Thairath Logo
กีฬา

ชำแหละ! 8 พระกาฬ ดวลเดือดบอลโลก

Share :

เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2014 ตัวเต็งแชมป์พาเหรดกันเข้ารอบมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเป็น "เจ้าภาพ" บราซิล, "รองแชมป์เก่า" เนเธอร์แลนด์, "ทัพฟ้าขาว" อาร์เจนตินา หรือแม้กระทั่ง "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน แต่ที่เซอไพรส์ที่สุด คงหนีไม่พ้น "คอสตาริกา" ม้ามืดในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแท้จริง ส่วนในรอบนี้ ใครฉะกับใคร โอกาสการเข้ารอบของทีมใดมีมากกว่ากัน และ 4 ทีมสุดท้ายจะเป็นทีมใดกันแน่...

คู่ที่ 1 ฝรั่งเศส พบ เยอรมัน 

ฝรั่งเศส

ผลงานจนถึงรอบนี้ของ "ทัพตราไก่" กับการที่ไร้ 2 สตาร์ อย่าง ฟรองค์ ริเบรี และ ซาเมียร์ นาสรี ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมเกินคาด กับการคว้าชัยไปได้ 3 เกม โดยเฉพาะในนัดล่าสุดที่เอาชนะไนจีเรีย 2-0 ใช้ความอดทน บุกเจาะแผงหลังจนได้ประตูคว้าชัยชนะไปได้ในที่สุด ซึ่งต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับยอดโค้ชอย่าง "ดิดิเยร์ เดส์ชองส์"

จุดเด่น

เกมบุกของทัพตราไก่ชุดนี้ ถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างยิ่ง เกมรุกที่เล่นกันได้อย่างลงตัว จังหวะชิ่งที่ทำกันได้อย่างรวดเร็ว คือจุดเด่นอย่างยิ่ง

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์

จุดอ่อน

จุดอ่อนของทีมยังคงเป็นที่หัวหอกสากของทีม อย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ยังโชว์ฟอร์มยังไม่เข้าขากับเพื่อนร่วมทีม รวมไปถึงแบ็กซ้าย อย่าง ปาทริค เอฟรา ที่ความเร็วลดไปตามวัย ทำให้ปีกของคู่ต่อสู้เจาะมายังแบ็กซ้ายของฝรั่งเศสอยู่บ่อยครั้ง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

พอล ป็อกบา มีหลายคนนำไปเปรียบเทียบกับยอดตำนานแข้งน้ำหอมอย่าง ปาทริค วิเอรา ตำนานกองกลางของทีม มิดฟิลด์ ไดนาโมคนนี้ เป็นผู้ทำเกมแดนกลางให้พลพรรคตราไก่ ดูไหลลื่น ลูกล่อลูกชน ยอดเยี่ยม เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองในบอลโลกคราวนี้ทีเดียว

เยอรมัน

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน อดีตแชมป์โลก 3 สมัย ของบุนเดสเทรเนอร์ "โยอาคิม เลิฟ" โดยทัวร์นาเมนต์นี้ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าในนัดล่าสุด กว่าที่จะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมมาได้ ต้องเหนื่อยไปถึงช่วงต่อเวลา เมื่อครองบอลแทบจะฝ่ายเดียวแต่ไม่สามารถเจาะประตูแอลจีเรียได้ใน 90 นาที ก่อนที่ความพยายามจะไม่ลดละ มาพังประตูได้ในช่วงต่อเวลาจนคว้าชัยชนะ 2-1 ไปได้สำเร็จ

จุดเด่น

ระบบทีมที่ยอดเยี่ยม การเล่นเกมรุกที่ดูจะเพลินตาเข้าขากันอย่างมาก การเข้าทำที่รวดเร็ว จ่ายจังหวะได้เสียกันได้อย่างดีเยี่ยม คือจุดเด่นของเยอรมันชุดนี้จริงๆ

โยอาคิม เลิฟ

จุดอ่อน

อยู่ที่แผงฟูลแบ็กที่ดูจะเชื่องช้า ด้วยอายุอานาม ที่มากเหลือเกิน ถ้าเจอกองหน้าจรวด เร็วๆ รับรองมีเหนื่อยแน่นอน บวกกับการส่งตัวผู้เล่นไม่ตรงกับตำแหน่งที่ถนัดทำให้นักเตะเล่นได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิก เจ้าของดาวซัลโว เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มาทัวร์นาเมนต์นี้ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดต่อเนื่อง กดไปแล้ว 4 ประตู การเข้าทำที่เฉียบขาด ถือว่าเป็นตัวความหวังในการทำประตูของอินทรีเหล็กในบอลโลกครั้งนี้อย่างยิ่ง

