วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘มิ้นต์-ชาลิดา’รับปัญหาคือ“บทเรียนชีวิต” ผกก.‘เหมียว’เคลียร์ปมเค้าไม่ใช่คู่แข่ง

จากกรณี “ไลน์พิฆาต” จนกลายเป็นประเด็นฮอต!! ทำให้ผู้ใหญ่ ต้นสังกัดทั้งสองฝ่ายออกโรง “หย่าศึก” โดยการเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ “ทีมข่าวบันเทิง” ถือโอกาสเปิดใจ มิ้นต์–ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง กับ พี่เหมียว–ณัฐฐา ปานเครือ ผู้จัดการส่วนตัว กับปมปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งงานนี้ สาว มิ้นต์ แจงอยากให้ทุกอย่างจบ!! รับว่าเป็น “บทเรียนชีวิต”หนักหนา ที่สุดแล้ว ส่วนประเด็นปมขัดแย้ง “ผู้จัดการกับผู้จัดการ” นั้น พี่เหมียว คอมเฟิร์ม...ม อีกฝ่ายเป็นคู่แข่งทางธุรกิจใน “คนดังนั่งคุย”

ความรู้สึกของมิ้นต์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

“สบายใจขึ้นเยอะเลย จากช่วงแรกๆเครียดมาก แล้วอาทิตย์นั้นมิ้นต์มีสอบเลยต้องโฟกัสเรื่องสอบให้เสร็จ แต่ก็มีแอบคิดบ้าง ก็เครียดจนกินข้าวไม่ลง นอนๆก็สะดุ้งตื่นกลางดึก มีคนคอยส่งข่าวมาให้ตลอด จริงๆมิ้นต์ปิดตัวเองไม่ค่อยอ่านคอมเมนต์ ก็อยากตื่นมาข่าวหายไปเพราะไม่เคยเจอเรื่องที่หนักหนาขนาดนั้นจนถึงขั้นขึ้นกระทู้พันทิปแนะนำต่อ รู้สึกเป็นสิ่งที่เราไม่ได้รู้สึกดี เรารู้สึกนอยด์กับตัวเองมาก” ได้กำลังใจจากคุณแม่ยังไงบ้าง “มิ้นต์ว่าแม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นมากกว่า ต่างคนต่างเป็นห่วงกันเพราะแม่รู้มิ้นต์เป็นคนกลาง ต่างคนห่างกัน ที่บ้านมิ้นต์ค่อนข้างซีเรียสเรื่องข่าวต่างๆนานาอยู่แล้ว” หลังเกิดเรื่องราวมิ้นต์ร้องไห้กี่รอบ “ไม่ถึงกับร้องไห้แต่มันเจ็บนะ มันอยู่ตรงนี้ (มือวางทาบที่อก) มันจุกในนี้ ตอนแรกที่รู้ว่าไลน์หลุด มิ้นต์ไม่กล้าบอกแม่เลยจนแม่ได้เห็น ตอนที่มีพี่นักข่าวโทร.มา มิ้นต์ก็บอกแม่ใจเย็นๆนะ ตั้งสติก่อนค่อยๆบอกว่าเกิดอะไรขึ้น”

ปัญหาอะไรทำให้เกิดเป็นเรื่อง

“ทีแรกมิ้นต์ไม่เชื่อว่าจะเป็นเค้าเขียนเองด้วยซ้ำ เพราะบางครั้งเจอกันยังคุยดีอยู่เลย ถ้าเป็นเรื่องผู้จัดการส่วนตัว เราเคยคุยกันแล้วว่าปัญหาผู้ใหญ่เราไม่ยุ่งนะ ช่องได้เรียกให้เราปรับความเข้าใจกันแล้ว เพราะต้องทำงานร่วมงานกันต่อไป” เจอปัญหาขนาดนี้มิ้นต์อยู่ได้ยังไง “ก็มิ้นต์คิดว่า อย่างน้อยมันหลุด เราก็ต้องเดินต่อไปไม่ใช่มาถดถอย มิ้นต์ไม่ได้มีความคิดอย่างนั้น มิ้นต์คิวว่าเราจะแก้ปัญหายังไงมากกว่า ดีที่สุดคือการหันหน้ามาคุยกัน” ก่อนหน้านี้มิ้นต์เลยตัดสินใจที่จะเงียบไม่แถลงข่าว “คือช่องขอเอาไว้ด้วยให้เข้ามาคุยกันก่อน ไม่อยากให้เป็นข่าวว่าคนนั้นออกมาพูดแล้วโจมตีกันไปกันมาจนกลายเป็นเรื่องที่ยืดยาว หากให้มิ้นต์พูดตอนนั้นเราอาจจะพรั่งพรู เพราะเรายังไม่นิ่งพอ ผู้ใหญ่พูดถูกแล้วว่า ไม่อยากให้พูดแล้วเป็นปัญหา ให้มาตีกันโดยไม่รู้จุดหมายปลายเหตุเกิดจากอะไร โชคดีได้คุยกันก่อนปัญหาคืออะไร”

