วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซุปเปอร์มนุษย์ป้า

ซุปเปอร์มนุษย์ป้า

โดย น้าเน็ก
2 ก.ค. 2557 09:26 น.
  • Share:

ปัญหาใหญ่ของมนุษย์ป้า คือคนเหล่านี้ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นปัญหา…

นาทีนี้คงไม่ต้องอธิบายซ้ำอีกว่ามนุษย์ป้าคือใคร พฤติกรรมยังไง หาเจอได้ที่ไหน และมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรบ้างนะครับ ออกจะแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี … ผู้หญิงวัยกลางเก่ากลางใหม่ สาวใหญ่ก็ไม่ใช่ ให้เรียกชราก็ไม่เชิง ชอบตีมึน เที่ยวเอาเปรียบชาวบ้านหน้าตาเฉย สิ่งมีชีวิตก่อนยุคอารยธรรมที่ตกหล่น และทุกคนในสังคมต้องเคยเจอ เผลอรู้สึกบ่อยๆ ว่านิสัยอ้อนอุ้งจัง ลูกหลานไม่ซื้อแอนลีนให้กินเหรอ ขณะเดียวกันก็เริ่มคุ้นชินอยู่ในที เพราะมีเยอะมาก

ผมเลยตั้งใจจะมาเล่าว่าครั้งหนึ่ง ชีวิตก็บังเอิญพานพบกับมนุษย์ป้ากะเค้าเหมือนกันครับ … คำว่าวุฒิภาวะกับอายุไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกันเนี่ย ไม่เคยรู้สึกว่ามันจริ๊ง จริงอะไรเท่านี้เลยให้ตาย ขนาดปกติเป็นคนค่อนข้างพยายามทำความเข้าใจเพื่อนร่วมโลกสุดๆ แล้วว่าเออ อย่าไปถือสาอารมณ์บูดเลยน่า ประชากรหลายพันล้าน สันดานก็มีเยอะเท่าปริมาณนั่นแหละ จะให้น่ารักน่าชังถูกใจไปทุกคนยังไงไหว ซีเรียสเกินไปเดี๋ยวบ้าเอานะ … กระนั้นยังมิวายเผลอตั้งคำถามเสมอว่า เกิดมาทำไม๊ ทำไมเป็นคนนิสัยแบบนี้วะ

เอาเรื่องแรกก่อน เบาๆ อยู่ในระดับเฝ้าสังเกตการณ์เฉยๆ เหตุเกิดในร้านกาแฟครับ 

ผมสั่งอเมริกาโน่หนึ่งถ้วย ระหว่างกำลังนั่งฉีกซองน้ำตาลอย่างตั้งใจ ไม่ให้มันฟ่อนกระจายเต็มโต๊ะ สักพักมีป้าคนหนึ่งเดินมาสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ตรงหน้า เป็นป้าในคราบอาซิ้มเงินกู้ คือจริงๆ อาชีพอะไรไม่รู้ แต่เดาว่าถ้าไม่ปล่อยเงินกู้ก็เจ้าของแผงตลาดสดแน่ๆ เพชรพลอยวูบวาบตาบอด … ป้าสั่งกาแฟปั่นครับ นามเต็มคือเฟรปเป้คาปูชิโน่ เอ็กซ์ตร้าคาราเมล มัคคิอาโต้ ดับเบิลวิปครีม (กาแฟเวรตะไลนี่ก็ชื่อยาวเหลือเกิน แต่พนักงานก็ท่องจนครบถ้วน อยากสั่งซักห้าแก้วเป็นการคารวะ)

พอสั่งเสร็จก็มานั่งรอที่โซฟาตัวข้างเคียง พลิกดูแหวนเพชรซ้ายขวา ล้วงกระจกออกมาเช็กหน้าเช็กผมฆ่าเวลาครู่หนึ่ง เสียงพนักงานสาวก็ตะโกนว่ากาแฟที่สั่ง (ทวนชื่ออีกรอบ) ได้แล้ว ป้าเดินเข้าไปหมายจะคว้าแต่ชะงักกึก เพราะปรากฏว่าแก้วที่เห็น เป็นกาแฟเย็นเฉยๆ ไม่ได้ปั่น

