วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตประธานาธิบดี‘ซาร์โกซี’ โดนตร.ควบคุมตัวสอบปากคำ

อดีตประธานาธิบดี‘ซาร์โกซี’ โดนตร.ควบคุมตัวสอบปากคำ

  • Share:

อดีตประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส

นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส ‘งานเข้า’โดนตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำ ใช้อำนาจอิทธิพลยื่นข้อเสนอแก่ผู้พิพากษา แลกเปลี่ยนกับการยอมเผยผลการสืบสวนคดีรับเงินผิดกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศสถูกตำรวจควบคุมตัวเพื่อไปสอบปากคำเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยใช้อำนาจ-อิทธิพล ขณะเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสยื่นข้อเสนอต่อนายกิลแบรต์ อาซิแบรต์ ผู้พิพากษาระดับสูงสุดในศาลอุทธรณ์ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะได้ไปรับตำแหน่งสูงในประเทศโมนาโก ถ้าเขายอมเปิดเผยผลการสืบสวนกรณีที่นายซาร์โกซีถูกกล่าวหารับเงินหาเสียงเลือกตั้งโดยผิดกฎหมาย

ประธานาธิบดีซาร์โกซี ถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำที่สำนักงานปราบปรามคอร์รัปชั่น เขตนองแตร์ ชานกรุงปารีส เพ่ื่อสอบถามหาความจริงว่าเขาได้ยื่นข้อเสนอต่อนายอาซีแบรต์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์จริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ควบคุมตัวผู้นำฝรั่งเศส ที่ไม่เคยเกิดกับอดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใดมาก่อนเลย อีกทั้งย่อมจะส่งผลกระทบต่อความพยายามของนายซาร์โกซีที่หมายมั่นจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2560

ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวอดีตประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โคซี ไปสอบปากคำ

ขณะที่ มีรายงานว่า นายอาซีแบรต์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์จะถูกเรียกไปสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เช่นเดียวกับ นายแพ็ตทริก แซสซอสต์ ผู้พิพากษาอีกคนหนึ่ง และนายเธียร์รีย์ เฮอร์ซ็อก ทนายความของนายซาร์โกซี ที่จะถูกเรียกไปสอบปากคำเช่นกัน

ทั้งนี้ นายนิโคลาส์​ ซาร์โกซี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระหว่างปี 2552-2554 ตกเป็นผู้ต้องหารับเงินจากนางลิลิยง เบ็ตต็องกูรด์ สตรีผู้ร่ำรวยที่สุดของฝรั่งเศส เจ้าของกิจการเครื่องสำอางลอรีอัล ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม เป็นเงินถึงประมาณ 151.6 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2550

ทายาทของนางเบ็ตต็องกูรด์ได้ยื่นฟ้องนายซาร์โกซี เมื่อปี 2555 ในข้อหาแสวงผลประโยชน์จากผู้มีสภาวะทางจิตอ่อนแอ และเขาเพิ่งพ้นตำแหน่งประธานาธิบดี จึงไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย ซึ่งหากศาลตัดสินว่าเขากระทำผิดจริง ต้องเผชิญหน้ากับการต้องโทษจำคุก 3 ปี และโดนปรับเงินราว 14.2 ล้านบาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้