่ะ เพราะในภาคนี้ไม่ได้พาดพิงถึงตัวละครเก่าเลยแม้แต่น้อย เหมือนเป็นการร่างเค้าโครงเรื่องขึ้นใหม่ ให้คนที่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเป็นครั้งแรกต่อติดด้วย แต่คนที่คุ้นเคยกับแก๊งกู้โลกภาคก่อนหน้าอาจจะมีมึนๆ บ้าง รวมทั้งมาดามเอง ที่แอบตะหงิดเล็กๆเพราะในภาคนี้ไม่มีการพูดถึงแก๊งเก่าเลย ทั้งที่ร่วมรบกันมาก่อนแท้ๆ...ลืมกันลงได้ยังไง!

ว่าที่ลูกเขย vs. ว่าที่พ่อตา

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครเป็นคอหนังไซไฟ แอ็กชั่น แฟนตาซี ขอบอกว่าเรื่องนี้คงถูกอกถูกใจทีเดียวค่ะ ทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครก็มี “Stereotype” หรือ “รูปแบบคาแรกเตอร์” ค่อนไปทางแนวนั้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญแฝงแง่คิดเบาๆ แต่กินใจความกว้างขวางไว้ด้วยเช่นเคย โดยเฉพาะเรื่อง “ความศรัทธา” และ “ความเชื่อมั่น” ที่มนุษยชาติพึงมี... “ความหวาดระแวง” ที่ใครหลายคนมีและพยายามแพร่เชื้อให้คนอื่น คือบ่อนทำลายทำให้สังคมมนุษย์เกิดความสั่นคลอน แถมยังสร้างความหวาดกลัว คอยแต่จะตั้งป้อมจับผิด ทำร้ายและระรานผู้อื่นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย และในที่สุด...ก็สูญสิ้นศรัทธาต่อความดีและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน...เหมือนอย่างที่เหล่าตัวร้ายในภาคนี้เป็นมาแล้ว

และสำหรับใครที่สงสัยว่าจะมีภาคต่ออีกหรือไม่ มาดามอนุมานเอาเองว่าคงจะมีแน่ๆ ลองดูจากคำพูดทิ้งท้ายของไพร์มก็ได้ ประกาศกร้าวท้ารบกับข้าศึกนอกโลกขนาดนั้น....เรื่องมันคงไม่จบง่ายๆ แน่

รวมมิตรเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์สที่กอบกู้โลกในภาคนี้

“There are innumerable mysteries to the universe. But who we are, is not one of them. That answer lies inside us. I am Optimus Prime, and I send this message to my creators: leave Earth alone, for I’m coming for you!”
“มีเรื่องลึกลับมากมายในจักรวาลนี้ แต่พวกเราไม่ใช่หนึ่งในพวกนั้น แต่คำตอบนั้นอยู่กับพวกเรา...ข้าคือออฟติมัส ไพร์ม และข้าส่งสารนี้ถึงเหล่าผู้สร้างของข้า...อย่ายุ่งกับโลก เพราะข้าจะตามล่าท่านแน่!”
(Optimus Prime)

ตัวอย่างภาพยนตร์ "Transformers: Age of Extinction" (2014)

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

อ่านเพิ่มเติม...
มาดูกับมาดามมาดามอองทัวร์วิจารณ์ภาพยนตร์Transformers Age of ExtinctionTransformers 4ทรานส์ฟอร์เมอร์Mark WahlbergNicola PeltzOptimus PrimeMichael Bayแอคชั่นไซไฟแฟนตาซี