หลังจากที่ได้คุยสรุปยังไง

“มีทั้งที่ลงตัวและไม่ลงตัวอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ต้องทำงานกันต่อไป ความสัมพันธ์เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม” ความสัมพันธ์ยังสนิทใจเหมือนเดิมมั้ย “มันต้องใช้เวลา ถ้าเค้ารู้สึกผิดจริงๆจากใจ มันกลับมาเร็วได้อยู่แล้ว อยู่ที่ความจริงใจมากกว่า ต้องใช้เวลา” คำที่ฝ่ายโน้นถามเราอิจฉาเค้ามากเหรอ ได้ถามมั้ยเรื่องอะไร “หนูไม่เข้าใจความหมายตรงนี้ ก็ย้อนถามกลับไปทำไมจะต้องอิจฉา อิจฉาเรื่องอะไร” คำถามนี้มีพูดคุยในห้องประชุมมั้ย “ไม่มีค่ะ ที่คุยกันมีหลายประเด็น บางอย่างถามไปไม่มีคำตอบ เราก็ผ่านไปเหอะ ให้จบๆกันไป”


มิ้นต์เจ็บปวดกับเหตุการณ์นี้ขนาดไหน

“ค่อนข้างที่จะเจ็บค่ะ แต่พอคุยกันมันก็โอเคขึ้นนะ ก่อนหน้ามันเครียดมากแต่ต้องเดินหน้าต่อไป แล้วที่บ้านเป็นคนค่อนข้างใจร้อนกัน เราก็เลยต้องเข้มแข็งกว่าทุกคน ได้แต่ปลอบใจตัวเอง ไม่เป็นไรหรอกต้องผ่านไปให้ได้ (ยิ้ม)” เพราะไม่พูดจนถูกโจมตีหนักหนารู้สึกยังไงบ้าง “จริงๆ อยากออกมาพูดตั้งนานแล้ว เราไม่ได้อยากปิดเป็นอาทิตย์ มันก็อึดอัดใจ แต่มิ้นต์คิดว่ามันดีกว่าหลายอย่าง การที่คนพูดอะไรเราห้ามไม่ได้แต่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มิ้นต์เสียใจคือทำให้แม่โดนด่า เราไม่สามารถปกป้องแม่ได้ ถามว่าอารมณ์นั้นโกรธมั้ย หนูด่ากลับไปจริง หนูไม่ได้คิดที่จะปกปิดอะไร แต่สิ่งใดที่เราพูดอะไรยอมรับในสิ่งที่เราทำ ทำให้เรารู้ว่าก่อนทำอะไรต้อง ตั้งสติให้มาก”