“น้องๆ เมื่อกี๊พี่สั่งกาแฟปั่น ทำไมได้กาแฟเย็น” ป้าทักท้วง สรรพนามแทนตัวเองว่าพี่เต็มปากเต็มคำ

“ขออภัยนะคะ ยังไงเดี๋ยวทางร้านทำให้ใหม่” พนักงานสาวถือแก้วไว้ ทำท่าจะกลับหลังหัน แต่ทันใดนั้นนนน …

“เดี๋ยวสิ จะเอาไปไหน น้องก็ไปทำแก้วใหม่มา อันนี้ก็วางไว้นี่แหละ แต่ไม่ต้องคิดตังค์ เข้าใจมั้ย คิดเฉพาะกาแฟปั่นที่พี่สั่งก็พอ เร็วๆ เข้า พี่ไม่ชอบรอนาน”

วัยเจริญเติบโตไม่ทราบพ่อแม่ให้กินข้าวกับอะไร ถึงคิดออกมาได้เพียงนี้ ผมงี้หูผึ่ง หันดูซ้ายขวาเลิ่กลั่ก พยายามหาว่าป้ายโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งมันอยู่แถวนี้แล้วกูไม่เห็นหรือเปล่า อืม ก็ไม่มีนะ

พนักงานอ้าปากค้างครับ คงช็อกไม่ต่างจากผม … บรรยากาศรอบด้านซีเปียไปในบัดดล สตันท์อยู่ราวแปดอึดใจ น้องเค้าคงเริ่มคิด อีป้ามันเล่นกูละ ชงกาแฟเป็นแก้วที่สามหมื่น เพิ่งเคยเจอมนุษย์ตรรกะป่วย เห็นแก่ได้หน้าซื่อๆ ก็วันนี้แหละ เดี๋ยวก่อนนะ นี่เรากำลังโดนบังคับให้เข้าสู่โปรโมชั่นลดแหลกแจกกระหน่ำอยู่ป่ะ … คือตามหลักการ ถ้าพนักงานทำผิดจากที่ออร์เดอร์ ลูกค้าต้องส่งคืนกลับไปให้เค้าเปลี่ยนใหม่ครับ ส่วนราคาก็คิดตามจริง แก้วละเท่าไหร่ก็ว่าตามนั้น ไม่ใช่บอกให้เค้าชงใหม่ ส่วนไอ้ที่ผิดนี่ก็จะเอาด้วย ไม่ได้สั่ง แต่ก็ไม่คืน แถมไม่จ่ายตังค์นะเว้ย

แหม น่ามอบสายสะพายลวดหนามสามเส้นซ้อน

ผมนั่งคนอเมริกาโน่ช้าๆ พลางตั้งตารอดูตอนจบของฉากชิงไหวชิงพริบ ว่าสรุปอีป้าเงินกู้หรืออีหนูพนักงาน ฝ่ายไหนจะคว้าชัยชนะในรอบตัดสิน ลุ้นกันตูดขมิบประหนึ่งมวยชิงแชมป์พาบ้า … และในที่สุดก็มีพนักงานผู้ชายเข้ามากอบกู้สถานการณ์ อดทนอธิบายอย่างใจเย็นน่านับถือ ว่าไอ้ที่ป้าพูดมันผิดกฎ ใครเค้าทำกัน ถ้ากะตบหมดทั้งสองแก้วน่ะได้ แต่ต้องจ่ายด้วยโว้ย อย่ามาเนียนกินฟรี เดี๋ยวกูเรียกผู้จัดการ … ซึ่งอีป้าก็สลดลงหน่อยนึง

