วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะเวลาหาอดีต ถ่ายทอดสดบอลโลก 2513

โดย ซูม

เปเล่ชูถ้วยจูล์ ริเมต์ หลังชนะอิตาลี 4-1 เมื่อ 21 มิ.ย.1970 ภาพนี้คนไทยได้ดูสดทางทีวี.

เมื่อตอนฟุตบอลโลก 2014 เริ่มเตะใหม่ๆ หัวหน้าทีมซอกแซกได้ถือโอกาสขึ้นไทม์แมชชีนเจาะเวลาไปหาอดีต เล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงความเป็นมาของคนไทยกับฟุตบอลโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง

จับความตั้งแต่รุ่นเก่าๆ สมัยที่เปเล่อายุ 17-18 ปี มาโด่งดังมากที่สวีเดน และบราซิลก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครองสำเร็จเป็นครั้งแรก โดยชนะสวีเดนเจ้าภาพ 5-2 ใน ค.ศ.1958 หรือ พ.ศ.2501 ซึ่งในสมัยนั้นคนไทยยังตามห่างๆ เพราะหนังสือพิมพ์ยังไม่ลงข่าวหน้า 1

คนไทยเริ่มมารู้จักบอลโลกมากขึ้นใน ค.ศ.1966 หรือ พ.ศ.2509 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ เพราะหนังสือพิมพ์เริ่มให้รายละเอียดมากขึ้นแม้จะยังนำเสนอข่าวอยู่ในหน้ากีฬาก็ตาม

จนกระทั่งปี ค.ศ.1970 หรือ พ.ศ.2513 นั่นแหละครับที่บอลโลกได้เข้ามาครอบครองจิตใจคนไทยทั้งประเทศ เหตุเพราะ นสพ.ไทยรัฐ กับ นสพ.เดลินิวส์ 2 ยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกันอยู่ในยุคนั้นได้แข่งกันนำข่าวบอลโลกที่เตะกันที่เม็กซิโก มาพาดหัวยักษ์หน้า 1 ส่งผลให้พี่น้องต่างจังหวัดหันมาสนใจฟุตบอลโลกด้วย

ในที่สุดคนไทยก็ได้ดูการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ใน พ.ศ.2513 นั่นเอง ในนัดชิงชนะเลิศระหว่างบราซิลกับอิตาลี โดยชัยชนะเป็นของบราซิล 4-1

เสร็จแล้วทีมงานซอกแซกก็ทิ้งท้ายไว้เป็นทำนองว่านึกไม่ออกว่าช่องใดถ่ายทอดสด แต่จำได้ถึงบรรยากาศที่คนไทยอดตาหลับขับตานอนนั่งดูกันจนถึงตี 3 ตี 4 และหัวหน้าทีมซอกแซกเอง ซึ่งทำงานอยู่ที่ นสพ.พิมพ์ไทย ใน พ.ศ.นั้น ก็ต้องมาอดนอนช่วยเขียนข่าวด้วย

เพื่อให้การเจาะเวลาหาอดีตของเราครบถ้วนสมบูรณ์และใช้อ้างอิงได้ โดยเฉพาะในเรื่องการถ่ายทอดทีวี สัปดาห์นี้ทีมงานซอกแซกขออนุญาตเขียนต่อนะครับ โดยอาศัยข้อมูลจากแฟ้มหนังสือพิมพ์เก่าที่เก็บไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ซึ่งยังเก็บ ไทยรัฐ เดือนมิถุนายน 2513ไว้เป็นอย่างดี

ไทยรัฐเริ่มนำข่าวบอลโลกขึ้นเป็นหัวยักษ์ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม มาจนถึงต้นเดือนมิถุนายน และพาดหัวไปตลอดจนถึง 25-26 มิถุนายน จบการแข่งขันไปแล้ว 3-4 วัน

ขณะเดียวกัน ก็พาดหัวเชียร์บราซิลให้เป็นพระเอกอย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มจากฉบับวันที่ 3 มิถุนายน 2513 ไทยรัฐพาดหัวยักษ์ว่า “บราซิลแย่งซื้อทีวีนับแสนเครื่องไว้ดูฟุตบอลโลก...เปเล่ ทอสเทา ลงสนามวันนี้”

ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน หลังบราซิลชนะนัดแรกก็พาดอีกว่า “บราซิลต้อนเช็คโกยับ 4–1... แจร์ซินโฮยิง 2 ประตู เปเล่ 1”

จากนั้นก็พาดหัวไปเรื่อยๆ สร้างความอยากดูให้คนไทยเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงหัวข่าวสำคัญ ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2513

“ด่วน! ไทยได้ดูฟุต-บอลโลกรอบชิงผ่านดาว-เทียมวันนี้...บราซิลเป็นต่อพิชิตอิตาลี”

