วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชวน 'ชายรักชาย' ยืดอกพกถุงยางฯ ลดเสี่ยงเอดส์ได้

กรมควบคุมโรค รณรงค์ใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย "Sex รอบคอบ ตอบ OK" หลังพบสถิติมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน สูงถึงร้อยละ 84 ห่วงปัญหาการแพร่เชื้อเอชไอวีโดยไม่รู้...

เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ที่ App Arena Pub รัชดาซอย 8 กรุงเทพมหานคร นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรคมอบหมายให้นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ร่วมเปิดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ถุงยางอนามัยในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย พร้อมคุณดนัย ลินจงรัตน์ ผู้อำนวยการสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย คุณธรรศ อับดุลเลาะห์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรม มูลนิธิเดอะพอสโฮมเซ็นเตอร์ และคุณต๊อบ ชัยวัฒน์ ทองแสง ดารานักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง"เพื่อน กู...รักมึงว่ะ"

นายแพทย์สุเมธ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย ปี พ.ศ.2556 มี ยอดสะสมประมาณ 1,166,549 คน ในจำนวนนี้ยังมีชีวิต 447,414 คน และคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ 8,959 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชายถึงร้อยละ 39 สาเหตุของการติดเชื้อ ที่สำคัญคือ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน สูงถึงร้อยละ 84 สอดคล้องกับอัตราการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในการมีเพศสัมพันธ์ในคนกลุ่มนี้ยังต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้จากการที่ผู้รับบริการบางส่วนยังเข้าไม่ถึงระบบบริการถุงยางอนามัยที่จัดโดยภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนอย่างทั่วถึง และครอบคลุมแล้ว ความเขินอายในการไปซื้อหรือขอรับฟรีจากแหล่งบริการ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นของผู้ใช้

ส่วนในประเทศไทยมีประสบการณ์การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์มาอย่างเข้มแข็งที่รู้จักกันดีที่สุดในช่วงแรกคือ โครงการถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีการใช้ถุงยางอนามัยในสถานบริการทางเพศ จากร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นเป็นกว่าร้อยละ 95 และจากการขับเคลื่อนนโยบายและดำเนินมาตรการต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ. 2555–2559 ที่มุ่งสู่ "เป้าหมายที่เป็นศูนย์" (Getting to Zero) ประกอบด้วย การไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่มีการเสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ และไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลดลง การป้องกันการติดเชื้อฯ เมื่อแรกเกิดครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 90 และการให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อฯ ด้วยยาต้านไวรัสเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70

นายแพทย์สุเมธ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเชิงรุก เพื่อให้เครือข่ายคนทำงานมีความเข้าใจ และกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแล และรักษา การติดเชื้อเอชไอวี และบริการสุขภาพอื่นๆ ได้แก่ 1. บริการให้คำปรึกษาและตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สะดวก รวดเร็ว ตลอดจนส่งเสริมการดูแลรักษาการติดเชื้อฯ โดยใช้กลยุทธ์ “ตรวจเลือดและรักษาทันที เพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ ได้ทราบสถานการณ์การติดเชื้อฯ ของตนเอง และรับการรักษาได้ทันที ทำให้สุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างปกติ และวางแผนป้องกันตนเองและคู่ได้อย่างถูกต้อง 2. บูรณาการงานป้องกันและดูแลรักษาเอชไอวี/เอดส์ โดยมีระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการที่จำเป็นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง 3. บริการเชิงรุกนอกสถานบริการ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถไปรับบริการในสถานบริการสาธารณสุข ได้รับบริการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงความช่วยเหลืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะสม

ทั้งนี้ ยังได้ดำเนินการสื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลก (1 ธันวาคม) วันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) และวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันรณรงค์ตรวจหา การติดเชื้อเอชไอวี (VCT Day) ตลอดจนการสร้างความตระหนักและเกิดการยอมรับถุงยางอนามัย เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะของวิถีชีวิตทางเพศ สู่การเอื้อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันและดูแลตนเอง
 การรับรู้เรื่องเอดส์ การอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อฯ และผู้ป่วยเอดส์อย่างเข้าใจ จนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

สำหรับ Sex รอบคอบ ตอบ OK คือคำขวัญการสื่อสารเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของถุงยางอนามัยในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย เป็นแนวคิดที่พัฒนามาจากทัศนคติเชิงบวกที่ว่า "คนพกถุงยางอนามัยเป็นคนรอบคอบ" โดยจากการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการสื่อสารสาธารณะภาพลักษณ์ใหม่ของถุงยางอนามัยในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย พบว่า "คนพกถุงยางอนามัยเป็นคนรอบคอบ" เป็นทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ถุงยางอนามัย ที่ว่า "การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยถือว่าประมาท" และ "การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยช่วยลดความกังวลได้" อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ที่ว่า "การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งช่วยป้องกันโรคได้ และคิดว่าใครๆ ก็เสี่ยงติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หากไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน "ในระดับมากที่สุด ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 5 ภูมิภาค คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลาต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โทร. 0-2590-3289 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422