วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ทัพเรือภาค 3' เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพล 6 จ. อันดามัน

'ทัพเรือภาค 3' เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพล 6 จ. อันดามัน

  • Share:

ทัพเรือภาคที่ 3 สนองนโยบาย คสช. เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพล 6 จังหวัดอันดามัน เน้นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะทั้งทางบกและทะเลเป็นหลัก...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค. พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.ทร.3 กล่าวว่า ทัพเรือภาคที่ 3 รับมอบนโยบายจาก คสช.ให้ปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อให้ประเทศไทยคืนสู่ความสุข โดยเฉพาะภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ ทั้งนี้ทัพเรือภาคที่ 3 รับผิดชอบดูแลพื้นที่ 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล มีภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การขจัดปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในรูปแบบใหม่ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธสงคราม การบุกรุกที่ดินของรัฐตามเกาะแก่งและชายฝั่ง การทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ฯลฯ ซึ่งภัยคุกคามโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่จะทำลายประเทศของเราในปัจจุบัน กลุ่มคนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายหลายประการ เช่น การบุกรุกที่ดินของรัฐ การบุกรุกป่าไม้-อุทยานทางทะเลและเจ้าท่าต่างๆ เป็นต้น โดยผู้มีอิทธิพลมักจะมีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ บางคนร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับคำสั่งจาก คสช.กำหนดให้ปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อให้ประเทศคืนสู่ความสุข

ผบ.ทร.3 กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 3 ได้เชิญหน่วยงานที่ทำหน้าที่ใน 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมป่าไม้ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางทะเลประชุม และให้นโยบายตามที่ คสช. กำหนด เพื่อป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพลและภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามที่มีในประเทศและจากนอกประเทศเป็นประเด็นสำคัญของการประชุม รวมทั้งได้ประชุมมอบนโยบายของ คสช.กำหนด โดยให้ กอ.รมน. ส่วนแยก กองทัพเรือปฏิบัติ นอกจากนี้ จะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 จังหวัดอันดามัน-การจัดระเบียบพื้นที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อย เน้นให้ตรวจสอบการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและป่าไม้ เพื่อให้ท้องถิ่นทั้งหมดนำสู่การปฏิบัติ การจัดระเบียบพื้นที่ใน จ.ภูเก็ตนั้น ได้รับความร่วมมือจากตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตระดมกำลังตำรวจร่วมกับทหารกวาดล้างการทำผิดที่สาธารณประโยชน์ทางทะเล-ชายหาด เช่น มีเก้าอี้ผ้าใบ มีเจ้าของมิชอบด้วยกฎหมาย เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งต้องดำเนินคดีกวาดล้างกันต่อไป ซึ่งการตรวจสอบรุกที่ดินใน จ.ภูเก็ต ทัพเรือภาคที่ 3 ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน อ.ถลาง ซึ่งกรมป่าไม้ระบุพื้นที่จำนวน 4,000 ไร่ ถูกบุกรุกเป็นส่วนใหญ่ เหลือประมาณ 500 ไร่เท่านั้น ซึ่งจะต้องดำเนินการตามนโยบายดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดูแลและส่งรายงานผลการปฏิบัติ

"การตรวจสอบการบุกรุกที่ดินของรัฐยังมีพื้นที่การตรวจสอบ-เพ่งเล็งเขตปลอดภัยทางราชการทหารของฐานทัพเรือพังงา บริเวณท้ายเหมือง รวมทั้งผู้ที่สร้างท่าเรือล้ำลำน้ำ โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายเป็นสำคัญ เและการตรวจค้นบางแห่งเกิดคดีใช้ชายฉกรรจ์จำนวน 10 คน เข้าไปยึดพื้นที่บ้านเรือนของราษฎร จึงร่วมกับตำรวจจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว โดยมีเบื้องหลังเป็นผู้มีอิทธิพล การตรวจสอบที่ดินของรัฐต้องเพิ่มมาตรการ โดยคำสั่งที่ 32 ของ คสช.กำหนดให้ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้มีอำนาจตามมาตรากฎอัยการศึก การตรวจค้น การเรียกตัวผู้กระทำผิดจะต้องใช้กฎหมายอัยการศึกทำให้ผู้กระทำผิดกลัว รวมทั้งได้เข้มงวดการตรวจคนเข้าเมือง การนำเข้าสินค้าหนีภาษีและการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การทำผิดกฎหมายในทะเลต่างๆ บริเวณชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทางทะเล 6 จังหวัดอันดามัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลต่อไป" ผบ.ทร.3 กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้