หากสุดท้ายเรื่องก็จบลงตรงที่มนุษย์ป้าทนแถต่อไม่ไหว จนมุมโดยละม่อม ยอมคืนกาแฟเย็นให้บาริสต้าและกลับมานั่งรอเฟรปเป้คาปูชิโน่ เอ็กซ์ตร้าคาราเมล มัคคิอาโต้ ดับเบิลวิปครีมของแกอย่างสงบที่โซฟาตัวเดิม ตอนหย่อนตูดลงนั่งมีการหันมาจิกตาใส่หนึ่งที เมื่อกี๊แกไม่ได้ยินอะไรใช่ไหม ไม่รู้ไม่เห็นถึงความพ่ายแพ้ของชั้นหรอกใช่ไหมไอ้หนวด!

ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ที่สอง … เอ็กซ์คลูซีฟขึ้นอีกขั้น เพราะยกระดับจากผู้สังเกตการณ์ มาเป็นผู้ประสบภัยโดยตรงครับ ตื่นเต้นม้าก

เท้าความซักนิดว่าผมรับแมกกาซีนรายสัปดาห์อยู่สองเล่ม บอกคนส่งว่าถ้าวันไหนมาส่งแล้วผมไม่อยู่ ก็ฝากคนข้างบ้านแทน อย่าเหน็บที่รั้วเด็ดขาดเพราะหนึ่ง เดี๋ยวฝนตกจะเปียกหมด และสอง หมาบ้านนี้ชอบแดกหนังสือเจ้านาย ลงว่าเป็นกระดาษ จะเล่ม จะซอง ใบปลิวแผ่นพับอะไรแม่งย่อยเนื้อหาให้เสร็จสรรพเลยครับ ฉะนั้นฝากข้างบ้านดีกว่า ไม่เสียของ

ล่าสุดก็ไปต่างจังหวัด กว่าจะกลับ แมกกาซีนเล่มใหม่ก็มาส่งแล้ว … ทันทีที่ไขกุญแจ เพื่อนบ้านผู้ซึ่งเราไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าจะเป็นมนุษย์ป้าก็เดินเอาหนังสือมาให้ ยื่นเฉยๆ ไม่พูดอะไรนอกจากทักทายพอมารยาท ผมเข้าบ้านจนเก็บข้าวของ รื้อกระเป๋า ทำนั่นนี่เสร็จ ตั้งท่าจะกางออกอ่านนั่นแหละ จึงได้สังเกตว่ามันผิดปกติ!

ปกหลังสี่สีกระดาษแข็งสวยงามที่ควรอยู่ครบ ถูกตัดออกเกือบหมด! เหลือเศษเสี้ยวไว้ร่องแร่งแค่นิ้วกว่าๆ แปรสภาพเป็นเพียงริ้วกระดาษ ดูหมดค่าในทันที เลวร้ายมากในความรู้สึกของคนรักหนังสือ ลำพังแค่พับหูหมายังไม่กล้า นับประสาอะไรกับตัดปกหลังไปทั้งปก!

ช่วงหลังๆ ก็ว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย (อาการประเภทหนึ่งของมนุษย์ลุงหรือเปล่า) แต่ขณะนั้นรู้สึกได้เลยว่าภาวะวัยทองกำเริบนี่มันรุนแรงมาก แรกๆ พยายามท่องว่ากูไม่โกรธ กูไม่โกรธ หลังๆ เริ่มกลายเป็น กูไม่ทน กูไม่ทน … ตัดสินใจจ้ำไปหาป้าข้างบ้าน หิ้วเล่มเก่ากับเล่มใหม่ติดมาด้วย กะว่าถ้าเจอหน้าจะด่าให้ลืมวันเดือนปี คนไม่มีมารยาทต้องถูกสั่งสอน ถือวิสาสะแอบเลาะของเค้าไปทั้งแถบ มันใช้ได้ที่ไหน

แต่ชีวิตจริงไม่มีใครยืนชี้หน้าด่ากันได้ง่ายๆ อย่างในละครหรอกครับ ผมจึงแค่ถามว่าทำไมหนังสือกลายเป็นงี้

