Thairath Logo
กีฬา

บิ๊กแมตช์ อินทรี vs ไก่

Share :

โด่งดังเป็นพลุแตกขึ้นมา ทำให้เจมส์ โรดริเกซ หรือฮาเมส โรดริเกซ มิดฟิลด์จอมถล่มประตูของโคลอมเบียที่ซัดไปแล้ว 5 ลูก กลายเป็นที่สนใจของแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องชื่อของเขาออกเสียงอย่างไรกันแน่ แบบอังกฤษหรือสแปนิช

ชื่อ James ไม่ใช่ชื่อในภาษาสเปน เป็นชื่อแบบอังกฤษ บ้างจึงเรียกกันว่า “เจมส์” แบบภาษาอังกฤษ แต่คนท้องถิ่นโคลอมเบียเรียกเขาว่า “ฮาเมส” ซึ่งเป็นการออกเสียงในภาษาสเปนแบบละตินอเมริกา พ่อของเขาชื่อ วิลสัน เจมส์ โรดริเกซ เบดอลยา มีข่าวลือว่า พ่อเป็นแฟนหนังเจมส์ บอนด์ เลยตั้งชื่อลูกว่า เจมส์ ตอนเด็กๆสนิทสนมกับพ่อดี แต่ต่อมาพ่อแม่แยกทางกัน เลยไม่ค่อยได้เจอพ่อสักเท่าไหร่ นาทีนี้ก็ยังไม่มีข่าวออกจากทางฝั่งพ่อของเขาเลย จึงยังไม่สามารถยืนยันข่าวลือเรื่องการตั้งชื่อของเขาได้ หรืออาจเป็นแค่นำชื่อกลางของพ่อมาใช้ ไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่านี้

สรุปว่า เจมส์ หรือฮาเมส โรดริเกซ หมายถึง นักเตะโคลอมเบียผู้สร้างชื่อในเวิลด์คัพครั้งนี้ เป็นคนเดียวกัน หากจะเรียกให้เป็นมาตรฐานตามแบบชาวโคลอมเบียก็ต้องเรียกว่าฮาเมสครับ

หลังจากพ่ายแพ้ต่อโคลอมเบียแบบสู้ไม่ได้ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซืออุรุกวัยยังยกนิ้วให้ว่า โคลอมเบียชุดนี้ทำผลงานได้ดีเพราะมีนักเตะพรสวรรค์อย่างโรดริเกซ และยกให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในเวิลด์คัพ 2014 และหวังว่าโรดริเกซจะพัฒนาฝีเท้าไปได้ไกลกว่านี้อีก เพราะอายุยังน้อย วันที่ 12 ก.ค.นี้ จะมีอายุครบ 23 ปีเต็ม

ศึกชนช้างระหว่างทีม “เจ้าภาพ” บราซิล กับ “ม้ามืด” โคลอมเบีย วันที่ 4 ก.ค. นักเตะหมายเลข 10 ที่เป็นดาราของทีม ทั้งเนย์มาร์ และโรดริเกซ ที่มีอายุไล่เลี่ยกัน จะได้ประชันฝีเท้าที่สนามเอสตาดิโอ คาสเตเลา ในเมืองฟอร์ตาเลซา ใครจะได้ไปต่อ เดี๋ยวคงได้รู้กัน

นอกจากบิ๊กแมตช์อเมริกาใต้แล้ว รอบ 8 ทีมยังมีบอลอมตะจากโซนยุโรประหว่างฝรั่งเศส กับเยอรมนี ที่หืดจับทั้งคู่กว่าจะผ่านไนจีเรียและแอลจีเรียมาได้

