วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมคิด' ระบุไทยเริ่มเห็นแสงสว่าง คาดจีดีพีปีนี้โตทะลุ 2%

"สมคิด" ระบุไทยเริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้น จากดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคล่าสุด สูงในรอบ 14 เดือน นักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุน คาด ศก.ไทยครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีขึ้น เชื่อปีนี้โตมากกว่า 2%...

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้านต่างประเทศ กล่าวในงานสัมมนา "บริบทใหม่เศรษฐกิจไทยก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน" ว่า ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง โดยขณะนี้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ชัดเจนขึ้น เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีการประกาศออกมาสูงสุดในรอบ 14 เดือน และความเชื่อมั่นธุรกิจในเอเชียสูงสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมามากขึ้น นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แม้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกจะปรับตัวลดลง แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังนี้จะฟื้นตัวดีขึ้น

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 1.5% มองว่ายังมีอีกหลายช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะจัดตั้งขึ้นมามีคุณภาพ สามารถสร้างความเชื่อมั่น และมีการผลักดันนโยบายที่สนับสนุนตั้งแต่ระดับภาครากหญ้า ภาคการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว และพยายามขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะสามารถขยายตัวได้มากกว่า 2% และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศมีการเติบโตไปได้ในอนาคต แต่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เพียงแต่จะเน้นไปที่การเติบโตทางจีดีพีเท่านั้น

สำหรับแนวนโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนนั้น ต้องประกอบด้วย

1. ต้องมีบริบทใหม่ที่เน้นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรากฐานของระบบการศึกษาว่าควรจะทำอย่างไรให้มีระบบที่ดีขึ้น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีสวัสดิการที่ดีขึ้น และทำอย่างไรให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น 2. ภาคเอกชนควรมีการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถในการผลิตและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 3. ภาคเอกชนต้องมีการปรับตัวรับมือกับการแข่งขันรูปแบบใหม่ เช่น รูปแบบการขายที่มีหลากหลายช่องทาง และ 4. เน้นความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ โปร่งใส และศีลธรรมจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยสิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ โดยไม่ต้องรอ คสช.ซึ่งบริบทใหม่ที่มีความเข้มแข็ง จะเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วโลก