วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บั้นปลายชีวิต... สิทธิทางใจที่พึงมี

ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมญาติของเพื่อนคนหนึ่ง ที่ป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย (คืออยู่ในระยะแพร่กระจายไปอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายแล้ว ส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ไม่นานเกินหกเดือนหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของมะเร็งชนิดนั้นๆ) ซึ่งผู้ป่วยกำลังอยู่ในกระบวนการบำบัดรักษาที่ช่วยชะลออาการบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าความหวังก็ค่อนข้างเลือนรางเหลือเกิน และในขณะเดียวกัน ทั้งญาติและแพทย์ผู้รักษาก็มิได้บอกว่าผู้ป่วยอาการหนักขนาดไหนและจะมีชีวิตยืนยาวอยู่อีกนานเท่าไร โดยเฉพาะญาติจะห้ามมิให้แพทย์ผู้รักษาบอกผู้ป่วย ด้วยเกรงว่าผู้ป่วยจะรับความจริงไม่ได้และเมื่อทราบอาจจะยิ่งทำให้อาการทรุดลงไปเร็วกว่าที่เป็นอยู่

มีข้อมูลบางอย่างที่ผมได้รับฟังแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจและรู้สึกสงสารพอสมควรคือ อาการของผู้ป่วยที่เห็น ดูค่อนข้างแย่พอสมควร แต่มีบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยพูดในทำนองที่มีความหวังจะกลับไปทำงานที่ตนรักหรืออาชีพเดิมของตนเองอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆที่ประเมินจากสุขภาพทางกายแล้ว แค่ขยับตัวยังแทบจะทำไม่ได้เพราะมีอาการเจ็บปวดตลอดเวลา นานวันเข้า ผู้ป่วยเริ่มซึมลง ไม่ค่อยอยากรับประทานอาหาร ญาติก็เข้าใจว่า เพราะว่าการรักษาเช่น การให้คีโม (ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง) และการฉายแสงจะทำให้ผู้ป่วยเบื่ออาหาร แต่เท่าที่ประมวลอาการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความเบื่ออาหาร การบ่นเจ็บปวดตลอดเวลา กลางดึกตื่นขึ้นมาแล้วสะอื้นเป็นระยะๆ อารมณ์หงุดหงิดง่าย ใครพูดไม่เข้าหูเพียงเล็กน้อยก็จะมีอาการโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที เหล่านี้ เป็นอาการที่ญาติและแพทย์ผู้รักษาเริ่มเกิดความสงสัย และสิ่งหนึ่งที่ผมนึกถึงก็คือ อาการซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากภาวะการปรับตัว ปรับจิตใจยอมรับไม่ได้กับความเจ็บป่วยที่รุนแรงมากขึ้น หรือเกิดจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว ซึ่งอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไรได้บ้าง

การเจ็บป่วยและเจ็บปวดเรื้อรังทำให้อารมณ์ของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ หรืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย อารมณ์ที่ซึมเศร้า จากความกังวลและท้อแท้แต่กลัวตาย ก็สามารถทำให้อาการซึมเศร้ายิ่งรุนแรงมากขึ้น

อาการปวดที่ต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ป่วยอย่างแน่นอน และเมื่อสภาวะจิตใจย่ำแย่ อาการปวดก็จะยิ่งถูกขยายสัญญาณให้ปวดมากกว่าที่ผู้ป่วยรายอื่นๆที่เป็นแบบเดียวกันปวดในระดับปกติที่ควรจะเป็นการไม่ทราบว่าตนเองป่วยมากขนาดไหน รู้เพียงแค่เป็นมะเร็งอยู่ในระหว่างการบำบัดรักษาและคาดหวังว่า การบำบัดรักษาจะทำให้ตนเองหายดีมากจนสามารถกลับไปทำงานได้ ทำให้เกิดจากสภาวะของจิตใจที่กำลังสับสนระหว่าง การยอมรับความจริงอันเจ็บปวดและน่ากลัว กับความหวังที่อยากให้หายจากโรคดังกล่าว สภาวะสับสนทางใจดังกล่าวก็จะทำให้ยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นไปอีก ผมว่าข้อนี้สำคัญที่สุด

นอกจากนี้ ในกระบวนการบำบัดรักษาย่อมมีผลข้างเคียงจากการรักษาได้ ซึ่งก็ส่งผลต่อสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้เช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่หนักเท่าความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยโดยตรง

สภาพสิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อสภาวะจิตใจของผู้ป่วยมากเช่นเดียวกัน เช่น ขาดการดูแล ขาดคนเข้าใจที่ดี ก็ยิ่งทำให้อาการทรุดเร็ว หรือญาติและเพื่อน ที่มาเยี่ยมมีท่าทีทุกข์ เศร้ามาก มองผู้ป่วยด้วยสายตาเวทนาราวกับว่าผู้ป่วยคงจะเสียชีวิตในเร็ววันนี้ ก็ยิ่งบั่นทอนกำลังใจขึ้นไปอีก

ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือท่าทีของแพทย์ผู้รักษา ซึ่งจะเป็นสิ่งกำหนดกำลังใจ เส้นทางชะตาชีวิต เพราะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด หากแพทย์ผู้รักษามีท่าทีไม่หนักแน่น สับสนหรือกล้าๆ กลัวๆ ที่จะให้ข้อมูลที่อยู่บนพื้นฐานของความจริงแก่ผู้ป่วย ก็จะทำให้ผู้ป่วยยิ่งสับสนและทุกข์มากขึ้นได้

ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามีญาติๆจำนวนไม่น้อยที่พยายามปรารถนา ดีต่อผู้ป่วยด้วยการช่วยตัดสินใจแทน ผู้ป่วย โดยไม่เคยถามไม่เคยประเมินความรู้สึกผู้ป่วยเลย ว่าในระยะวิกฤติของชีวิตขนาดนี้ ผู้ป่วยกังวลอะไร กลัวอะไรบ้าง ความหมายของชีวิตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ความหมายของชีวิตในอนาคตเป็นอย่างไร ผู้ป่วยเข้าใจความเจ็บป่วยในชีวิตว่าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกผิด รู้สึกโทษตัวเองหรือโทษใครบ้าง สิ่งเหล่านี้ ไม่ค่อยมีการพูดถึงจนกระทั่งผู้ป่วยจากโลกนี้ไปแล้ว แบกความทุกข์ทรมานทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่จนวาระสุดท้ายของชีวิต

สิ่งที่อยากแนะนำให้ท่านที่มีญาติป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายก็คือ อันดับแรก ถามตัวเองว่า ความหมายของความตายในความรู้สึกของคุณคืออะไร รู้สึกอย่างไรกับความตายบ้าง เช่น หวาดกลัว กังวล เศร้า ท้อแท้ เป็นต้น

เมื่อถามตัวเองได้แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง จะทำอย่างไร ต้องการอะไร เมื่อถามตัวเองได้แล้วก็ลองเปรียบเทียบความรู้สึกตนเองกับผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า ว่ารู้สึกเหมือน หรือต่างกันอย่างไร

เมื่อเปรียบเทียบความรู้สึกแล้ว มีช่องทางไหนบ้างที่จะช่วยให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจกัน และเคารพในความเห็นของกันและกัน เมื่อเจอช่องทางแล้ว ก็หาทางร่วมมือกันให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ แต่ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยขอข้อมูลการเจ็บป่วยและพยากรณ์โรค จากแพทย์ผู้รักษา อย่าคิดแทนผู้ป่วย เพราะหลายครั้งการคิดแทนผู้ป่วย การวิตกกังวลแทนผู้ป่วย เกรงว่าผู้ป่วยจะรับไม่ได้ อาจเป็นการไม่ให้เกียรติหรือเคารพในการตัดสินใจที่จะดำเนินชีวิตในบั้นปลายชีวิตของผู้ป่วยเสียอีก

การใช้เวลาในบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่ เป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยได้สะสางเรื่องราวทั้งทางกายภาพและทางด้านจิตใจ เช่น ทำพินัยกรรมส่งมอบทรัพย์สิน หนี้สินที่ต้องเคลียร์ การส่งต่อความรับผิดชอบเดิมที่ผู้ป่วยเคยรับผิดชอบไปให้ผู้อื่น เพื่อลดความกังวลที่จะเกิดขึ้น ส่วนการสะสางเรื่องทางใจก็มีความสำคัญไม่น้อย เช่น เคยโกรธ เคยทุกข์ใจเรื่องใด จะให้อภัยกันอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้จิตสงบได้มากที่สุด หากญาติไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ให้ขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้รักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทีมแพทย์ที่ดูแลทั้งทางฝ่ายกายและฝ่ายจิตมาร่วมมือกันให้ข้อมูลและเยียวยาจิตใจทั้งผู้ป่วยและญาติในระยะสุดท้ายด้วยอยู่แล้ว

เรื่องความเจ็บปวดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องลดความเจ็บปวดทางกายและความเจ็บปวดทางใจไปพร้อมๆกัน

ความตาย อาจจะมิใช่เรื่องสุดท้ายของชีวิต หากแต่การทำให้ชีวิตมีคุณภาพมากที่สุดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยที่อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต รวมถึงญาติของผู้ป่วยเหล่านั้น ได้ปรับความรู้สึกเข้าหากันและเดินในช่องทางแห่งแสงสว่าง เพื่อนำทางไปสู่ความสงบในบั้นปลายของชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ชีวิตหลังความตาย ไม่มีผู้ใดทราบ หากแต่การเตรียมตัวก่อนจากไปด้วยวิถีทางที่ดี เช่น วิถีทางแห่งธรรมะ ย่อมนำทางให้คนที่ไปก่อน ไปรอคนจะตามหลังในอนาคต อย่างสดใสและใจสงบได้ ผมเชื่อว่า วันหนึ่ง ทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องและผู้พันกันในภพหนึ่ง ก็อาจจะได้ไปเจอกันอีกภพหนึ่งได้ จะช้าจะเร็ว นั่นก็ขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ได้ทำร่วมกันมานั่นเอง

หากเราเตรียมตัวเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิตได้เหมาะสม ความทุกข์โศกแบบต้องคร่ำครวญก็จะหมดไป เหลือแต่การยอมรับ ความเข้าใจและความทรงจำที่ดีๆ ในสมัยที่ยังใช้ชีวิตร่วมกัน ย่อมนำมาซึ่งความสุขใจได้ แม้ในยามที่ต้องเกิดการสูญเสียนะครับ.

นายแพทย์ กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล

28 มิ.ย. 2557 10:35 28 มิ.ย. 2557 10:35 ไทยรัฐ