วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนกลุ่มเสี่ยงฯ รับวัคซีนป้องกัน 'ไข้หวัดใหญ่' รพ.ใกล้บ้านฟรี

เตือนกลุ่มเสี่ยงฯ รับวัคซีนป้องกัน 'ไข้หวัดใหญ่' รพ.ใกล้บ้านฟรี

โดย mythairath
1 ก.ค. 2557 13:19 น.
  • Share:

สปสช.เขต 7 แจ้งประชาชนกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มทุกสิทธิ ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านฟรี ถึงวันที่ 31 ก.ค. 57 นี้...

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 57 นายแพทย์พิเชฏฐ ลีละพันธ์เมธา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 7 ขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่ สปสช.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปี 2557 ในพื้นที่ 4 จังหวัด "ร้อยแก่นสารสินธุ์" คือ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เพื่อฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มทุกสิทธิฟรี พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2557 ที่โรงพยาบาลภาครัฐ และเอกชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น ก็เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่ม คือ 1. ทุกกลุ่มอายุที่มีโรคเรื้อรังสำคัญ 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งได้รับยาเคมีบำบัด และเบาหวาน 2. ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป 3. เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี 4. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือนขึ้นไป ได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลฟรีในทุกสิทธิการรักษา ทั้งสิทธิข้าราชการ ประกันสังคม และสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีผู้มารับการฉีดวัคซีนไม่มากนัก ทำให้กลุ่มที่เสี่ยงที่ไม่รับวัคซีนมีความเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดใหญ่มากขึ้น

"ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหลือของการรณรงค์ คือในเดือนกรกฎาคม 2557 นี้ จึงอยากจะบอกว่าวัคซีนที่ฉีดเป็นชนิดที่ทำจากเชื้อตาย รวม 3 สายพันธุ์ คือ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (A H1N1) ชนิดเอ เอช 3 เอ็น 2 (A H3N2) และชนิดบี (B) ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก และวัคซีนยังใช้ได้ผลดี เนื่องจากเชื้อไม่มีปัญหากลายพันธุ์ แต่วัคซีนชนิดนี้ไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดนกทั้งสายพันธุ์เก่าและใหม่ได้ ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของการรณรงค์ คือในเดือนกรกฎาคม 2557 ขอให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไปติดต่อเพื่อขอรับการฉีดวัคซีน เพื่อลดการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน สปสช. โทร 1330 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422” ทุกวัน 24 ชั่วโมง" นายแพทย์พิเชฏฐกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้