เวิลด์คัพ 2014 มีนายทวารแจ้งเกิดหลายคน ทั้งหมดมาจากทีมเล็กๆที่แน่นอนว่าเมื่อเจอคู่แข่งชื่อชั้นดีกว่า รูปเกมเป็นรอง มีโอกาสโชว์ การเซฟงามๆหลายครั้งจนคู่แข่งเกือบถอดใจ เช่น กิเยร์โม โอชัว (เม็กซิโก), เคย์เลอร์ นาบาส (คอสตาริกา), วินเซนต์ เอนเยียมา (ไนจีเรีย) และราอิส เอ็มโบลี (แอลจีเรีย) โดยเฉพาะรายสุดท้ายเซฟช่วยทีมนับสิบครั้ง นักเตะอินทรีเหล็กยิงแล้วยิงเล่าเจาะไม่เข้าสักที ก่อนที่ทำนบจะแตกในช่วงต่อเวลา เสียให้เยอรมนี 2 ลูก แอลจีเรียอาจจะแพ้ตกรอบ แต่ก็ชนะใจแฟนบอลหลังจากสู้กับทีมตัวเต็งได้อย่างสนุก ขาดแค่ความคมในจังหวะสุดท้ายที่มักเป็นปัญหาของบอลรอง

เยอรมนี-ฝรั่งเศส เป็นคู่บอลคลาสสิกคู่หนึ่งในฟุตบอลโลก แข่งบารมีกันมาตลอดในช่วงทศวรรษที่ 80 ทั้งเวิลด์คัพ 1982 ที่สเปน และ 1986 ที่เม็กซิโก เจอกันในรอบรองชนะเลิศทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์

ปี 1982 เสมอกันในการต่อเวลา 3-3 ก่อนเยอรมนีตะวันตกชนะจุดโทษ 5-4 แฟนบอลรุ่นเก่าคงจำกันได้ถึงเหตุการณ์ที่ปาทริก บาตติสตอง นักเตะฝรั่งเศส กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู ถูกฮาราลด์ ชูมัคเกอร์ นายทวารอินทรีเหล็ก พุ่ง ออกมาปะทะใช้สีข้างเข้าชนอย่างจังจนบาตติสตอง สลบคาสนาม

นัดนี้ขุนพลอินทรีเหล็กแสดงให้เห็นถึงจิตใจอันแข็งแกร่งเป็นเอกลักษณ์ของทีม ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตกเป็นรอง 1-3 ในช่วงต่อเวลา แต่คาร์ลไฮน์ซ รุมมินิกเก และเคลาส์ ฟิชเชอร์ สองตัวสำรองลงมายิงตีเสมอ 3-3 ก่อนชนะจุดโทษไปชนิดที่นักเตะและกองเชียร์ตราไก่ผิดหวังและเสียดายสุดๆ เพราะเกือบจะได้เข้าชิงอยู่แล้ว สมัยนั้นผมอยู่ชั้น ม.3 ไม่ได้เชียร์ทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนีหรอกครับ แต่รู้สึกเห็นใจ พลอยเศร้ากับฝรั่งเศสไปด้วย

ปี 1986 ฝรั่งเศสมาแรงมาก ชนะทั้งบราซิลและอิตาลี ซึ่งมีดีกรีเป็นแชมป์เก่า เจอทีมอินทรีเหล็กรอบตัดเชือกจึงได้รับการวางตัวให้เป็นต่อ แต่ก็พลาดท่าแพ้คู่ปรับเก่าในรอบตัดเชือกอีกครั้ง เยอรมนีตะวันตกชนะไป 2-0 จากการทำประตูของอันเดรียส เบรห์เม และรูดี โฟลเลอร์ แต่ถึงจะชนะฝรั่งเศส 2 สมัยซ้อน อินทรีเหล็กก็ไปไม่ถึงดวงดาว ได้รองแชมป์ทั้ง 2 ครั้ง หลังแพ้อิตาลีและอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ

เยอรมนีเล่นเกมมาราธอนกับแอล-จีเรียในรอบ 16 ทีม และเตะทีหลังฝรั่งเศส เมื่อ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ความสดอาจเป็น รอง แต่ประสบการณ์ในอดีตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทีมอินทรีเหล็กสู้ไม่ถอยหากยังไม่หมดเวลา คู่นี้เตะวันเดียวกับบราซิล-โคลอมเบีย ที่ริโอ เด จาเนโร ความมัน ระดับห้าดาวไม่แพ้กันเลยครับ.

โต้ บ้านแหลม

อ่านเพิ่มเติม...