ตอนนี้สำหรับมิ้นต์ยังมองโลกสวยอยู่มั้ย

“โลกอาจจะไม่ได้สวยแล้ว (หัวเราะ) จริงๆปัญหาเราก็ต้องเจอแหละ มิ้นต์มองว่าเดี๋ยวก็ผ่านไป มิ้นต์อยากให้มองงานคืองาน อยากให้ร่วมงานกันได้ตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่างานจ๊อบไหน อีเวนต์ หนังสือ โฆษณา” เห็นว่าพอเกิดเรื่องราวพากันไปทำบุญ “เรื่องไปทำบุญเราไปกันปกติอยู่แล้วทุกอาทิตย์ แต่เกิดเรื่องยังไม่ได้ไปทันทีหรอกเพราะรุ่งขึ้นมิ้นต์มีสอบก็ไปสอบก่อน (หัวเราะ)” ตอนทำบุญได้อธิษฐานอะไรเป็นพิเศษมั้ย “มิ้นต์ก็ขอให้เรื่องราวทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ (ยิ้ม)” กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นถือว่าปัญหาใหญ่ที่สุดใช่มั้ย “ใช่ค่ะ ตั้งแต่มิ้นต์เกิดมา 20 ปี ก็เป็นเรื่องแรก” ปีชงด้วยหรือเปล่า “ค่ะ ปีนี้ชงด้วย แต่ไม่ได้นึกถึงว่าชงจะมาเจอปัญหาอะไรแบบนี้ อาจจะเป็นจังหวะชีวิตที่เจอ ก่อนหน้านี้มิ้นต์ก็ไหว้แก้ปีชงแล้วแต่ก็ยังพลาดมีเรื่องจนได้” สิ่งที่เกิดขึ้นให้บทเรียนอะไรกับมิ้นต์ “บทเรียนชีวิตค่ะ เป็นบทเรียนที่หนักทำให้เราคิดว่าเราจะทำอะไรจะต้องไตร่ตรองกับมัน มันทำให้เรารู้ว่าต้องมีสติมากขึ้น มีเท่านี้ไม่พอ นิ่งเท่านี้ยังไม่พอต้องนิ่งมากกว่านี้ (ยิ้ม)”

พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หนุ่มภูผา ณ โบนันซ่า เค้าให้กำลังใจเรายังไงบ้าง

“ทุกคนให้กำลังดี หลายฝ่ายพี่ๆ พี่เกรท พี่แมท มากันเยอะ” แหม่ๆตอบไม่ตรงคำถามนะ อิอิ งานวันนั้นภูผาส่งแต่ดอกไม้มาแต่ตัวไม่มารู้สึกเสียดายเปล่า “ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้ดอกไม้ก็ดีใจแล้ว (ยิ้ม)” ส่วนประเด็นปมปัญหาเกิดจากความขัดแย้งระหว่างผู้จัดการกับผู้จัดการเรื่องไฟต์งานโฆษณากันเอง ซึ่งเรื่องนี้พี่เหมียว ผู้จัดการส่วนตัวของมิ้นต์ ผู้ถูกพาดพิงชี้แจงว่า “การทำงานของพี่ หน้าที่พี่กับน้องมิ้นต์ ดูแลหางาน เสื้อผ้า หน้าผม อย่างการหาพรีเซ็นเตอร์ อย่างน้องเค้า (หมาก-ปริญ) ก็เคยคุ้นเคยกันมาก่อน พี่บอกเลยเค้าก็ไม่ใช่คู่แข่งของพี่เลยนะ งานที่ได้มาส่วนใหญ่มาจากลูกค้าที่เค้าเมตตาเรา” มีการแย่งงานโฆษณาเกิดขึ้นจริงๆมั้ย “ตัวไหนค่ะ ช่วยระบุให้พี่ด้วย ส่วนสินค้าตัวนึงก็เข้าใจกันผิดกันไปเอง น้องมิ้นต์เป็นพรีเซ็นเตอร์โคลสอัพไวท์นาว สีฟ้า ส่วนของเค้าเป็นตัวสีเขียว ลูกค้าไม่ได้มีโปรดักต์ชิ้นเดียว บอกได้เลยเค้าไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจกับพี่เลย แล้วเราเป็นผู้ใหญ่ แล้วเราจะทะเลาะกันแบบนี้ เราไม่เอาตัวเราไปแลกอะไรแบบนี้ แต่ประเด็นที่เป็นข่าวมันไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่แต่มีการโยงพี่เข้าไป ช่วงที่เกิดเรื่องพี่กับมิ้นต์เลือกที่จะเงียบ รอจนกว่ามีโอกาสได้เคลียร์กับเค้าก่อน การที่เราไม่พูดไม่ได้หมายความเราไม่รู้สึกอะไร พี่โดนด่าเยอะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ”.

ทีมข่าวบันเทิง

จากกรณี “ไลน์พิฆาต” จนกลายเป็นประเด็นฮอต!! ทำให้ผู้ใหญ่ ต้นสังกัดทั้งสองฝ่ายออกโรง “หย่าศึก” โดยการเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ “ทีมข่าวบันเทิง” ถือโอกาสเปิดใจ มิ้นต์–ชาลิดา... 27 มิ.ย. 2557 14:02