Thairath Logo
กีฬา

อัยการจัดทีมล่า6แดง

Share :

ประสานขอตัว ผู้ร้ายข้ามแดน ประกันลายจุด

กลุ่มนักศึกษาโผล่หน้าสถานทูตสหรัฐฯหม่ำแซนด์วิชเย้ยอำนาจ คสช. ไร้ทหาร-ตำรวจ คอยจ้องจับผู้แสดงสัญลักษณ์ค้านรัฐประหาร อัยการสูงสุด ตั้งทีมไล่ล่าผู้ร้ายข้ามแดนคดีหมิ่นสถาบัน หาช่องประสานขอตัวกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย “บก.ลายจุด” กลับสู่อิสรภาพ หลังศาลให้ประกันตัว คสช.ขึงขังแก้ปัญหารถสาธารณะครบวงจร สั่งเฉียบทะเบียนป้ายเหลือง พกใบขับขี่สาธารณะถึงวิ่งได้ ตั้งลำโละเสื้อวิน จยย.รับจ้าง หวังรถค่าโดยสาร ขีดเส้น 30 วัน เห็นผลเป็นรูปธรรม จัดระเบียบรถตู้โดยสารรอบอนุสาวรีย์ฯดีเดย์ 1 ก.ค. แต่ผู้โดยสารยังสับสน หาคิวรถไม่เจอ

กลุ่มต่อต้านรัฐประหารยังขยับหยั่งเชิง คสช.เป็นระยะ และยังมีกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศเล่นสงครามจิตวิทยากับอำนาจรัฐ ขณะที่ คสช.ขอเวลาอีกไม่นาน เร่งโชว์ฝีมือพลิกฟื้นประเทศในหลายด้าน ล่าสุด ดีเดย์จัดระเบียบรถตู้โดยสารรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ก่อนใช้โมเดลนี้จัดแถววินรถตู้ทั่วประเทศ

ศนปท.หม่ำแซนด์วิชเย้ย คสช.

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เวลา 09.00 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย มีนักศึกษาจากศูนย์นิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประ-เทศไทย (ศนปท.) 5 คน เดินทางมาทำกิจกรรมกินแซนด์วิช อ่านหนังสือแปล เรื่อง 1984 ที่ตำรวจนครบาลประกาศสั่งห้าม เพราะตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ต่อต้าน คสช. โดยการรวมตัวครั้งนี้ ปรากฏว่าไม่มีการแจ้งนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดียล่วงหน้าเหมือนทุกครั้ง ทำให้ฝ่ายตำรวจและทหาร ที่คอยจ้องจับผู้แสดงสัญลักษณ์ค้านรัฐประหารไม่ทราบ จึงไม่มีการจัดกำลังคอยขัดขวางเหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้ มีเพียงเจ้าหน้าที่สถานทูตและมีตำรวจในเครื่องแบบที่อยู่หน้าสถานทูตเพียง 1 นาย มาสังเกตการณ์ ทั้งนี้ นักศึกษารายหนึ่งระบุว่า มาทำกิจกรรมเพื่อตรวจสอบความเสมอภาคของการใช้เสรีภาพในการแสดงออก และตรวจสอบพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ว่าปฏิบัติ 2 มาตรฐานหรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มีหมอศัลยกรรมคนหนึ่งมาแสดงออกว่าไม่พอใจสหรัฐอเมริกาที่แทรกแซงกิจการในประเทศไทยในบริเวณดังกล่าวได้ โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีความผิด ทั้งนี้ หลังกินแซนด์วิชไป 1 ชิ้น ราว 10 นาที นักศึกษาจึงแยกย้ายกันกลับโดยไม่ถูกจับ

อสส.ขยับตั้งทีมล่าผู้ร้ายข้ามแดน

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ สั่งเพิกถอนหนังสือเดินทางของบุคคลที่ถูกออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญารวม 6 ราย ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัย จุลพงศธร น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือโรส นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ และนายอรรถชัย อนันตเมฆหรือโด่ง นั้น วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด กล่าว ถึงแนวทางการติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงที่อยู่ต่างประเทศว่า รอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนมาให้อัยการพิจารณาสั่งคดี อัยการจะเป็นผู้ประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจ อัยการ และกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้มอบหมายให้อัยการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

หาช่องส่งตัวกลับประเทศไทย

นายตระกูลกล่าวอีกว่า สำหรับฐานความผิดนี้ เป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เมื่อคณะทำงานพิจารณาเสร็จแล้วจะส่งเรื่องมายังตน เพื่อพิจารณาสั่งคดี หากมีความเห็นสั่งฟ้องจะขอศาลออกหมายจับและประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ตามขั้นตอน ทั้งนี้ ต้องศึกษาดูข้อกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปอาศัยอยู่ว่า สามารถส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่ ถ้าหากมีข้อกฎหมายหรือสนธิสัญญาเหมือนกัน อัยการจะดำเนินการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