ความน่าจะเป็นของเกม

ถือว่าเป็นคู่บิ๊กแมตช์ในรอบนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งสองทีมกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี โดยสัญชาตญาณของทั้งคู่เป็นสายเปิดเกมบุกโดยตรงอยู่แล้ว จึงทำให้เกมนี้ลุ้นกันสนุกแน่นแน อาจมีสิทธิ์เสมอกันในเวลา และไปดวลลูกโทษที่จุดโทษเลยทีเดียว 

ผลการแข่งขันที่คาด เยอรมัน เสมอ ฝรั่งเศส 1-1 (ฝรั่งเศสชนะดวลลูกโทษ)

คู่ที่ 2 บราซิล พบ โคลอมเบีย

บราซิล

"แซมบ้า"​ บราซิล เจ้าภาพในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดล่าสุดกว่าที่ขุนพลแซมบ้า ของกุนซือ "หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี" จะผ่านเข้ารอบมาได้ เลือดตาแทบกระเด็น หลังจากเจอยันต์มหาอุจของพลพรรคแข้งชิลี ทำให้เสมอกันในเวลา 1-1 ใน 120 นาที แต่โชคชะตายังเข้าคงเข้าข้าง "เจ้าภาพ" เมื่อเอาชนะในการดวลจุดโทษ 3-2 ผ่านเข้ามาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ 

จุดแข็ง

เสียงเชียร์จากกองเชียร์ข้างสนาม เนื่องจากการเป็นเจ้าภาพ คือจุดเพิ่มกำลังใจในการเล่น ที่แสดงความฮึกเหิมได้บ่อยครั้งผสมกับสภาพแวดล้อม ความคุ้นเคยต่างๆในการเป็นเจ้าภาพที่ทำให้ได้เปรียบผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก

หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี

จุดอ่อน

เกมบุกยังคงขึ้นที่เนย์มาร์บ่อยครั้ง ถ้าวันไหนโดนปิดตายเกมรุกจะบอดไปทันที กองหน้าตัวเป้ายังฝากความหวังไว้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น เฟรด หรือ โช เมื่อเปรียบเทียบกับหัวหอกแซมบ้ารุ่นเก่าๆ อย่าง โรนัลโด, โรนัลดินโญ, ริวัลโด กองหน้าตอนนี้ ไม่มีทางเทียบชั้นได้เลย

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เนยมาร์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมยังคงเป็นความหวังของเหล่าแข้งแซมบ้า ความเร็วปานจรวด การลากเลื้อยที่คล่องแคล่ว ผสมกับการหาช่องยิงประตูที่ยอดเยี่ยม โดยทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวกดไปแล้วถึง 4 ประตู 

โคลอมเบีย

ยอดทีมฝีมือดีจากแดนอเมริกาใต้อีกทีม ไม่ใช่เรื่องเซอไพรส์เลยที่ลูกทีมของ "โฮเซ เปเกอร์มัน" สามารถผ่านเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมเป็นสมัยแรก โดยรอบที่ผ่านมา "ฮาเมส โรดริเกซ" จอมทัพตัวเก่งของทีม จัดการเหมา 2 ประตูพาทีมดับซ่าอุรุกวัย ตัวแทนจากทวีปเดียวกันมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 2-0 เก็บชัยชนะ 4 นัดรวด ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มทะยานมาจนถึงรอบนี้

จุดแข็ง

แข้งวัยรุ่นของทีม ต่างโชว์ฟอร์มกันได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบทีมเวิร์กที่ลงตัว พร้อมกับหลังบ้านที่เหนียวแน่น ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างยิ่ง

โฮเซ เปเกอร์มัน

จุดอ่อน

มาถึงตอนนี้จุดอ่อนของทีมนี้ยังหาตำหนิไม่ได้ ต้องดูกันว่ายิ่งผ่านเข้ารอบลึกๆ เหล่าแข้งดาวรุ่งที่ประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ อย่างฟุตบอลโลกยังน้อย จะรับแรงกดดันได้มากน้อยถึงขนาดไหน

สตาร์ที่น่าจับตามอง

ฮาเมส โรดริเกซ สุดยอดแข้งในทัวร์นาเมนต์นี้ ความรวดเร็ว ความคล่องตัว การเข้าหาจังหวะประตูที่ยอดเยี่ยม สรรพคุณทั้งหมดรวมกันเป็นตัวของเขาคนนี้ เมื่อเจ้าตัวจัดการซัดไปแล้วถึง 5 ตุงให้กับทีมชาติโคลอมเบีย ก่อนที่จะขึ้นไปเหยียบบนยอดเขาดาวซัลโวแบบโดดเดี่ยว ที่จำนวน 5 ประตู 