“อ๋อ ป้าเป็นคนตัดไปเองแหละ ว่าจะบอก แต่ลืม … เห็นมันมีลุ้นชิงโชคข้างหลัง ได้รถตั้งคันนึงแน่ะ กลัวมันหมดเขตซะก่อน เลยรีบส่งไป แต่ใส่ชื่อป้านะ”

พระเจ้าต้องกำลังส่งมารมาทดสอบความเป็นอารยะในตัวกูแน่ๆ ว่าแต่ผมควรด่าไหมครับ …. ผมควรจิกหัวมนุษย์ป้ามาตบด้วยม้วนหนังสือ ฟันศอก ตีเข่า จับโยนเข้ากองไฟ หรือไปแจ้งความซ้ำเป็นหลักฐาน ว่าหากไอ้บ้านนี้มันได้รถขึ้นมาวันใด แปลว่ารถนั้นแท้จริงเป็นสิทธิ์ของกู ทั้งหมดนี้ทุกคนคิดว่าผมพึงทำหรือเปล่า … (กุมหน้าร้องไห้)

ฟังจากคำพูดก็ชัดเจนว่าอีป้าหาได้รู้สี่รู้แปด หรือสำนึกว่าพฤติกรรมของตนเป็นความผิดแต่อย่างใด แล้วเราจะเรียกร้องอะไรจากคนพรรค์นี้ได้ล่ะแก๊ สุดท้ายเลยต่อว่าเพียงสุภาพชนกันไป ว่าที่ทำเนี่ยมันเสียมารยาท อย่ามีรอบสอง มันเท่ากับละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น

“ก็ไม่รู้นี่ แค่ปกหลังเอง ถ้ายุ่งยากนักเดี๋ยวป้าซื้อใช้ก็ได้เอ้า! อุตส่าห์ช่วยรับฝากแทนมาตั้งนาน” 

แน่ะ! หาว่ากูเรื่องเยอะไม่พอยังมีการทวงบุญคุณ

“ไม่ต้อง! ที่พูดเนี่ยไม่ได้จะเอาเล่มใหม่ นี่มันของอาทิตย์ก่อน ไม่อ่านแล้ว แต่มันน่าเกลียด ป้าไม่ควรแอบตัดหนังสือคนอื่น”

สวดเสร็จเดินกลับบ้าน ไม่รอฟังคำแก้ตัว …

ผมเชื่อว่ามนุษย์ป้า มนุษย์ลุงไม่ใช่อาการที่ธรรมชาติให้มาพร้อมกับความแก่ชราเหมือนผู้หญิงที่ต้องหมดประจำเดือน หรือผู้ชายที่ต้องเสื่อมสมรรถภาพ แต่เป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มสาวของคนๆ นั้น … หากย้อนเวลากลับไปดู อาจจะพบว่ามันก็เป็นเหมือนหนึ่งในวัยรุ่นงี่เง่าเฉาฉุ่ยอีกหลายคนที่เรารู้จัก

ตอนเด็กงี่เง่า พอแก่เฒ่าเลยเฮงซวย ตัวอ่อนแห่งความมักง่าย เห็นแก่ตัว ขาดระเบียบวินัยที่แอบซุกอยู่ตามสังคม รอเวลาพัฒนาสู่สปีชีส์มนุษย์ป้า มนุษย์ลุงในกาลต่อมา เป็นไม้แก่ดัดยาก เกินเยียวยา อยากได้ของฟรีจนลงทุนเสี่ยงตาย ตะกายบันไดเลื่อน ให้คนมือไวแอบถ่ายรูปมาประจานตามเฟซบุ๊ก โดนกระหน่ำด่าสนั่นโซเชียลและวงศ์ตระกูลอยู่เนืองๆ

(นังคนที่แอบถ่ายนี่ก็มีแววเป็นมนุษย์ป้าในอนาคตอีกตัวหนึ่ง)

น้าเน็ก

คุณอาจสนใจข่าวนี้