“อรรถพล” ปิดปากคดี “จักรภพ”

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด เดินทางเข้ามาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตา-ยาย ประจำทำเนียบรัฐบาล ภายหลังที่ คสช.มีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอัยการสูงสุด โดยนายอรรถพลกล่าวว่า วันนี้มาไหว้ขอบคุณพระภูมิ เพราะมีคำสั่งย้ายให้กลับไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอัยการสูงสุด หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าสักการะพระภูมิและขอให้ได้กลับไปทำงานที่อัยการสูงสุดอีกครั้ง ส่วนกรณีออกหมายจับบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ 6 คน นายอรรถพลตอบว่า เรื่องนี้ต้องถามอัยการสูงสุด ขณะที่โอกาสที่จะใช้ช่องทางในการดำเนินการไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากเป็น
ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด ต้องรอให้หัวหน้าหน่วยงานสำนักงานที่ปรึกษามอบหมายงานก่อน ถึงจะสามารถแสดงความเห็นได้

ศาลทหารออกหมายจับเพิ่ม

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.วังน้อย จ. พระนครศรีอยุธยา พบอาวุธสงครามจำนวนมาก เมื่อค่ำวันที่ 17 มิ.ย. พบมีส่วนเชื่อมโยงแกนนำเสื้อแดง ก่อนศาลทหารจังหวัดสระบุรี ได้อนุมัติหมายจับนายจักรภพ เพ็ญแข กับพวก 8 คน ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะในราชการสงคราม นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ล่าสุดวันที่ 1 ก.ค. คณะกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจที่มี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้ยื่นสำนวนการสอบสวนคดีพบอาวุธที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.วังน้อย จ. พระนครศรี-อยุธยา ขออนุมัติศาลทหารกรุงเทพขอหมายจับกุมนายสมเจตน์ หรือสม คงวัฒนะ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของอาวุธสงครามที่พบในบ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาเดียวกับนายจักรภพ เพ็ญแข ก่อนศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมาย
จับกุมเลขที่ ก 104/2557 ลงวันที่ 1 ก.ค.57

คุมตัว “จ่าโก” ขยายผลค้นอาวุธ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป. ควบคุมตัว จ.ส.อ.ภคภูมิ โกศินานนท์ หรือจ่าโก อายุ 58 ปี ทหารนอกราชการ ผู้ต้องหาที่ถูกศาลทหารจังหวัดสระบุรีออกหมายจับ ข้อหาร่วมกับมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะการสงคราม ไปตรวจค้นที่ห้องเก็บของลานไนน์ ตรงข้ามมหา-วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อชี้จุดและหาพยานหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่มเติม จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหากลับมาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลทหาร ฝากขังในวันที่ 2 ก.ค.

ศาลให้ประกันตัว บก.ลายจุด

เมื่อเวลา 05.00 น. พ.ต.ท.สุริยา แสงอ่อนตา พงส.ผนพ.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ที่รับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จากกรุงเทพฯ มาดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เดินทางมาถึง สภ.เมืองร้อยเอ็ด และเริ่มทำการสอบสวนตั้งแต่เช้า โดยมีประชาชนแวะเวียนเข้าเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในช่วงบ่ายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น น.ส.ดวงฤดี อมรวิพุธพณิชย์ อายุ 43 ปี ภริยานายสมบัติ ใช้เงินสด 300,000 บาท ยื่นประกันตัว ต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างการดำเนินคดี แต่มีเงื่อนไข ห้ามยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ละเมิดต่อกฎหมาย และห้ามออกนอกประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวน

คสช.จี้ มท.จัดการปัญหาต่างด้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ (อกนร.) ได้ร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลมาจากกองบัญชาการกองทัพไทย โดย พล.อ.ศิริชัยขอรับทราบผลการดำเนินการของศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสุรินทร์ สระแก้ว ตราด จันทบุรี และสมุทรสาคร พร้อมขอให้ช่วยกำหนดแนวทางจัดตั้งกลไกจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ โดย ผวจ.ทั้ง 5 จังหวัดได้รายงานความคืบหน้าว่า ยังคงมีปัญหา อุปสรรคความล่าช้าบ้าง แต่ได้เร่งแก้ไขปัญหาและยังได้เชิญสื่อมวลชนจากประเทศกัมพูชามาทำความเข้าใจ ติดตามการทำงานของศูนย์จดทะเบียนเบ็ดเสร็จ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ด้านนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การจัดทำทะเบียนแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาข้อมูลล่าสุด มีผู้ขึ้นทะเบียนแล้ว 1,863 คน

