วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก "รอบแรกก็ผ่านไป"

โดย ป๋อง กพล

หลังจากอดหลับอดนอนคอยเบิ่งตาดูฟุตบอลโลกหนนี้ แบบชนิดที่ว่าหลับบ้างตื่นบ้าง ได้ดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง จนสุดท้ายมันก็จบรอบแรกเสียที ต้องบอกเลยว่ามันช่างเป็นอะไรที่แสนทรมานมากๆ สำหรับคนที่อายุเยอะๆ แบบผม แต่ผมก็ยอมที่จะฝืนร่างกายเพื่อให้ได้ชม และสุดท้ายต้องได้มาด้วยสภาพร่างกายที่ทรุดโทรม คุ้มกันมั้ยนะ ผมละชักไม่แน่ใจจริงๆ

สวัสดีทุกท่านนะครับกลับมาเจอกันเหมือนเช่นเคยกับเรื่องราวที่สนุกสนานในแวดวงกีฬาฟุตบอล กับผมนายป๋องคนเดิม เจ้าเก่าไม่มีสาขาที่ไหน เป็นอย่างไรกันบ้างครับสบายกันดีนะครับกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมหวังว่าคงสบายกันดี เพราะผมละเป็นห่วงทุกคนจริงๆ เลย เรื่องของสุขรูป เฮ้ย!! สุขภาพ เพราะเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะตั้งหน้าตั้งตาดูบอลกันแบบเอาเป็นเอาตายแน่นอน ผมเชื่อได้เลย เอาเป็นว่าอย่าหักโหมกันมากละกันนะครับ ห่วงตัวเองกันด้วย

มาว่ากันถึงเรื่องราวของฟุตบอลกันดีกว่าครับมาถึงตอนนี้ก็จบรอบแรกกันไปเรียบร้อยแล้ว ต้องถือได้เลยว่า มันเป็นอะไรที่น่าจดจำมากๆ เลยทีเดียว เพราะว่าในรอบแรกนี้ มีอะไรให้พูดถึงและจดจำกันอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องราวทั้งในและนอกสนาม แต่สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือการตกรอบของบรรดาทีมเต็งทั้งหลาย ไล่มาตั้งแต่สเปน อิตาลี อังกฤษ และระหว่างที่ผมกำลังนั่งปั่นต้นฉบับอยู่นั้น ในคืนวันพฤหัสบดี ก็จะมีการลงเตะกันอีก 2 กลุ่ม หาอีก 4 ทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งผมก็คงไม่อยากจะได้ยินข่าวที่ว่า โปตุเกสจะตกรอบอีกหรือไม่ ผมก็ไม่อยากคิดนะ แต่เชื่อได้เลยว่าคงไม่น่ารอด เพราะ 2 ทีมที่เจอกันเองนั้น เปรียบประหนึ่งศึกสายเลือดที่สื่อคาดเดาว่าน่าจะจับมือกันเข้ารอบแน่นอน

แต่อันนี้คงไม่ใช่ประเด็นสักเท่าไหร่ว่าใครจะเข้าใครจะตก แต่มาพูดถึงกันถึงเรื่องราวของเหตุการณ์ในรอบแรกกันดีกว่าอย่างที่ทราบๆ กันมาบ้างแล้ว ว่ามีเรื่องราวมากมาย ทั้งกรรมการ นักเตะ กองเชียร์ ยันไปถึงเรื่องของผู้สื่อข่าว อะไรต่อมิอะไร แต่เรื่องที่ต้องถือว่าเป็นประเด็นกันเลย ต้องรีบหยิบยกเอามาพูดถึง ก็คือกรณีของหม่อมเหยินขวัญใจกองเชียร์หงส์แดงเค้าละ ที่เหล่าสาวกหงส์แดงยกให้เค้าคนนี้เป็นพระเจ้า แตะต้องหรือเอ่ยถึงไม่ได้ แต่ผมขอบอกตรงนี้เลยว่า ผมจะพูดถึงและชำแหละพฤติกรรมเรื่องราวของดาวเตะพรสวรรค์สูงคนนี้กันดู ว่าทำไมๆๆ เค้าผู้นี้ ถึงขึ้นชื่อในเรื่องราวของความห่ามและแนวคิดที่มันดูงี่เง่าขนาดนี้ได้