ความน่าจะเป็นของเกม

"เจ้าภาพ" บราซิลได้เปรียบเรื่องการเล่นในบ้าน สภาพเสียงเชียร์ สภาพแวดล้อมก็จริง แต่รูปเกมการเล่นยังคงเป็นคำถาม ทีมเวิร์กที่ยังไม่ดีมาก ผสมกับเรื่องการจบสกอร์ของหน้าเป้าที่ยังไม่คม มาเจอกับโคลอมเบียในช่วงที่กำลังพีคถึงสุดขีด มีเหนื่อยแน่นอน และอาจจะเจอเรื่องเซอไพรส์ในนัดนี้เลยก็เป็นได้

ผลการแข่งขันที่คาด  "เจ้าภาพ" บราซิล พ่าย โคลอมเบีย 1-2 

คู่ที่ 3 อาร์เจนตินา พบ เบลเยียม

อาร์เจนตินา

"ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา อีกหนึ่งตัวเต็งแชมป์ในบอลโลกคราวนี้ นำทัพโดย ลีโอเนล เมสซี เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 4 สมัย โดยรอบที่ผ่านมา กว่าจะทะยานเข้ารอบ 8 ทีมมาได้ เหนื่อยเหลือเกิน จึงเป็นการบ้านอันหนักสาหัสให้กุนซือ "อเลฮานโดร ซาเบลลา" ได้ขบคิดหาทางออก เพราะคู่แข่งในรอบต่อไปอย่าง เบลเยียม ไม่ธรรมดาแน่นอน 

จุดแข็ง

ไม่ต้องสาธยายให้มากมาย จุดแข็ง ของพลพรรคฟ้าขาวนั้นคือเหล่าเกมรุกที่คอยจะทะลวงคู่แข่งได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะจับใครลงเล่นตัวจริงหรือตัวสำรอง ต่างน่าสะพรึงกลัวต่อเกมรับของคู่แข่งแทบทั้งสิ้น

อเลฮานโดร ซาเบลลา

จุดอ่อน

ถึงจะเกมบุกดีเท่าไหร่ แต่เกมรับของอาร์เจนตินา ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม หลังจากพลาดในจังหวะง่ายๆ เสียประตูบ่อยครั้ง ถือว่าแนวรับชุดนี้ยังเป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

ลิโอเนล เมสซี อดีตบัลลงดอร์ 4 สมัย จอมทัพของพลพรรค "ฟ้าขาว" ชุดนี้ ถือว่าเป็นสุดยอดแข้งของยุค ได้แชมป์มาเกือบจะทุกถ้วยแล้วแต่ที่ขาดอย่างเดียวคือฟุตบอลโลก มาปีนี้เมสซีถือว่าเป็นปีทองที่จะมีโอกาสจะคว้าถ้วยแชมป์ได้มากที่สุด

เบลเยียม

"ปิศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม อีกหนึ่งม้ามืดที่มีลุ้นแชมป์บอลโลกในปีนี้ ผลงานช่างสวยหรูมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เก็บ 9 แต้มเต็ม ก่อนที่จะมาเหนื่อยหน่อยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากเฉือนเอาชนะ สหรัฐอเมริกา แบบหืดจับ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

จุดแข็ง

แท็กติกของกุนซือ "มาร์ก วิลมอตส์" ถือว่าเป็นจุดเด่นของเบลเยียมชุดนี้อย่างยิ่ง รวมไปถึงความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะดาวรุ่งในทีม เป็นอีก 1 จุดเด่นที่น่ากลัวตองแข้งตรงข้ามอย่างมาก

มาร์ก วิลมอตส์

จุดอ่อน

ประสบการณ์ของผู้เล่นดาวรุ่งต่างๆ ถือว่ายังน้อย กับการที่จะต้องรับสภาวะแรงกดดันในการเล่นรอบลึกๆ ดูว่าแข้งดาวรุ่งในทีมจะมีมากน้อยแค่ไหน

สตาร์ของทีม

เอเดน อาซาร์ด ดาวรุ่งฟอร์มเทพของทีมแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในเวทีบอลโลกครั้งนี้ ความรวดเร็ว ความคล่องตัว มีส่วนพลิกเกมให้กับทีมถือว่าเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในแนวรุกที่เบลเยียมจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่น่าดูน่าชมจริงๆ อาร์เจนตินา เป็นสไตล์เปิดเกมบุกเข้าใส่ ส่วนเบลเยียมเน้นเกมรับที่เหนียวแน่น บวกกับเกมบุกที่ไว้ใจได้ ด้านทีเด็ดทีขาดในแนวรุก "ฟ้าขาว" จะมีมากกว่า แต่เกมรับดูจะหละหลวม อีกทั้งเบลเยียมชุดนี้ แท็กติกดีเหลือเกิน น่าจะสร้างปัญหาให้กับอาร์เจนตินาได้แน่นอน

