Thairath Logo
กีฬา

ซุปเปอร์บอร์ด/ซุปเปอร์รัฐวิสาหกิจ

Share :

ก็เป็นที่ฮือฮาในแวดวงตลาดเงินตลาดทุน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีคำสั่งแต่งตั้ง 5 คนดังในแวดวงตลาดเงินตลาดทุน 1 นักวิทยาศาสตร์ ด้านสื่อสารดิจิตอล ร่วมเป็น “ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ” หรือ คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน เพื่อเสนอแนะนโยบายและช่วยกำกับดูแลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ที่ฮือฮาเพราะ 5 ชื่อที่ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกมานั้น ล้วนเป็นนักการเงินชื่อดังระดับคุณภาพคับแก้ว และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาก่อน เพราะไม่ศรัทธาในระบบการเมืองไทยที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กลับยอมรับปาก “บิ๊กตู่” เป็น “ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ” จึงไม่ธรรมดา และสร้างความเซอร์ไพรส์ให้แวดวงการเงินเป็นอย่างยิ่ง

ที่น่าสังเกตก็คือ “ซุปเปอร์บอร์ด” ชุดนี้มาจาก สำนักกสิกรไทยถึง 3 คน เริ่มตั้งแต่ “เสี่ยปั้น” บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกสิกรไทย ต้นตำรับรีเอนจิเนียริ่งองค์กร ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการแบงก์ชาติ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย คุณรพี สุจริตกุล ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ เมืองไทยประกันชีวิต อดีตประธานบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ทั้งสามคนนี้เท่าที่ผมรู้จัก ไม่เคยมีความคิดที่จะเล่นการเมืองหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือรัฐวิสาหกิจเลย

การตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ครั้งนี้จึงไม่ธรรมดา

ส่วน “เสี่ยเตา” บรรยงค์ พงษ์พานิช เป็นคนที่มีความรู้เรื่องตลาดทุนมาก อยากให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบอังกฤษ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใส งานนี้จึงต้องจับตาดูให้ดีว่า จะมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมา ไม่ใช่การแปรรูปที่แท้จริง เพียงแต่เอาหุ้นไปขายในตลาดหุ้นส่วนหนึ่ง แต่ยังคงความเป็นรัฐวิสาหกิจเต็มตัว เป็นการ “เปิดช่องโหว่” ให้ “นักการเมือง” ได้เข้าไปแสวงผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจได้เต็มที่

อีกคน ดร.“ก้อ” วิรไทย สันติประภพ อดีตรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีความคิดเชิงนโยบายที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลก่อน และ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่งของไทย โดยเฉพาะด้านการสื่อสารดิจิตอล

แม้ซุปเปอร์บอร์ดจะมีด้วยกัน 17 คน มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน แต่มือทำงานจริงๆ ผมเชื่อว่าเป็น 6 คน ที่ผมเอ่ยถึงนี้แหละ มีทั้งความรอบรู้และมือไม้ที่สามารถหาข้อมูลได้จากทั่วทุกมุมโลกมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย งานนี้ถือเป็น “การผ่าตัดรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ที่สุด” เท่าที่เคยมีมา เพราะรัฐวิสาหกิจต่างๆก็คือ แหล่งเงินของนักการเมือง ที่หากินกันมาช้านานแล้ว เป็นเงินไม่รู้กี่แสนล้านบาทแล้ว

จากตัวเลขของ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เมื่อเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา รัฐวิสาหกิจ 55 แห่ง มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 11.81 ล้านล้านบาท มีหนี้สิน 9.29 ล้านล้านบาท มีรายได้รวม 5.17 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับ จีดีพี หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 (ตัวเลขจากวารสารการเงินธนาคาร) 12.424 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าทรัพย์สินของ 55 รัฐวิสาหกิจใหญ่เกือบเท่ากับจีดีพีของคนไทย 65 ล้านคน ในประเทศเลยทีเดียว ต่างกัน 6 แสนกว่าล้านบาทเท่านั้น

เมื่อไปดู หนี้สิน 55 รัฐวิสาหกิจรวม 9.29 ล้านล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2557 เท่ากับ 78.66% ของทรัพย์สิน แต่หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ 5.55 ล้านล้านบาท เท่ากับ 44.67% ของจีดีพี ถ้าพ่วงเอาหนี้ของรัฐวิสาหกิจ 55 แห่งเข้าไปด้วย หนี้ประเทศไทยพุ่งขึ้นไปเกือบ 120% ของจีดีพีทันที น่ากลัวเหมือนกันนะครับ

แต่ เงินรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ เขาถือเป็น “เงินนอกงบประมาณ” พวกนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง จึงร่วมมือกันใช้จ่ายอย่างเพลิดเพลิน เงินเหล่านี้ไม่มีถึงมือ “รากหญ้า” และ “คนยากจน” ทำให้ “ความเหลื่อมล้ำ” ในสังคมไทยกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง “คนจนเมือง” และ “คนจนในชนบท” ผมก็ได้แต่หวังว่า “ซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ” ชุดนี้ จะเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความสมดุล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...
หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศซุปเปอร์บอร์ดซุปเปอร์รัฐวิสาหกิจคสช.ประยุทธ์ จันทร์โอชาตลาดเงินตลาดทุน