ซัวเรช จอมกัด ฉายาที่ใครหลายคนตั้งให้เค้าตอนนี้ ต้องบอกว่าชายผู้ที่มาจากทีมชาติ อุรุพงษ์ เฮ้ย!! อุรุกวัย เค้ามีชื่อเสียงบันลือลั่นอยู่แล้วกับพฤติกรรมลักษณะแบบนี้ เริ่มต้นจากเมื่อสมัยที่เค้ายังค้าแข้งอยู่ที่ อาแจ๊กซ์ ก็ไปไล่กัดคนอื่นมาแล้ว หรือแม้กระทั่งการไล่เตะไล่ย่ำทำร้ายคู่แข่ง เค้าผู้นี้ก็มีให้เห็น และพอย้ายมาอยู่กับหงส์แดง หลายๆคนมองว่าเค้าน่าจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่หาไม่เลย ชายผู้นี้เค้าก็ไม่เคยลดความห่ามความห้าว หรือพฤติกรรมแบบนี้ลงเลยแม้แต่นิดเดียว หลายฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก เค้าคนนี้มักมีเรื่องราวให้กล่าวขานอยู่ตลอดเวลา ไล่ย่ำไล่เตะ เหยียดผิว กัดคู่แข่ง ก็ยังมีให้เห็นอยู่ จนโดนแบนแล้วแบนอีก แต่เค้าผู้นี้ ก็หาที่จะหยุดพฤติกรรมแบบนี้ไม่

จนในที่สุดเรื่องราวความห่ามของเค้าก็มาเกิดขึ้นอีกครั้งในนัดที่ทีมของพวกเค้าไล่เตะจนทำให้อิตาลีตกรอบไปอย่างเจ็บใจ ถ้าคุณได้ชมเกมการถ่ายทอดสด คุณก็จะได้เห็นเลยว่า จังหวะนั้นแทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ เป็นแค่จังหวะเบียดบังบอลกันธรรมดาๆเท่านั้นเอง แต่ไม่รู้เลยว่าทำไมเจ้าเหยิน มันถึงโมโหได้ขนาดนั้น ดูเหมือนอากาศมันคงจะร้อนมากหรือป่าว เลยหงุดหงิด คิดว่าไหล่ของคู่แข่งเป็นเนื้อชิ้นอร่อย จึงค่อยๆบรรจงกัดลงไปชนิดที่ว่าจมเขี้ยว (แฟนหงส์ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ต้องคิดเลยว่าจมที่ไหนแค่ถากๆ แน่นอน) แต่กรรมการไม่เห็น จนเกือบมีเรื่อง เพราะจอร์โจ คิเอลลินี ก็ฉุนขาดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองโดนกัด แต่กรรมการกับไม่เหลียวแล เพราะเค้าคงคิดว่ากรรมการจะรู้หรือไม่ว่าพิษบาดแผลที่เกิดจากการกัดอาจทำให้เค้าติดเชื้อหมาบ้าก็ได้ แต่ยังไงละครับ กรรมการก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นปล่อยไป

