วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุกจับรับจำนำรถ-จยย.35คันเคหะร่มเกล้าฯ

บุกจับรับจำนำรถ-จยย.35คันเคหะร่มเกล้าฯ

  • Share:

กองปราบฯจับมือทหาร บุกจับแหล่งรับจำนำรถย่านร่มเกล้า พบของกลางรถยนต์ 21 คัน และรถจยย.อีก 14 คันรวม 35 คัน จอดเต็มลานจอดรถพรชัยไนท์บาร์ซ่า เชิญเจ้าของสถานที่มาสอบสวนเผยเป็นรถที่รับจำนำไว้ เตรียมเรียกเจ้าของรถทุกคันมาสอบสวน พร้อมให้รับรถกลับได้ทันทีเพราะเป็นการรับจำนำผิดกฎหมาย พร้อมเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกว่าเกี่ยวพันบ่อนการพนันหรือไม่

ชุดสืบสวนบุกจับกุมแหล่งรับจำนำรถรายนี้ เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.จอม สิงห์น้อย สว.กก.1 บก.ป.ร่วมกับทหารสังกัด ป.พัน. 12 รอ.นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถ พรชัยไนท์บาร์ซ่า ถนนการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. หลังได้รับแจ้งว่ามีรถต้องสงสัยจอดอยู่จำนวนมาก เมื่อเดินทางไปถึงพบรถยนต์ 21 คัน รถ จยย. 14 คัน รวม 35 คัน โดยมีนางวิมล หรือเจ๊ใหญ่ ลิ้มอยู่สุข อายุ 52 ปี อยู่เลขที่ 338/13 ถนนการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. รับเป็นเจ้าของ จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่กองปราบปราม

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าวว่า การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายอาญา ภายหลังชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้รับแจ้งเบาะแสว่า พบรถยนต์และจักรยานยนต์ต้องสงสัยว่าได้มาจากการกระทำความผิดจำนวนมาก จอดอยู่บริเวณลานจอดรถพรชัยไนท์บาร์ซ่า จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สน.ร่มเกล้า เจ้าของพื้นที่เข้าตรวจค้น อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ก่อนพบนางวิมลจึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ บก.ป.พร้อมกับยึดรถยนต์และจักรยานยนต์ทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบว่า รถยนต์และจักรยานยนต์แต่ละคันมีที่มาที่ไปอย่างไร ได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่มีการปลอมเอกสาร ป้ายทะเบียน ป้ายวงกลมหรือไม่ รวมทั้งเป็นรถที่จำนำไว้โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จะติดตามเจ้าของผู้ครอบครองรถทั้งหมดมาสอบปากคำ ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า นางวิมลจะรับจำนำรถยนต์ไว้ในราคาคันละ 70,000-300,000 บาท ส่วนจักรยานยนต์ให้ราคาคันละ 7,000-12,000 บาทขึ้นอยู่กับสภาพรถ อย่างไรก็ดี ขอแจ้งไปยังเจ้าของรถทั้งหมดว่าให้เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน หากรายใดเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงสามารถมานำรถของตัวเองกลับไปได้

“ส่วนการกระทำดังกล่าวในเบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ มีการให้กู้ยืมเงินโดยมีรายได้จากดอกเบี้ย และความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงรับจำนำโดยไม่มีใบอนุญาต แต่เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหานางวิมล ขอให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน” พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.จอม สิงห์น้อย สว.กก.1 บก.ป.กล่าวว่า ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นพบว่า รถทุกคันไม่ได้แจ้งหายไว้ จึงตัดประเด็นเรื่องการโจรกรรมหรือได้มาจากการลักทรัพย์ แต่จะตรวจสอบในประเด็นอื่นๆต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีความเกี่ยวพันกับบ่อนการพนันต่างๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ที่เสียพนันอาจนำรถมาจำนำไว้ นอกจากนี้จะขยายผลการจับกุมว่า ยังมีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ส่วนการดำเนินการขณะนี้ ชุดสืบสวนจะตรวจสอบแหล่งรับจำนำรถ รวมทั้งแหล่งชำแหละรถในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง หากผู้ใดพบเห็นหรือมีข้อสงสัยสถานที่ต่างๆ ขอให้แจ้งข้อมูลมาที่ กก.1 บก.ป.เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้