ผลการแข่งขันที่คาด

อาร์เจนตินา เสมอ เบลเยียม 1-1  (เบลเยียมชนะต่อเวลา 2-1)

คู่ที่ 4  เนเธอร์แลนด์ พบ คอสตาริกา

เนเธอร์แลนด์

อัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ โกงความตายมาได้ในนัดที่แล้ว จากที่กำลังจะพ่ายแพ้เม็กซิโกอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 88 และมาได้ประตูชัยจากลูกจุดโทษของ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ในช่วงทดเจ็บ เข้ารอบมาได้พร้อมกับสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์

จุดแข็ง

"หลุยส์ ฟาน กัล" กุนซือจอมแก้เกม ถือว่าเป็นจุดเด่นของกองทัพดัตช์อย่างแท้จริง เป็นโค้ชที่แก้แท็กติกจากที่ตามหลังกลับมาชนะได้ถึง 3 นัด ถือว่าเป็นสุดยอดบรมกุนซือในบอลโลกอย่างแท้จริง

หลุยส์ ฟาน กัล

จุดอ่อน

แข้งดาวรุ่งของทีม ในเกมใหญ่จะคอยรับแรงกดดันจากการลงสนามในรอบลึกๆ ได้หรือไม่ บวกกับ แบ็กทั้งสองข้างเวลาเติมเกมบุกมักจะลงไม่ทัน เป็นเหตุให้คู่ต่อสู้โจมตีได้บ่อยครั้ง

สตาร์ของทีม

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวจี๊ดของทีม ถือว่าเป็นแข้งจอมเก๋าที่มีส่วนสำคัญกับการพลิกกลับมาชนะคู่แข่งแทบจะทุกนัด ความไว ความคล่อง แถมยังชอบเลี้ยงตัดเข้าในยิงเข้าอยู่บ่อยครั้ง เป็นตัวอันตรายของพลพรรคชาวดัตช์อย่างยิ่ง

คอสตาริกา

คอสตาริกา ของกุนซือ "ฮอร์เก ปินโต" ได้พิสูจน์ฝีเท้าแล้วว่า เป็นทีมไม้ประดับ ที่ฝีมือไม่ใช่ไม้ประดับ หักปากกาเซียนแท่งแล้วแท่งเล่า ถือว่าเป็นม้ามืดในรอบนี้อย่างแท้จริง ด้วยผลงานที่สุดยอดยังไม่พ่ายพลั้งให้กับทีมใดเลยสักทีม เป็นทีมที่น่าจับตามองทีเดียว

จุดแข็ง

แม้ว่าจะไม่ค่อยมีสตาร์ดังอยู่ในทีม แต่ระบบทีมที่ยอดเยี่ยม ทีมเวิร์ก ความมุ่งมั่น ความกระหายในการลงเล่น เป็นสิ่งที่สุดยอดของตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟทีมนี้

ฮอร์เก ปินโต

จุดอ่อน

ผู้เล่นในทีมทุกคนยังไม่เคยผ่านเข้ามาเล่นในรอบลึกๆ ของฟุตบอลโลก ต้องดูว่าประสบการณ์ จะเป็นจุดอ่อนของคอสตาริกาชุดนี้หรือเปล่า

สตาร์ของทีม

เคเลอร์ นาบาส นายด่านจอมเหนียว วัย 27 ปีคนนี้ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่พาทีมคอสตาริกาทะลุเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ความว่องไวในการเซฟ ปฏิกิริยาที่ดีเยี่ยม มีลุ้นเป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นี้เลยทีเดียว

ความน่าจะเป็นของเกม

ชื่อชั้น เนเธอร์แลนด์เหนือกว่าอยู่บานเบอะ แต่การเดินทางเข้ามาถึงรอบนี้ของทางคอสตาริกานั้นไม่ใช่ทีมไม้ประดับอีกต่อไป รูปเกมน่าจะเป็น เนเธอร์แลนด์บุกได้มากกว่าแน่นอน แต่จะเจาะเกมรับของคอสตาริกานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บวกกับการสวนกลับของคอสตาริกาที่ดูน่ากลัวทีเดียว ทีมใหญ่ๆ ต้องมาทิ้งชื่ออยู่หลายทีมแล้ว นัดนี้อาจมีการหักปากกาเซียนอีกด้าม

ผลการแข่งขันที่คาด

เนเธอร์แลนด์ เสมอ คอสตาริกา 1-1 (คอสตาริกาชนะดวลลูกโทษ)

อ่านเพิ่มเติม...
รอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014บราซิลโคลอมเบียเนเธอร์แลนด์คอสตาริกาอาร์เจนตินาเยอรมันฝรั่งเศสเบลเยียม