คุมเข้ม...ค้าพันธุ์ปาล์มฯ

ข่าว

คุมเข้ม...ค้าพันธุ์ปาล์มฯ

ดอกสะแบง

    3 ก.ค. 2557 05:01 น.

    อดีตที่ผ่าน...รัฐฯมีแนวนโยบายที่จะจัดเขตพื้นที่เกษตรกรรม ให้ภาคใต้เปลี่ยนรูปแบบจากปลูกยางพารามาเป็นปาล์มน้ำมัน ซึ่งตอนนั้นเกษตรกรก็ยังสองจิตสองใจด้วยยางยังราคาดี

    ถึง ปัจจุบันได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เพราะภาวะราคายางพาราที่ค่อนข้างผันผวนและปรับตัวขึ้นลงอย่างกะทันหัน ชาวสวนยางจึงตัดสินใจโค่นต้นยางเก่าหรือต้นยางที่มีอายุมากหันมาปลูกปาล์มน้ำมัน

    ด้วยฉะนี้....แนวโน้มความต้องการใช้พันธุ์ปาล์มน้ำมันในปีนี้จึงเพิ่มสูงขึ้น ผู้ฉวยโอกาสจึงนำกล้าปาล์มน้ำมันที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายให้กับเกษตรกร

    คุณดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยเรื่องนี้ว่า.... ปัจจุบันมีการขุดกล้าปาล์มน้ำมันที่งอกใต้ต้นปาล์มมาหลอกขาย ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรอย่างรุนแรง โดยเฉพาะใน พื้นที่ปลูกใหม่ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง

    เพราะ....ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ไม่สามารถระบุ ได้ว่า เป็นพันธุ์ดีหรือไม่ จนกว่าจะมีผลผลิตออกมาต้องใช้เวลา 4 ถึง 5 ปี จึงจะรู้ เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปลูกและดูแลหลายปี

    กรมวิชาการเกษตร....จึงต้อง ควบคุมผู้ประกอบการ โดยออกประกาศเรื่องการขึ้นทะเบียนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน พ.ศ.2557 โดยกำหนดให้ผู้ประสงค์จะรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า หรือมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ใช้ในการรวบรวมเพื่อการค้า....ต้องยื่นขออนุญาตต่อสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

    จากนั้นก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบพ่อแม่พันธุ์ปาล์มฯ หากตรงตามที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนและตรงตามหลักเกณฑ์กำหนด กรมวิชาการฯจึงจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันให้

    “..... ผู้ประกอบการที่ได้รับหนังสือการขึ้นทะเบียนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน ต้องจัดทำและส่งบัญชีการผลิตเมล็ดพันธุ์ต่อกรมวิชาการเกษตรภายในเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี โดยต้องนำหนังสือนี้ไปประกอบการขอใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าด้วย...

    ....ส่วน ผู้ที่จะขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน ต้องยื่นต่อสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ภายใน 60 วันก่อนที่หนังสือจะหมดอายุ.....” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ย้ำเตือน

    อันเป็นการ ล้อมคอกก่อนวัวโดนขโมย...ซึ่งเกษตรกรก็ต้องให้ความร่วมมือ อย่าซื้อกล้าหรือพันธุ์ปาล์มจากผู้ขายที่ไม่ผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร อย่างเด็ดขาด...ไม่งั้นอีก 5 ปีจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า...!!

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน
    05:32

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565 เวลา 16:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์