วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เตือนแชร์-แคปหน้าจอ แฉไลน์นักข่าวสุดแซ่บ อาจถูกฟ้องได้

นักวิชาการด้านกฎหมาย เตือนชาวโซเชียลผู้รักกระทู้เรื่องดราม่า อาจถูกฟ้องดำเนินคดีจาก พ.ร.บ.คอมฯ ได้ เนื่องจากถือว่าเป็นการทำความผิดตาม มาตรา 14 หากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือถ้าจริงอาจถูกฟ้องอาญาฐานหมิ่นประมาท...

จากกรณีที่ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปคนหนึ่งได้ตั้งกระทู้ชื่อ "เมื่อแฟนผมนัดเล่นชู้กับนักข่าวใน Line" จนเป็นที่ฮือฮาในเครือข่ายสังคมออนไลน์ และมีการตามหาต้นตอ รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ คาดเดาว่า บุคคลในบทสนทนาดังกล่าวเป็นใคร โดยต่อมาเว็บไซต์พันทิปได้ลบภาพกระทู้ดังกล่าวออกไป แต่ว่ามีผู้ที่เซฟภาพดังกล่าวเอาไว้ และนำมาโพสต์ส่งต่อกันทางเฟซบุ๊ก รวมทั้งเว็บไซต์ที่อื่นๆ นั้น ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางอินเทอร์เน็ตถึงเรื่องดังกล่าว ว่าผู้ที่โพสต์ภาพ ส่งต่อ หรือแชร์กระทู้จะกระทำผิด หรือเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหรือไม่ 

นายจอมพล พิทักษ์สันตโยธิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรณีการแคปเจอร์หน้าจอการสนทนาจากแอพพลิเคชั่น ไลน์ แล้วนำไปโพสต์บนเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ต่างๆ หากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย หรือไม่เป็นความจริง อย่างกรณี ไลน์ของคนที่อ้างว่าเป็นนักข่าวกับสตรีท่านหนึ่ง ผู้ที่โพสต์ภาพในกระทู้บนเว็บไซต์กระดานข่าวแห่งหนึ่ง หรือส่งต่อทางเฟซบุ๊ก ก็จะเข้าข่ายกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) "ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต กล่าวต่อว่า แต่ถ้าหากมีการโพสต์ภาพของบทสนทนา แล้วมีข้อความกล่าวหา ยกตัวอย่างเช่น มีการโพสต์ข้อความของบุคคล 2 คน ระบุว่า อาหารเครือ ก.ไม่สะอาดกินแล้วท้องร่วง ให้เลิกกินอาหารของเครือ ก.แล้วมีการแคปบทสนทนาดังกล่าว มาโพสต์บนเฟซบุ๊ก ต่อมาคนในโลกโซเชียลเกิดตื่นตระหนก ไม่กล้ากินอาหารเครือ ก.อีก ตรงนี้จะไปเกี่ยวกับความผิดในมาตรา 14 วรรค 2 ส่วนของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปลอม ทำให้ก่อความตื่นตระหนกได้ ทั้ง 2 ความผิดนี้ไม่สามารถยอมความได้ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนคนที่เห็นกระทู้ หรือเห็นภาพแล้วมีการส่งภาพต่อๆ กัน ทั้งการโพสต์ต่อบนเว็บไซต์ต่างๆ หรือแชร์ต่อไปเรื่อยๆ บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หากว่าเรื่องที่โพสต์นั้นเป็นเรื่องจริง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ โดยจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14(5) "เผยแพร่ หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยุ่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวงเล็บ1 วงเล็บ 2" แต่ในส่วนนี้จะมีกระบวนการที่ยุ่งยาก เพราะต้องพิสูจน์ความผิดในชั้นศาล หากผิดจริงก็ต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้ทำผิดมาตรา 14

นายจอมพล กล่าวอีกว่า แต่ในส่วนคนที่โพสต์รูป หรือข้อความนี้ อาจโดนฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา มาตรา 326 เพิ่มเติมด้วย แต่ตรงนี้จะสามารถยอมความกันได้ ส่วนคนที่ส่งต่อแชร์รูปต่อ ก็อาจจะโดนความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามมาตรา 328 หากมีการพิสูจน์แล้วว่าเรื่องดังกล่าวที่โพสต์กันนั้นไม่เป็นความจริง แม้ข้อหานี้ยังยอมความกันได้ แต่ก็อาจจะไปเข้าข่ายสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 วรรค 1 อีก โดยความผิด พ.ร.บ.คอมฯ ไม่สามารถยอมความกันได้อีกเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ก็เห็นได้ว่าการส่งต่อ หรือโพสต์ข้อความล้วนมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จึงอยากให้ประชาชน และผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทุกคนเสพข่าวสารอย่างมีสติ หากเห็นคนโพสต์ข้อความ หรือรูปภาพที่เราไม่แน่ใจในเจตนา หรือข้อเท็จจริง ไม่ควรส่งต่อ โพสต์ซ้ำ หรือเอาไปส่งทางอีเมล์ แม้จะไม่ได้ถูกฟ้องร้องโดยตรง แต่ก็ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากได้มา หรือมีคนส่งมาให้ ก็นิ่งเฉยเสียไม่ต้องสนใจ หรือได้มาก็อ่านแล้วลบทิ้งไปจะเป็นการดีที่สุด.

นักวิชาการด้านกฎหมาย เตือนชาวโซเชียลผู้รักกระทู้เรื่องดราม่า อาจถูกฟ้องดำเนินคดีจาก พ.ร.บ.คอมฯ ได้ เนื่องจากถือว่าเป็นการทำความผิดตาม มาตรา 14 หากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือถ้าจริงอาจถูกฟ้องอาญาฐานหมิ่นประมาท... 27 มิ.ย. 2557 18:43 27 มิ.ย. 2557 20:23 ไทยรัฐ