ในเนื้อข่าวละเอียด นอกจากการวิจารณ์บอลโลกคู่ชิงแชมป์ ระหว่างบราซิลกับอิตาลี ว่าใครเหนือใคร ใครต่อใคร รวมไปถึงคำทำนายทายทักต่างๆ อย่างเต็มอิ่มแล้ว ยังรายงานเกี่ยวกับการถ่ายทอดทีวีด้วยว่า

“ดร.วิทย์ ศิวศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการของ บริษัทไทยทีวี เปิดเผยว่า จะมีการถ่ายทอดสดทั้งสีและขาวดำให้คนไทยดูทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน ได้แก่ ช่อง 4 ช่อง 11 และช่อง 12 จะเป็นขาวดำ ส่วนช่อง 9 จะถ่ายทอดในระบบ 625 เส้นเป็นระบบสี

ทั้งนี้ไทยจะเป็นชาติเดียวในเอเชียได้ดูการแข่งขันแบบสดๆรวมกับอีก 30 ชาติในยุโรปเพราะบริษัทไทยทีวีได้เซ็นสัญญากับบริษัทเทเล–ซิกมา จะนำออกอากาศเวลาตี 1 วันที่ 22 มิถุนายน 2513 ตรงกับวันที่ 21 มิ.ย.ที่เม็กซิโก เวลาเที่ยงวันโดยก่อนถ่ายสดจะมีการ ฉายภาพยนตร์ ฟุตบอลโลกรอบ 2 และรอบ 3 ให้ดูตั้งแต่หัวค่ำด้วย 3 คู่ เมื่อภาพยนตร์จบก็จะได้เวลาถ่ายทอด

อนึ่ง นายพิชัย วาสนาส่ง รอง ผอ.บริษัทไทยทีวีกล่าวเพิ่มเติมว่าภาพยนตร์ฟุตบอล 3 คู่ได้แก่ คู่อิตาลี-เม็กซิโก บราซิล-อุรุกวัย และอิตาลี-เยอรมัน โดยนายพิชัยได้ย้ำว่าระหว่างแข่งขันจะไม่มีโฆษณาแทรก แต่จะแทรกระหว่างพักครึ่งและเมื่อแข่งจบแล้วเท่านั้น รวมทั้งกล่าวว่าการถ่ายทอดได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข นายศรีภูมิ สุขเนตร จึงขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้”

ต่อมาก็ได้มีการถ่ายทอดสดจนจบการแข่งขันสร้างความฮือฮาแก่คนไทยที่ติดตามชมอย่างล้นหลามและหลังจากนั้นอีก 2 วันไทยรัฐก็รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทไทยทีวีมีกำไรจากถ่ายบอลโลก 4 แสนบาท ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย แม้จะใช้จ่ายสูงมากระหว่างถ่ายทอด แต่เนื่องจากได้นำภาพยนตร์การแข่งขันมาฉายด้วย ทำให้บริษัทห้างร้านมาโฆษณาจำนวนมากจึงมีกำไร

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมซอกแซกนึกไม่ออกแล้วว่าทีวียุคนั้นมีกี่ช่อง และทำไมถึงมีช่อง 11 ช่อง 12 ด้วย แต่เข้าใจว่าช่อง 11 ที่ว่านี้น่าจะไม่ใช่ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง

แต่ที่จำได้แม่นยำว่านั่งดูและนั่งเขียนข่าวอยู่ที่โรงพิมพ์พิมพ์ไทยด้วยนั้นเป็นทีวีขาวดำของช่อง 4 บางขุนพรหม

จากการเปิดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในเดือนเดียวกันอ่านอย่างละเอียดทุกหน้าทำให้ทราบว่าบริษัทไทยทีวีได้เตรียมการซื้อลิขสิทธิ์ไว้ก่อนแล้วและลงประกาศความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้ โดยโฆษณาล้อมกรอบห้ามละเมิดลิขสิทธิ์โดยเด็ดขาด ในไทยรัฐฉบับวันที่ 4 มิถุนายน

ส่วนการตัดสินใจถ่ายทอดสดให้คนไทยดูน่าจะเกิดหลังจากที่หนังสือพิมพ์ทุกฉบับได้ปั่นกระแสฟุตบอลโลกจนคนไทยคลั่งไคล้ไปทั้งประเทศดังกล่าว

สรุปว่าลิขสิทธิ์บอลโลกเมื่อ 44 ปีที่แล้วคงไม่แพงนัก เพราะไทยทีวีบอกว่าค่าใช้จ่ายในการถ่ายทอดทั้งหมด (รวมค่าลิขสิทธิ์ด้วย) ประมาณ 8 แสนบาท แต่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านบาท จึงมีกำไรตั้ง 4 แสนบาท ต่างกับยุคปัจจุบันเพราะมีข่าวว่า กสทช.จ่ายไป 470 กว่าล้านบาท...ซึ่งบริษัทผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จะได้กำไรสักเท่าไร ยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้

แต่น่าจะมากกว่ากำไร 4 แสนบาท ของบริษัทไทยทีวีในยุคโน้นอย่างแน่นอน.

“ซูม”

28 มิ.ย. 2557 09:21 ไทยรัฐ