เร่งรัดสำรวจ-จดทะเบียนแรงงาน

พล.อ.ศิริชัยกล่าวว่า ขอฝากทุกจังหวัดเตรียมให้พร้อมสำหรับการเปิดศูนย์จดทะเบียนเบ็ดเสร็จ โดยให้ใช้รูปแบบของ จ.สมุทรสาครเป็นต้นแบบ ขอให้ทุกจังหวัดที่มีด่านชายแดนเตรียมระบบอุปกรณ์บุคลากรเพื่อให้จัดตั้งได้ทัน รวมถึงให้สำรวจข้อมูลในพื้นที่ใช้ในการจดทะเบียน เพื่อให้การดำเนินการมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ขอให้เร่งรัดการตรวจสอบการทำทะเบียนแรงงาน หากมีปัญหาในการบริหารงาน ให้กระทรวงแก้ไขปัญหาโดยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ชะลอการเลือกตั้งออกไป ตามนโยบายของหัวหน้า คสช.

เผยทำความเข้าใจตั้งสภาปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการปฏิบัติการตามแนวนโยบายของ คสช. เช่น การทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงนโยบายของหัวหน้าคสช.ในการจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมืองและการทำธรรมนูญปกครอง ไม่น้อยกว่า 50,000 ครั้ง การตรวจสอบอาวุธสงครามพบ 693 กรณี การกวาดล้างเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน การเฝ้าระวังการสร้างสถานการณ์ โดยจัดตั้งจุดตรวจตามจุดสำคัญต่างๆทั่วประเทศ การระงับการชุมนุมทางการเมือง การตรวจสอบสถานีวิทยุที่ไม่ได้ใบอนุญาตดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า การกวาดล้างบ่อนการพนัน การติดตามการทวงหนี้ของชาวนา การกวาดล้างยาเสพติดกว่า 7,000 คดี และ ยังตรวจสอบสถานบริการกว่า 31,000 แห่ง รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ โดยเชิญบุคคลมาชี้แจงทำความเข้าใจ อีกทั้งได้รับมอบคืนอาวุธปืน จำนวน 458 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 20,000 นัด

จัดระเบียบรถตู้รอบอนุสาวรีย์ฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบวินรถตู้สาธารณะต่างๆ บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลัง คสช.ประกาศนโยบายจัดระเบียบวินรถตู้ต่างๆ รอบอนุสาวรีย์ฯ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป พบว่าจุดขึ้นตู้โดยสารสาธารณะที่จอดอยู่โดยรอบพื้นที่ ทั้งฝั่งเกาะพญาไท ฝั่งเกาะดินแดง ฝั่งเกาะราชวิถี และฝั่งเกาะพหลโยธิน มีปริมาณรถตู้ที่จอดรอรับผู้โดยสารลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่พบรถจอดแช่รับผู้โดยสารซ้อนคันเป็นแนวยาว หรือจอดกีดขวางริมถนนเหมือนอย่างอดีตที่ผ่านมา เหลือเพียงรถตู้ที่มารับผู้โดยสาร โดยมีตำรวจจราจร สน.พญาไท คอยอำนวยจราจรและจัดระเบียบรถตู้สาธารณะอย่างเข้มงวด เมื่อรถเต็มจะขับออกจากจุดรับผู้โดยสารทันที ทำให้สภาพจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีสภาพคล่องตัวขึ้นจากเดิม ไม่ติดขัดอย่างเห็นได้ชัด

ผู้โดยสารสับสนหาคิวรถไม่เจอ

พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท กล่าวถึงสภาพจราจรรอบอนุสาวรีย์ฯหลังเริ่มจัดระเบียบรถตู้ตามคำสั่ง คสช. วันที่ 1 ก.ค.ว่า รถตู้โดยสารที่วิ่งเข้ามารับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน ในชั่วโมงเร่งด่วนใช้เวลาประมาณ 10 นาที ประชาชนยังสับสนหาคิวรถไม่เจอ คาดต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักระยะ

กกล.รส.ลุยแก้ปัญหารถสาธารณะ

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบการใช้บริการขนส่งสาธารณะรับจ้าง รถ จยย.รับข้าง รถตู้ รถแท็กซี่ โดยมีกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะหน่วยรับผิดชอบ ตัวแทนจากกรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) องค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบรถสาธารณะตามนโยบาย

สั่งเฉียบต้องป้ายเหลืองถึงวิ่งได้

พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงภายหลังใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารทั้ง 3 ประเภท เป็นปัญหาที่เกิดมากว่า 10 ปี และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเรื่องการให้บริการ ความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ยานพาหนะทั้งสามประเภทที่ถูกกฎหมายให้ดำเนินการต่อไป ส่วนที่ไม่ถูกกฎหมายหรือรถเถื่อน ทั้ง 3 ประเภท พล.ท.ธีรชัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะอนุญาตให้ดำเนินการได้ เมื่อไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้เข้าไปอยู่ในระบบคือ รถป้ายดำ ป้ายฟ้า ต้องไปทำเป็นป้ายเหลือง ส่วนผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบของกรมการขนส่งทางบก มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่สอง คือ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะ โดย พล.ท.ธีรชัยให้เวลาไปดำเนินการให้เรียบร้อย แต่ถ้ารถประเภทใดยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กำหนด จะให้หยุดวิ่งรถทันที

ตั้งแท่นโละเสื้อวินรถ จยย.รับจ้าง

พล.ต.วราห์กล่าวว่า ส่วนการจัดระเบียบรถแท็กซี่ ที่มีปัญหาปล่อยผู้โดยสารกลางทางหรือปฏิเสธรับผู้โดยสาร ได้หาแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาหาทางออก แต่ต้องไปสรุปยอดให้ได้ว่ามีแท็กซี่ป้ายเหลืองและแท็กซี่ป้ายดำที่นำเข้าระบบให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวนเท่าไหร่ ส่วนการจัดระเบียบรถ จยย.รับจ้าง มีปัญหาในเรื่องความไม่ปลอดภัย การเรียกเก็บค่าโดยสารแพงและเสื้อวินที่มีราคาแพง ทาง พล.ท.ธีรชัยได้ให้เวลา 15 วัน ในการแก้ไขปัญหาเสื้อวิน ที่มีราคาสูงเกือบแสนบาทจะต้องหมดไปทันที โดยแม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการว่าใน 15 วัน ให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบไปสำรวจทุกพื้นที่ ตรอก ซอยต่างๆว่ามีรถ จยย.รับจ้างอยู่จำนวนเท่าไหร่ ต้องเสียเงินจ่ายค่าเสื้อวินคนละเท่าไหร่ รวมถึงให้ไปดูว่าเป็นวินรถ จยย.ของใคร ใครก็ตามที่เป็นผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บเงินวินรถรับจ้าง เป็นที่รู้กันดีต่อจากนี้จะต้องหยุดเรียกเก็บทันที โดยให้รถ จยย.รับจ้างทั่วกรุงเทพฯไปลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นรถรับจ้างสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเสื้อวินที่มีราคาแพงอีกต่อไป เมื่อรถ จยย.รับจ้างไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าเสื้อวิน จะทำให้ค่าโดยสารปรับลดตามมา

วางกติกาเข้มรถตู้โดยสาร

พล.ต.วราห์กล่าวว่า นอกจากนี้จะให้กรมการขนส่งทางบกไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ กทม. พร้อมทั้งแจ้งให้สมาคมรถ จยย.ทราบต่อไป ส่วนถึงขั้นต้องโละเสื้อวินทั้งหมดและทำใหม่หรือไม่ อยู่ในระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพราะเป้าหมายของ คสช.คือ ต้องการลดราคาเสื้อวินที่มีราคาสูง ส่วนการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ ต้องยอมรับว่ามีปัญหาหมักหมมมานาน จำนวนรถตู้ 40 เปอร์เซ็นต์ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินการไปทำให้ถูกต้องถูกประเภท รวมถึงต้องมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ผู้โดยสารต้องไม่เกิน 15 คน รถยนต์มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี

ขีดเส้น 30 วันเห็นผลเป็นรูปธรรม

พล.ต.วราห์กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ประชุมยังมีแนวคิดในพื้นที่ กทม. ไม่ควรให้รถตู้ที่วิ่งไปต่างจังหวัดเข้ามารับผู้โดยสารในพื้นที่ กทม. ตามกฎหมายระบุไว้ว่าจะต้องอยู่บริเวณชานเมือง คือสถานีขนส่งหมอชิต สายใต้และเอกมัย แต่ที่ผ่านมามีการผ่อนปรนมาตลอด ต่อไปจะต้องจัดระเบียบกันใหม่ เพื่อไม่ให้รถตู้เข้ามาในพื้นที่ กทม. จนเป็นเหตุให้การจราจรติดขัด ส่วนรถตู้ที่วิ่งบริการในพื้นที่ กทม.และพื้นที่ปริมณฑล ที่เข้ามาส่งผู้โดยสารในตัวเมืองยังจะต้องพิจารณาความเหมาะสมว่า จะหาแนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งหมดจะต้องเป็นรูปธรรมโดยให้เวลา 1 เดือน

