วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครอบจักรวาล ตะลุยกำแพงหิมะทาเทยาม่า

ลานจอดรถ จุดแวะพักชมกำแพงหิมะ.

นับตั้งแต่ญี่ปุ่นอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าไปเที่ยวในญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานรายการครอบจักรวาล นำโดย ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ได้เดินทางไปกับ ไรน์นิช ทราเวล เพื่อไปถ่ายทำรายการกันที่ประเทศญี่ปุ่น โดยออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิก่อนเที่ยงคืน บินตรงไปถึงเมืองโอซากาในช่วงเช้า เริ่มต้นวันแรกของการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นด้วยการไปสักการะ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว ศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโต ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอก ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเป็นทูตของเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว เป็นที่เคารพนับถือของชาวนาและเกษตรกรชาวญี่ปุ่น สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือ เสาโทริอิ ลักษณะเป็นซุ้มประตูสีแดงขนาดใหญ่ จำนวนมากกว่าร้อยต้น เรียงเป็นแถวตามเส้นทางบนไหล่เขา


ต่อจากนั้น เดินทางไปชม วัดคินคะคุจิ เป็นวัดที่มีศาลาสีทองโดดเด่นอยู่กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยต้นศตวรรษที่ 15 โดย โชกุนโยชิมิตสึ ซึ่งหลายคนคงคุ้นชื่อ จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา มัคคุเทศก์นำชม เล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้แต่เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักตากอากาศ แต่ได้มาเปลี่ยนเป็นวัดในนิกายเซนในภายหลัง ตามที่โชกุนโยชิมิตสึได้สั่งไว้ในพินัยกรรม วัดคินคะคุจิ เคยถูกไฟไหม้ไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ.1950 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ.1955 และยังคงความสวยงามมาถึงปัจจุบัน


ในช่วงบ่ายไปชม วัดคิโยะมิสึ เส้นทางเดินสู่วัดแห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า เส้นทางสายกาน้ำชา เนื่องจากสมัยก่อนมีร้านขายถ้วยชา กาน้ำชา เซรามิก เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง ในตอนนี้ยังมีร้านเซรามิกเก่าแก่หลงเหลืออยู่บ้าง ขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเป็นร้านขายสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากแวะซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ยังได้นั่งจิบชาและชิมขนมแบบญี่ปุ่นด้วย


ที่ วัดคิโยะมิสึ จะมีนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปและชมทิว ทัศน์อันสวยงาม ณ จุดชมวิว ซึ่งเป็นระเบียงไม้ขนาดใหญ่ ยื่นออกไปเหนือหุบ เขา และที่พลาดไม่ได้คือ การดื่มน้ำจากสายน้ำศักดิ์สิทธิ์สามสาย ที่เชื่อกันว่าผู้ใดได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว จะมีสุขภาพดี มีสติปัญญาเป็นเลิศ และมีทรัพย์สินมั่งคั่ง

วันที่สองเราออกเดินทางจากเมืองโอซากา ไปยัง เมืองอาราชิยาม่า ผ่าน สะพานโทเก็ตซึ ชื่อสะพานนี้ แปลว่า สะพานที่มองเห็นดวงจันทร์อยู่ข้างหน้า เบื้องล่างของสะพานคือ แม่น้ำโออิ ที่ไหลมาจากตาน้ำในภูเขาอาราชิยาม่า คณะของเราได้เดินทางไปยัง วัดเทนริวจิ หรือ วัดมังกรสวรรค์ เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1994 จากองค์การยูเนสโกในฐานะส่วนหนึ่งของอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์แห่งเมืองเกียวโต ในวัดเทนริวจิ มีสวนสไตล์เซนที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบโดยเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้บน ภูเขาอาราชิยาม่า กับคาเมยามะ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองสลับกันไปเป็นฉากหลังให้สวนแห่งนี้สวยงามมากยิ่งขึ้นอีก