แต่ดูเหมือนว่าฟ้าจะมีตานะครับ ในเมื่อคนทั้งโลกเค้ามองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีหรือเจ้าของการจัดการแข่งขันอย่างฟีฟ่าหรือจะอยู่เฉยได้ ในที่สุดพวกเค้าก็มีการจัดการประชุมอย่างเร่งด่วน ชนิดที่ว่ารวดเร็วทันใจ จนแฟนหงส์หลายคนออกมาตั้งคำถามโพสต์ข้อความเชิงตั้งแง่ว่ามุมกล้องที่ได้เห็นนั้นมันมีแค่มุมเดียวเจ้าเหยินอาจจะแค่เอาปากไปปาดเหงื่อก็เป็นได้ พลันเหมือนทางฟีฟ่าจะรู้แกว ก็เลยบอกว่ามุมกล้องตูมีเยอะไม่ต้องมาเถียง กัดก็คือกัดเข้าใจมั้ย จะให้ตูบอกว่ายังไงในเมื่อตูเห็นว่ากัด จนสุดท้ายมติในที่ประชุมก็ออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์โดยให้ซัวเรซชนะไป 5-0 คะแนนโดยได้รับรางวัลเป็นโทษการห้ามลงเล่นในเกมระดับนานชาติ 9 นัด ห้ามยุ่งเกี่ยวและเข้าสนามบอล 4 เดือน พร้อมกับการโดนปรับเป็นเงินก้อนโต

จนเจ้าเหยินและอุรุกวัยต้องออกมาโวยวายทันทีเลยว่าฟีฟ่ากำลังจะทำให้ทีมของฉันตกรอบในฟุตบอลโลกหนนี้ เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเพราะพวกเค้าเคยมาคว้าแชมป์ที่นี่มาแล้วก็เลยรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม โดยออกกฎลงโทษที่ดูรุนแรงเกินกว่าที่พวกเค้าจะรับได้ ถ้าทำกันขนาดนี้ จับพวกเค้าตกรอบไปเลยดีกว่า ก็ว่ากันไปนะครับ อย่างว่าคนเสียผลประโยชน์ก็ต้องออกมาโวยวายเป็นธรรมดาละครับ แต่ผมต้องบอกเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันสมควรแล้วครับ เพราะอย่าลืมนะครับว่าเกมส์กีฬามีกฎระเบียบที่ต้องคอยควบคุมในเมื่อตัวคุณเองแหกกฎก็ต้องโดนทำโทษ เพราอย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของซัวเรซนะครับ นับกันดูให้ดีๆ ว่ามันกี่ครั้งแล้ว

ลองนึกดูซิขนาดตำนานหงส์แดงยังออกมาสนับสนุนเลยว่าพฤติกรรมของเค้าคนนี้มันทำให้ชื่อเสียงของสโมสรเสื่อมเสีย เพราะฉะนั้นสโมสรควรคิดดูให้ดีว่ายังจะเก็บนักเตะคนนี้ไว้หรือไม่ เพราะถ้าเก็บไว้ก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นแน่นอนแถมตอนนี้มีหลายทีมให้ความสนใจอีกด้วยก็ควรรีบๆ ขายออกไปเถอะ (อันนี้ผมพูดเองนะ อิอิ)

เอาเป็นว่าเรามาจับตามองดูกันนะครับว่า สุดท้ายแล้วทางฟีฟ่าจะมีการลดโทษของชายจอมกัดนี้หรือไม่ ก็คอยติดตามดูให้ดี ส่วนผมลาไปก่อนดีกว่าสำหรับวันนี้ ทิ้งท้ายไว้นิดเดียวครับก่อนลา ผมแค่มีความรู้สึกว่า เจ้าภาพจะตกรอบยังไงก็ไม่รู้เอาเป็นว่ารอติดตามดูนะครับว่าจะจริงหรือไม่วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

ป๋อง กพล

หลังจากอดหลับอดนอนคอยเบิ่งตาดูฟุตบอลโลกหนนี้ แบบชนิดที่ว่าหลับบ้างตื่นบ้าง ได้ดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง จนสุดท้ายมันก็จบรอบแรกเสียที ต้องบอกเลยว่ามันช่างเป็นอะไรที่แสนทรมานมากๆ ... 27 มิ.ย. 2557 22:49 ไทยรัฐ