วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิกฤติ..ประชาธิปไตย โอกาสทองช่วยชาวนา(2)

วิกฤติ..ประชาธิปไตย โอกาสทองช่วยชาวนา(2)

  • Share:

“มาตรการลดต้นทุน ยังเลื่อนลอยในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้จริงอย่าง ค่าปุ๋ย แม้ คสช. จะเจรจาให้ทางบริษัทลดราคาลงมาได้ แต่เมื่อปุ๋ยไปถึงร้านค้าในพื้นที่ พ่อค้าจะลดราคาให้ไหม อย่าลืมว่าชาวนาไม่ได้ซื้อด้วยเงินสด ชาวนา 90% ซื้อปุ๋ยแบบตกเขียว เอาปุ๋ยไปก่อนค่อยจ่ายทีหลัง จะดูแลยังไงให้ชาวนาได้ปุ๋ยราคาถูก”

ภูติ

นายภูติ ศรีสมุทรนาค นายกสมาคมส่งเสริมชาวนาไทย ให้มุมมองชีวิตจริงของชาวนา ในเวทีสัมมนา Road Map เพื่อการพัฒนาการเกษตรและแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน : กรณีอนาคตข้าวไทย เสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดโดย สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย

แม้แต่กรณี ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ย 3% ในทางปฏิบัติ ชาวนาไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่เข้าโครงการพักหนี้ไปแล้ว...ไม่มีสิทธิที่จะกู้ใหม่ได้ ต้องรอปลายปี 2558 ถึงจะกู้ได้

ประสิทธิ์

ด้าน นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย ให้ความเห็น ต้นทุนต้องลดลงไปเท่าไร ชาวนา ถึงจะอยู่ได้ บอกไม่ได้ ต้นทุนที่แท้จริงยังตกลงไม่ได้ เพราะมีตัวเลขหลายตัว ตั้งแต่ 4,000-9,000 บาทต่อไร่

“แล้วอย่างนี้จะแก้ปัญหากันได้อย่างไร พวกเราชาวนาต้องสรุปตัวเลขของตัวเองให้ได้ก่อน อย่าไปคิดตั้งตัวเลขสูงๆ เพื่อเขาจะได้มาช่วยมากๆ มันไม่ถูก อย่าไปเชื่อนักการเมือง ที่ผ่านมาจ้องแต่จะเข้ามาหาประโยชน์จากชาวนาทั้งนั้น หวังแค่ประโยชน์สั้นๆ ไม่มีการวางแผนระยะยาว ดูอย่างเวียดนาม ชาวนาขายข้าวได้ไม่ถึง 15,000 บาท ทำไมถึงอยู่ได้ เพราะเขาวางแผนแบบมองอนาคต บ้านเราเคยคิดทำอย่างนี้ไหม วันนี้เวียดนามตั้งเป้าจะโค่นข้าวหอมมะลิไทยให้ได้ภายใน 10 ปีนี้ ได้จ้างนักวิจัยไทยไปทำเรื่องข้าวหอมกันหลายคน ในขณะที่เรายังย่ำอยู่กับที่”

นายประสิทธิ์มองว่า ปัญหานี้จะไปโทษนักวิจัยไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง ที่รัฐบาลไทยไม่เคยให้ความสำคัญพวกเขา เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องไปหาอะไรที่ดีกว่า ตอนนี้บอกได้ว่า ถ้าเรายังวนเวียนแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อยู่อีก 10 ปีข้างหน้า อนาคตข้าวไทยและชาวนาน่าห่วงที่สุด

“อนาคตข้าวไทย อนาคตชาวนา จะต้องเอาอดีตมาเป็นบทเรียน มองไปในอนาคตว่า จะทำอย่างไรชาวนาถึงจะเข้มแข็ง ถึงเวลาที่เราต้องมีสภาชาวนา เป็นสภาอาชีพของตัวเองเหมือนอาชีพอื่น เพื่อเราจะได้กำหนดอนาคตของเราเอง ทั้งในเรื่องการผลิต การตลาด ให้ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การผลิตข้าว ชาวนา โรงสี ผู้ส่งออก เป็นสมาชิกมาร่วมกันคิดร่วมกันวางแผนระยะยาว 5-8 ปี เหมือนสภาพัฒน์ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร รัฐบาลไหนจะมาบริหารประเทศ ต้องนำแผนของสภาชาวนาไปปฏิบัติ ไม่ใช่คิดแต่จะเอานโยบายของตัวเอง แล้วทำให้ชาวนาต้องลำบากเหมือนที่ผ่านมา”

ระวี

นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทยภาคตะวันตก กล่าวอีกว่า ในโอกาสที่มี คสช. เหมาะที่ทำได้มากที่สุด และอยากเรียกร้องให้ คสช. ช่วยออกกฎหมายนำระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30 ของอ้อยมาใช้ในการช่วยเหลือชาวนา

“ชาวไร่อ้อยรัฐบาลให้ทำได้ แล้วทำไมจะทำให้ชาวนาบ้างไม่ได้”.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้