วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มนุษย์พันธุ์รุนแรงนิยม?

มนุษย์พันธุ์รุนแรงนิยม?

โดย
2 ก.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมงานโฆษกคสช.เปิดเผยว่า กองทัพภาคทั้งสี่ภาคจับกุมอาวุธสงครามได้เป็นอันมาก มีทั้งปืน เครื่องยิงลูกระเบิด เครื่องยิงจรวด และวัตถุระเบิดนานาชนิด เป็นสิ่งยืนยันว่าสังคมไทยอยู่ในสภาวะไม่ปกติ คนไทยคิดที่จะทำร้ายคนในชาติด้วยกัน

การจับกุมอาวุธสงครามต่างๆ กลายเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง หลังการยึดอำนาจ ของคสช. และเป็นเหตุผลสำคัญของการยึดอำนาจ เพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นสงครามกลางเมือง อาวุธที่จับได้เป็นหลักฐานยืนยันว่า มีการตระเตรียมอาวุธพร้อมที่จะก่อความรุนแรง และผู้นำบางพรรคปลุกระดมประชาชน ให้พร้อมทำสงครามกลางเมือง

การจับกุมอาวุธคราวนี้ บางส่วน โยงไปถึงเหตุการณ์รุนแรงในปี 2553 ที่มีการประกาศบนเวทีการชุมนุมของบางพรรค การเมือง ระบุว่ายึดหลัก “แก้วสามประการ” ในการต่อสู้ อันได้แก่ พรรค มวลชน และกองกำลังติดอาวุธ คล้ายกับแนวทางการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์ในบางประเทศที่ยึดหลัก “อำนาจการเมืองมาจากปลายกระบอกปืน”

ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะวัฒนธรรมไทยไม่นิยมการใช้ความรุนแรง คนไทยรักสงบและชอบอยู่ร่วมกันโดยสันติ ประเทศไทยจึงอยู่ด้วยความสงบ ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่เกิดสงครามกลางเมืองในเพื่อนบ้านหลายประเทศ แต่เมื่อนักการเมืองกลับนิยมความรุนแรง นักการเมืองเป็นมนุษย์พันธุ์อะไร?

น่าสังเกตว่า การนิยมความรุนแรง มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองประเภทหนึ่ง คือนักปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง พร้อมที่จะใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงข้าม นักการเมืองประเภทนี้พร้อมที่จะกระทำ “วจีทุจริต” ทุกอย่าง ทั้งพูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดสำรากเพ้อเจ้อ เพื่อสร้างความโกรธแค้นชิงชัง และได้รับสนับสนุนจากผู้นำพรรคให้เป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญไทยทั้งฉบับ 2540 และ 2550 เขียนไว้ชัดห้ามบุคคลใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญ ส่วนการใช้ความรุนแรงหรือ อาวุธ เพื่อล้มล้างอำนาจการปกครอง เป็น ความผิดฐานเป็นกบฏ มีโทษรุนแรงถึง ประหารชีวิต

คงจะต้องเป็นภาระหนักสำหรับคสช. และสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะมีในอนาคตอันใกล้ จะต้องหาแนวทางป้องกันการใช้ความรุนแรงในทางการเมือง จะต้องมีกลไกในการแก้ปัญหาหรือความขัดแย้งโดยสันติ และในกรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้ง จะต้องเรียกร้องหาทหารอยู่ร่ำไป จะต้องปลูกฝังวัฒนธรรมนิยมสันติแบบชาวบ้านธรรมดา.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้