วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ส.เปิดศึก81,881ชุมชน “พงศพัศ” ชูธง ยุทธศาสตร์ปิดหัวปิดท้าย

โดย

26 มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของสังคมโลกที่ร่วมกันต่อสู้เอาชนะยาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักให้ได้ เช่นเดียวกับสำนักงาน ป.ป.ส.ของไทยที่เป็นหน่วยงานหลักเดินหน้ายุทธศาสตร์ป้องกันปราบปรามสกัดกั้นและบำบัดรักษาผู้ป่วย สอดส่องดูแลจับกุมเครือข่ายตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปยังชุมชนต่างๆ

หน่วยงานหลักที่ทำงานตลอด 24 ชม.ไม่มีวันหยุด ภายใต้การนำทัพของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส.

ในโอกาสวันสำคัญนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้นำทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทูลเกล้าฯถวาย “โล่เกียรติยศ” เพื่อเทิดพระเกียรติแด่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงริเริ่มและรับเป็นองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE นับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา

“ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี พระองค์ท่านทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ และสละเวลาเสด็จติดตามการดำเนินงานของทุกจังหวัด ชุมชน สถานประกอบการและสถานศึกษาทั่วประเทศ เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของเด็กเยาวชนและสังคมไทย ได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด นับเป็นพระกรุณาธิคุณและคุณูปการอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ สมควรได้รับการยกย่องและถวายพระเกียรติให้เป็นที่ปรากฏทั้งแผ่นดิน”

คำกล่าวของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เทิดพระเกียรติในวันงานต่อต้านยาเสพติดโลกที่ ป.ป.ส.

ในโอกาสสำคัญยิ่งนี้ ทีมข่าวอาชญากรรม ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญแก่เด็กเยาวชนและพสกนิกรชาวไทยสืบไป

ในวันเดียวกัน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวน การยุติธรรม ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบโล่ให้กับบุคคลและองค์กรที่ผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น กล่าวกับสื่อมวลชนชัดเจนว่า

“ในระยะเวลา 30 วันที่ผ่านมา คสช.พอใจอย่างยิ่งกับผลงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 6 มาตรการสำคัญที่ ป.ป.ส.ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการไว้อย่างเป็นระบบ มีผลงานที่ชัดเจน สามารถหยุดยั้งการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างได้ผล การแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การยึดอายัดทรัพย์ของผู้ค้าและผู้ที่อยู่ในเครือข่ายสามารถดำเนินการได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ เชื่อว่าทุกฝ่ายได้เดินมาในทิศทางถูกทางแล้ว”

พล.อ.ไพบูลย์ย้ำด้วยว่า

“ที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเข้มข้นให้มากขึ้นก็คือ การลดจำนวนของผู้เสพหน้าใหม่ รวมทั้งการเฝ้าระวังไม่ให้ผู้เสพที่ผ่านการบำบัดกลับไปเสพยาอีก เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ปัญหายาเสพติดถึงจะหมดไปจากแผ่นดินไทยได้ในที่สุด”

ในส่วนนี้เลขาธิการ ป.ป.ส.ยืนยันกับทีมข่าวอาชญากรรมว่าเป็นความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยตรง

“ท่านต้องการเห็นการลดจำนวนของผู้เสพหน้าใหม่ในทุกชุมชนทั่วประเทศให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากในแต่ละปีที่ผ่านมา เมื่อดูจากสถิติผู้เข้ารับการบำบัดหรือผู้ค้าที่ถูกจับกุมนั้น จะพบว่ามีผู้เสพหน้าใหม่เพิ่มเข้าในระบบอย่างต่อเนื่อง มีผลให้กระบวนการบำบัดรักษาฟื้นฟูไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ ส่วนการเฝ้าระวังดูแลผู้ผ่านการบำบัดก็ยังทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้ผ่านการบำบัดมักจะกลับเข้ามาเป็นผู้เสพต่อไปอีก”

พล.ต.อ.พงศพัศให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้ว่า สำนักงาน ป.ป.ส.ได้วางยุทธศาสตร์ใหม่ตามนโยบายดังกล่าว ซึ่งเน้นทั้งการปิดหัวและปิดท้ายในทุกชุมชนทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยการ “ปิดหัว” จะสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชนในชุมชน ในทุกสถานศึกษา สถานประกอบการทุกแห่งทุกลักษณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนและแรงงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเด็ดขาด ส่วน “ปิดท้าย” จะเป็นการเฝ้าระวังติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดทุกคนในชุมชน ตำบลหมู่บ้านเพื่อไม่ให้หวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก

ยุทธศาสตร์นี้จะอาศัยหน่วยงานในระดับท้องถิ่นและเครือข่ายภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

“ยุทธศาสตร์ปิดหัวปิดท้ายจะดำเนินการในพื้นที่ 81,881 ชุมชนและหมู่บ้านทั่วประเทศ โดย ป.ป.ส.ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนผู้เสพหน้าใหม่ให้เหลือไม่ถึงครึ่งจากสถิติจำนวนผู้เสพที่นำเข้ารับการบำบัดในแต่ละปี โดยปีหนึ่งๆจะมีผู้เสพหน้าใหม่เข้ารับการบำบัดประมาณ 300,000 คน

ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนร้อยละ 25”

“จึงต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและดูแลเด็กเยาวชนชุมชนต่างๆไม่ให้มีการเสพหรือใช้ยาเสพติด เพื่อลดจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดในแต่ละปีให้เหลือน้อยที่สุด”

เลขาธิการ ป.ป.ส.เพิ่มเติมด้วยว่า ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนจะมีกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.1–ป.6 จำนวน 4,991,835 คน และ ม.1–ม.3 อีก 2,651,484 คน โดยดำเนินการตามโครงการ TO BE NUMBER ONE รวมทั้งโครงการต่างๆของกระทรวงศึกษาธิการ

“การสร้าง ห้องเรียนอุ่นใจ ควบคู่ไปกับการตั้ง กองลูกเสือต้านยาเสพติด ที่สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ดำเนินการไว้ เพื่อให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศเป็นโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด ก็ดำเนินการควบคู่กันไป”

สำหรับในชุมชนและหมู่บ้าน 81,881 แห่ง พล.ต.อ.พงศพัศเสริมว่า จะใช้ โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน และโครงการอื่นๆ

ของทุกหน่วยงาน เพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ขจัดแหล่งค้าในชุมชน รวมทั้งจุดเสี่ยงล่อแหลม และการสร้างลานกีฬาต้านยาเสพติดเข้าดำเนินการ

“จะสร้าง ครอบครัวอุ่นใจ ซึ่งแม้จะเป็นหน่วยงานทางสังคมที่เล็กที่สุดแต่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในกระบวนการป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยา เพื่อให้ลูกหลานห่างไกลจากภัยของยาเสพติดได้”

ในส่วนยุทธศาสตร์ “ปิดท้าย” เลขาธิการ ป.ป.ส.ให้รายละเอียดว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ผ่านการบำบัดทั้งระบบบังคับบำบัด สมัครใจบำบัด และการบำบัดในระบบต้องโทษ รวมกันประมาณ 300,000 คน ซึ่งทั้งหมดจะต้องกลับไปอาศัยอยู่ในชุมชนตำบลหมู่บ้านต่างๆทั้ง 81,881 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทาง ป.ป.ส.จะจัดส่งรายชื่อผู้ผ่านการบำบัดในแต่ละปี รวมทั้งผู้ผ่านการบำบัดมาแล้วประมาณ 1 ล้านคนไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบจ. นายก อบต. และผู้นำท้องถิ่นได้ใช้เป็นข้อมูลร่วมกันติดตามดูแลและเฝ้าระวังร่วมกับกระทรวง กรมและเครือข่ายภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้หวนกลับไปใช้ยาอีก

“ทุกฝ่ายจะให้การสนับ-สนุนช่วยเหลืออย่างครบวงจร ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ ที่อยู่อาศัย การสร้างคุณภาพชีวิตในชุมชนและการสร้างความเข้มแข็งอบอุ่นให้กับครอบครัว”

เลขาธิการ ป.ป.ส.ย้ำอีกว่า ยุทธศาสตร์ปิดหัวปิดท้ายมีความสำคัญต่อแนวทางการแก้ไขและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ตามคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 41/2557 ลงวันที่ 31 พ.ค.2557 ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส.จะบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการร่วมกับมาตรการอื่นๆอย่างเข้มข้นจริงจัง

“การสกัดกั้นปราบปรามจับกุม การติดตามยึดอายัดทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดในยุค คสช.นี้”

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้มีบทบาทสำคัญกับปัญหาใหญ่หลวงของชาติบ้านเมืองทิ้งท้าย.

ทีมข่าวอาชญากรรม

28 มิ.ย. 2557 10:42 ไทยรัฐ