Thairath Logo
กีฬา

ชื่นชม “ปุ๋ย” ภรณ์ทิพย์ 26 ปียังไม่ลืม “เด็กไทย”

โดย ซูม
1 ก.ค. 2557 05:01 น.
Share :

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวทั้งในหน้า 4 ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมทั้งในหน้าสตรีเกือบทุกฉบับว่า คุณภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือ “น้องปุ๋ย” อดีตนางงามจักรวาลลูกไทยเลือดไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ กลับมาเยี่ยมเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง

มาในฐานะประธาน มูลนิธิแองเจิลส์ วิงส์ หรือถ้าแปลเป็นไทยอย่างตรงตัวก็คือ มูลนิธิ “ปีกนางฟ้า” นั่นแหละครับ

มูลนิธิของเธอมีกิจกรรมหลายอย่างในประเทศไทย รวมทั้งโครงการช่วยเหลือครอบครัวของผู้ประสบเคราะห์ร้ายจากคลื่นยักษ์สึนามิที่โหมกระหน่ำใส่หลายๆจังหวัดในฝั่งทะเลอันดามันเมื่อหลายปีก่อนด้วย

แต่ที่อ่านจากหน้าสตรีไทยรัฐฉบับวานนี้ เธอมาครั้งนี้เพื่อเปิดกิจกรรมใหม่ในชื่อ “Teach for Thailand” หรือโครงการศึกษาเพื่อผลิตครูให้กลับไปสอนหนังสือที่บ้านเกิดสำหรับประเทศไทย

คุณปุ๋ยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการนี้มีแนวคิดมาจากโครงการ Teach for America ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากที่สหรัฐฯ เพราะเป็นโครงการคัดเลือกเด็กที่มีจิตอาสามาเรียนครู และเมื่อเรียนจบแล้วก็ส่งไปสอนในโรงเรียนต่างๆที่ยังขาดแคลนครูทั่วสหรัฐฯ

อดีตนางงามจักรวาลก็เลยเอามาปรับเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นโครงการที่จะเลือกคนในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งมาเรียนครู เมื่อเรียนจบแล้วก็ส่งไปเป็นครูที่บ้านเกิด ซึ่งขณะนี้โครงการของเธอได้ผลิตคุณครูไปแล้ว 2 คน

เป็นคนภูเก็ตทั้งคู่ เมื่อจบการศึกษาด้านครูแล้วก็ส่งไปสอนหนังสือที่ภูเก็ตในขณะนี้ และก็ยังมีนักศึกษาที่อยู่ในโครงการของเธอประมาณ 40 คน ที่พร้อมจะไปสอนหนังสือในหลายๆจังหวัดเมื่อเรียนจบ

นอกจากโครงการที่ว่านี้แล้ว คุณปุ๋ยยังกลับมาร่วมในพิธีเปิดอาคารที่ โรงเรียนหนองกุง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ที่มูลนิธิสร้างอาคารให้แก่โรงเรียนนี้ ในนามของคุณแม่ของเธอที่เคยเป็นศิษย์เก่า

คุณปุ๋ยบอกผู้สื่อข่าวว่า คุณแม่สำนึกในพระคุณของโรงเรียนนี้มาก ที่สอนแม่ให้อ่านออกเขียนได้สมัยเด็กๆ ซึ่งต่อมาแม่ก็ดิ้นรนต่อสู้ความยากจน เช่นเดียวกับลูกอีสานทั้งหลาย จนวันหนึ่งได้ไปใช้ชีวิตและ ประสบความสำเร็จที่สหรัฐอเมริกา จนมีน้องปุ๋ยและมีทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้

ผมต้องขออนุญาตนำข่าวมาเขียนสรุปอีกครั้ง เผื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านที่ไม่ได้อ่านข่าวนี้ จะได้เกิดความรู้สึกประทับใจไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับผม

เมื่อวันที่น้องปุ๋ยได้ตำแหน่งนางงามจักรวาล (ประมาณเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1988 หรือ พ.ศ.2531) เธอตอบคำถามคณะกรรมการว่าเธอ รักเด็ก และอยากจะช่วยเด็กยากจนของประเทศไทย ซึ่งยังมีอยู่มาก โดย เฉพาะใน พ.ศ.ดังกล่าว ยังมีเด็กไทยในชนบทที่ยากจนและเสียชีวิตจากโรคขาดสารอาหารปีละหลายพันคน

ซึ่งในตอนโน้นผู้คนก็มักจะนึกว่าเธอคงตอบคำถามเรียกคะแนนจากกรรมการไปอย่างนั้นเอง

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปนับถึงปีนี้ 26 ปีเต็มๆ ปุ๋ยก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอยังไม่ลืมคำตอบนี้แม้แต่น้อย เพราะเธอตอบด้วยใจจริง มิใช่ตอบเพื่อเอาคะแนนอย่างที่คนบางคนเคยปรามาสไว้

เมื่อปุ๋ยโชคดีได้แต่งงานกับ คุณเฮอร์เบิร์ด ไซมอน วัย 72 ปี มหาเศรษฐีอันดับที่ 293 ของสหรัฐฯ และอันดับ 848 ของโลก มีทรัพย์สินประมาณ 60,000 ล้านบาท จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ เธอก็ขออนุญาตสามีตั้งมูลนิธินี้ขึ้น เพื่อกระทำในสิ่งที่ยังอยู่ในใจของเธอมาตลอดเวลา

ผมติดตามคุณเฮอร์เบิร์ดสามีคุณปุ๋ยมาพอสมควร เพราะนอกจากเขาจะเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ อินเดียนา เพเซอร์ส อีกด้วย

เวลาผมไปจัดรายการวิทยุที่ สปอร์ตเรดิโอ FM 96 พูดถึงอเมริกันเกมและพูดถึงบาสเกตบอล NBA จะบอกคนฟังอยู่เสมอว่าทีมนี้เป็นทีมของสามีน้องปุ๋ยนะ คนไทยช่วยๆเชียร์กันหน่อย

เสียดายที่เชียร์ขึ้นเหมือนกัน แต่ยังไม่สุดๆเพราะปีล่าสุดอุตส่าห์มาชิงแชมป์สายตะวันออกกับทีม ไมอามี ฮีต ได้แล้ว แต่แพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบถึงน้ำใจอันดีงามของน้องปุ๋ยเช่นนี้แล้ว นอกจากจะขอบคุณเธอที่ยังนึกถึงเมืองไทย นึกถึงเด็กไทย และนึกถึงความยากจน ความด้อยโอกาสของพี่น้องชาวไทยจำนวนไม่น้อยดังที่ปรากฏในข่าวที่ผมหยิบมาเขียนวันนี้

ผมโดยส่วนตัวในฐานะคนชอบกีฬาขอให้สัญญาว่าจะขอส่งใจไปเชียร์ทีมอินเดียนา เพเซอร์ส ตลอดไปนะครับ คุณปุ๋ยครับ.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...
เหะหะพาทีซูมปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญเฮอร์เบิร์ด ไซมอนมูลนิธิแองเจิลส์ วิงส์ปีกนางฟ้า