ต่อจากนั้นได้ไปชม สวนไผ่แห่งเกียวโต ที่หลายคนเห็นภาพอันสวยงามจากภาพยนตร์เรื่องเกอิชา แล้วอยากไปชมความงามและสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อไปแล้วต่างรู้สึกได้ถึงความสงบ สดชื่น เย็นสบาย ผมเห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศที่ บ้านไร่ไผ่งาม ของ คุณแสงดา บันสิทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การทอผ้า) ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ออกจากสวนไผ่แห่งเกียวโต เดินทางไปขึ้นรถไฟสายโรแมนติก เป็นรถไฟท่องเที่ยวระยะสั้นวิ่งเลียบภูเขา ให้นั่งชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ และสายน้ำเบื้องล่าง

วันที่สามเป็นการเดินทางขึ้นภูเขาเที่ยวชมธรรมชาติ ออกเดินทางไปนั่งรถกระเช้าไฟฟ้ารูปขั้นบันได ลงไปยังสถานีทาเทยาม่า ต่อรถโค้ชเพื่อ ไปชมกำแพงหิมะ ระหว่างทางผ่านน้ำตกเมียวโจ น้ำตกที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น ผ่านป่าสนดึกดำบรรพ์ ทุ่งราบ และแนวกำแพงหิมะ ให้ได้ตื่นตาตื่นใจตลอดการเดินทางจนถึงจุดแวะพัก


หลังจากลงไปชมกำแพงหิมะแล้ว เปลี่ยนไปขึ้นรถโค้ชไฟฟ้าที่ปลอดมลพิษ เดินทางผ่านอุโมงค์ใต้ภูเขาที่มีความยาวกว่า 6 กิโลเมตร เพื่อไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ชมทัศนียภาพช่องเขาซึ่งเป็นเหวลึกอยู่เบื้องล่าง กระเช้าไฟฟ้านี้มีชื่อเรียกว่า กระเช้าพาโนราม่า เนื่องจากใช้วิธีการขึงสลิงจากต้นทางถึงปลายทาง ระยะทางยาวถึง 1,700 เมตร โดยไม่มีเสาค้ำระหว่างทาง แต่ในวันที่คณะของเราเดินทางไปนั้น มีนักท่องเที่ยวใช้บริการกระเช้าไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่ค่อยได้ชมวิวสักเท่าไร มองไปทางไหนเห็นแต่ผู้คน ลงจากกระเช้าไฟฟ้า ไปชม เขื่อนคุโรเบะ เป็นเขื่อนยักษ์ มีความยาวสันเขื่อน 800 เมตร หลังชื่นชมความงามของทิวทัศน์บริเวณเขื่อนแล้ว ต้องเดินออกกำลังกายอีกเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร เพื่อไปขึ้นรถโค้ชที่รออยู่อีกด้านหนึ่ง


เช้าวันที่สี่ ตื่นแต่เช้าเพื่อไปชมบรรยากาศ ตลาดเช้าริมแม่น้ำมิยากาวา มีของขายมากมายหลายอย่าง ทั้งผลไม้ ผักสด ผักดอง อาหารพื้นเมือง ของที่ระลึก ฯลฯ และชม ย่านลิตเติ้ลเกียวโต เมืองเก่าที่ยังคงบรรยากาศญี่ปุ่นไว้ให้ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ธรรมชาติอันงดงาม บ้านเรือนเก่าแก่ เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต แล้วเดินทางไปชม ทาคายาม่า จินยะ อาคารรัฐบาลเก่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมภายในอาคาร ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่พำนักของท่านคานาโมริ ผู้ปกครองเมืองทาคายาม่า


ช่วงบ่าย ไปชม พิพิธภัณฑ์รถแห่ มัทสึริโนะโมริ ซึ่งรวบรวมรถแห่สำหรับใช้ในเทศกาลต่างๆของเมืองทาคายาม่า จากนั้นก็ไปต่อกันที่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่ได้รับคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1995 มีบ้านแบบกัสโช สึคุริ เป็นแบบบ้านดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งมีหลังคาชันประมาณ 60 องศา

ลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน โครงสร้างของบ้าน สร้างโดยไม่ใช้ตะปูสักตัวเดียว แต่มีความแข็งแรงมาก สามารถรองรับหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักได้ ในช่วงที่เราเดินทางไปถึง ฝนกำลังตกพอดี จึงได้กางร่มเดินชมความงามท่ามกลางสายฝน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ช่วงเย็นเดินทางต่อไปพักค้างคืนที่ เมืองนาโกยา เมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น


เช้าวันรุ่งขึ้น เดินทางไป วัดนิตไทยจิ หรือ วัดไทย-ญี่ปุ่น เพื่อไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานให้นำไปประดิษฐาน บริเวณหน้าวิหารของวัด มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ข้าราชการไทยในญี่ปุ่นจะมาร่วมกันถวายสักการะ ในวันที่ 23 ตุลาคม เป็นประจำทุกปี โปรแกรมวันสุดท้ายนี้ เราเดินทางไปยัง เมืองโอซากา เพื่อช็อปปิ้งและกินอาหารกลางวันที่ ภัตตาคารขาปูยักษ์ ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยในตอนดึกของวันเดียวกัน


ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ เรื่องอาหารการกินอร่อยทุกวัน ทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อค่ำกินอาหารญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม เพราะมีเวลานั่งกินไปคุยไปได้นานกว่ามื้ออื่นๆ ซึ่งทางไรน์นิช ทราเวล จัดให้ เช่น เมนูปลาไหล ที่ ภัตตาคารปลาไหลไคเซกิ ฝีมือพ่อครัวที่ชำนาญการปรุงอาหารจากปลาไหลโดย เฉพาะ สุกี้เนื้อ ที่ ภัตตาคารสุกี้เนื้อฮิดะ เนื้อวัวที่มีชื่อเสียงเป็นต้นพันธุ์ของวัวมัตสึสะกะ ชาบูชาบูแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ ภัตตาคารชาบูชาบู ที่มีชื่อเรื่องน้ำซุปหอมหวาน เสิร์ฟในหม้อทองแดงเคลือบฉนวนกันความร้อน เนื้อวัว เนื้อหมู สไลด์บางเฉียบ มีน้ำจิ้มงาบด และน้ำจิ้มรสเปรี้ยว ให้เลือกตามชอบใจ


การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นสะดวกขึ้นเพราะไม่ต้องขอวีซ่า บริษัททัวร์ต่างๆ มีโปรแกรมการเดินทางไปญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย หลายเส้นทาง หลายเมือง หลายระดับราคา ส่วนถ้าชอบไปกันเองกับเพื่อนกับครอบครัวก็ไม่ยาก เพราะมีหนังสือคู่มือให้อ่านศึกษาหาข้อมูล วางแผนการเดินทางกันได้ การสื่อสารกับชาวญี่ปุ่น ถ้าพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ใช้ภาษาอังกฤษแบบสื่อสารกันได้ก็เอาตัวรอดได้แล้ว พรรคพวกที่มีประสบการณ์ไปเที่ยวเองบอกว่า ชาวญี่ปุ่นบางคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่มีน้ำใจล้นเหลือ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราไปถามทาง ก็จะพยายามสื่อสารด้วยภาษามือ บางคนถึงกับจูงมือพาเดินไปส่งขึ้นรถเมล์ก็มี

ไปเที่ยวชมบ้านเมืองเขาแล้ว เห็นสิ่งดีๆ งามๆ ในญี่ปุ่น เช่น การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม สิ่งใดที่เป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อกลับมาบ้านเราก็นำมาปฏิบัติบ้าง

เพื่อให้บ้านเมือง ของเราเองน่าอยู่น่าเที่ยวเช่นกัน.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

28 มิ.ย. 2557 11:10 ไทยรัฐ