โคราชจัดแถวรถ จยย.รับจ้าง

ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา พล.ต.วุฒิ แสงจักร ผบ.มทบ.21 นายชาติชาย ยุวชิต นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ รักษาการขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เชิญบรรดาวินรถ จยย.รับจ้างมาลงชื่อเพื่อจัดระเบียบ มีผู้ขี่รถ จยย.รับจ้างทยอยมาแสดงตัวยื่นเอกสารกว่า 300 คน โดยนายชาติชายกล่าวว่า จ.นครราชสีมามีวินรถ จยย.รับจ้างกว่า 400 วิน มีรถ จยย.รับจ้างกว่า 4,000 คัน ในจำนวนนี้ที่ถูกกฎหมายมีประมาณ 1,500 คัน จึงให้ผู้ขับขี่เจ้าของรถนำเอกสารมายื่นขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย คาดประมาณ 2 เดือนจะเรียบร้อยเป็นรถ จยย.ป้ายเหลืองให้หมด ส่วนปัญหาขณะนี้มีบางรายที่รถติดไฟแนนซ์ ไม่มีเอกสารจากไฟแนนซ์มาให้ครบ บางแห่งไม่ยอมออกใบรับรองให้ จากนี้ไปอาจจะเสนอยัง ผบ.มทบ.21 ให้เรียกประชุมกับบรรดาไฟแนนซ์ เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาตรงนี้

พัทลุงวางแนวรถสาธารณะ

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายสุชาติ สุวรรณกาศ รอง ผวจ.พัทลุง พล.ต.ต.สุรศักดิ์ รมยานนท์ ผบก.ภ.จ.พัทลุง พ.ท.วิริยะ รุจิวนิชกุล ผู้บังคับกองร้อยทหารช่าง 401 ค่ายอภัยบริรักษ์ ประชุมวางแนวทางการจัดระเบียบคิวรถตู้และรถ จยย. มีเจ้าของรถตู้โดยสารทั้งป้ายดำและป้ายเหลือง ตัวแทนรถ จยย.รับจ้าง รถโดยสารประจำทาง เข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน โดยที่ประชุมได้กำหนดให้รถตู้โดยสารประจำทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องไปรับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งเฉลิมพระเกียรติฯเพียงแห่งเดียว รถ จยย.รับจ้างทั่วจังหวัด 79 วิน ประมาณ 3,500 คัน ต้องเก็บค่าโดยสารไม่แพงจนเกินควร แต่งกายสุภาพ ไม่ดื่มสุราขณะขี่รถ จยย.และต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ ส่วนรถตู้โดยสารป้ายดำและแท็กซี่ป้ายดำ ให้หยุดวิ่งไปก่อน สำหรับรถตู้รับส่งนักเรียนต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

“กำนันเทพ” เลื่อนจัดวันเกิด 7 ก.ค.

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. จะมีอายุครบ 66 ปี ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ Suthep Thaugsu-ban ว่า “วันเกิดผมวันที่ 7 กรกฎาคมของทุกปี ผมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดชลประทานเป็นประจำ แต่วันที่ 7 ปีนี้ ผมต้องไปขึ้นศาลทั้งวัน ผมจึงต้องเลื่อนวันทำบุญเลี้ยงพระเพล เป็นวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 10.30 น. ครับ”

ปชป.หนุนจัดระบบแรงงานต่างด้าว

นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวของ คสช.ว่า ขอสนับสนุนการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยเร่งแก้ตั้งแต่ต้นตอใน 3 ระดับ คือ 1.ระดับทวิภาค โดยประสานกับประเทศเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบ 2.ระดับอาเซียน มีกรรมการอาเซียนว่าด้วยแรงงานต่างด้าว จะต้องปรึกษาหารือกันระหว่างประเทศผู้ส่งแรงงานและผู้รับแรงงานในอาเซียน ในระดับกระทรวงต่างประเทศและแรงงานให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน และ 3.ระดับนานาชาติ จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงตั้งองค์กรอิสระแยกออกจากกระทรวงแรงงาน ที่ประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งด้านความมั่นคง เข้ามาดูแลแรงงานต่างด้าวเป็นการเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบตั้งแต่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน และขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยตลอดแนวชายแดน ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ หากดำเนินการอย่างเข้มข้น ไทยจะหลุดจากประเทศที่มีปัญหาค้ามนุษย์ในอันดับ 3 ได้

อ่านเพิ่มเติม...