วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานเขมรโวยถูกโกงค่าแรง-นายจ้างยันแค่เข้าใจผิด

แรงงานเขมรทำงานอยู่ที่ภูเก็ต โวยถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรง-เรียกเงินค่าไถ่ตัว จนท.จึงไปพาคู่กรณีมาสอบถาม เจ้าของร้านยันไม่ได้โกง แต่น่าจะเป็นการสื่อภาษาที่ไม่ตรงกันมากกว่า

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. พ.ท.นุกูล ดำสุวรรณ์ หน.ฉก.ผบ.มทบ.41 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต นายประพันธ์ ขันพระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าตรวจสอบภายในร้านลายเสื้อ เลขที่ 41/3 ถ.มนตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต

ทั้งนี้ ได้มีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แจ้งว่ามีญาติพี่น้องที่เป็นชาวกัมพูชามาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ร้านดังกล่าว แล้วไม่ได้รับค่าจ้างตามที่มีการตกลงกันไว้ วันละ 700-900 บาท แต่ได้จริงเพียง 90 บาท และมีความประสงค์ต้องการจะกลับประเทศ แต่อาจถูกนายจ้างกักขัง โดยได้โทรศัพท์ไปบอกญาติด้วยว่า ถ้าต้องการกลับประเทศหรือไม่ทำงานที่ร้านแล้ว จะต้องหาเงินมาไถ่ตัว

จากการตรวจสอบร้านดังกล่าวเป็นร้านรับปัก-สกรีนเสื้อและออกแบบเครื่องหมายต่างๆ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 1 คูหา 2 ชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต ภายในร้านพบแรงงานชาวกัมพูชาชายหญิงจำนวน 4 คน นั่งสกรีนและปักเสื้อ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ต่างมีสีหน้าที่สดชื่นขึ้นทันที จากนั้นได้นำตัวไปสอบสวนที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเชิญนางภาษิตา สร้างสกุล อายุ 52 ปี เจ้าของร้าน ไปให้ข้อเท็จจริงด้วย

เบื้องต้น นางภาษิตา กล่าวว่า ได้นำแรงงานดังกล่าวมาจาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยบางส่วนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่ทั้งหมดยินยอมที่จะมาทำงานที่ร้านโดยตกลงอัตราจ้างอยู่ที่การปักเสื้อตัวละ 90 บาท แต่แรงงานทั้งหมดเป็นแรงงานที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการปักเสื้อ แต่ละวันจึงสามารถปักเสื้อได้เพียง 1 ตัว จึงได้ค่าจ้างหรือค่าแรงเพียง 90 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าแรงงานสามารถปักเสื้อได้วันละ 10 ตัว ก็จะได้ค่าจ้างถึงวันละ 900 บาทจริงตามที่ตกลงกัน จึงคาดว่าอาจเป็นการเข้าใจกันผิดและเป็นการสื่อสารภาษาที่ไม่เข้าใจกันมากกว่า

ส่วนกรณีที่แรงงานต่างด้าวทั้งหมดอ้างว่า ต้องการกลับประเทศ แต่นายจ้างไม่ยินยอม ถ้าจะกลับต้องหาเงินมาไถ่ตัวนั้น เรื่องนี้ นางภาษิตา อธิบายว่า เนื่องจากก่อนที่แรงงานทั้งหมดจะมาทำงานที่ร้าน ได้มีการจ่ายค่าแรงไปล่วงหน้าเป็นเงิน 8,000 บาท ดังนั้น ถ้าไม่ทำงานที่ร้านต่อก็ต้องหาเงินมาคืน ไม่ใช่ค่าไถ่ตัวตามที่แรงงานเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นนี้ อาจเป็นการเข้าใจผิดหรือสื่อสารไม่เข้าใจกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างชาวต่างชาติ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ทั้งสองฝ่ายไปพูดคุยตกลงกันว่าจะจ้างต่อหรือเลิกจ้าง ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป.

แรงงานเขมรทำงานอยู่ที่ภูเก็ต โวยถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรง-เรียกเงินค่าไถ่ตัว จนท.จึงไปพาคู่กรณีมาสอบถาม เจ้าของร้านยันไม่ได้โกง แต่น่าจะเป็นการสื่อภาษาที่ไม่ตรงกันมากกว่า 27 มิ.ย. 2557 18:01 ไทยรัฐ