วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คามูคามู" ให้วิตามินซีสูง..เพื่อสุขภาพผิวสวยใส

โดย

ปัจจุบันกระแสคนรักสุขภาพทั่วโลกนิยมหันกลับไปใช้วิธีธรรมชาติในการดูแล ส่งเสริม ป้องกันและรักษาโรคโดยไม่พึ่งยาและเคมีวัตถุมากขึ้น ซึ่งแม้แต่ในวงการแพทย์เองก็ยอมรับว่า วิธีการดังกล่าวเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง ทั้งยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพมากมายที่ยืนยันว่า การรับประทานอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วยต่างๆได้

ผัก ผลไม้ เป็นหนึ่งในกลุ่มประเภทอาหารที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในวงกว้างว่า เป็นกลุ่มอาหารที่ช่วยทำให้คนเรามีสุขภาพดีได้หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม หลากหลาย เพราะนอกจากผัก และ
ผลไม้ จะเป็นแหล่งรวมของสารอาหารจำพวกวิตามิน เกลือแร่และเส้นใยอาหารแล้ว ยังมีสารพฤกษเคมีหรือที่เรียกว่าไฟโตเคมิคอลส์ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมและป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังได้หลายโรค โดยเฉพาะโรคที่มีผลมาจากอิทธิพลของอนุมูลอิสระ ที่ถือว่าเป็นศัตรูร้ายของปัญหาสุขภาพรวมถึงผิวพรรณที่เป็นเสมือนจอฉายขนาดใหญ่ที่ทำให้เห็นริ้วรอยของความแก่และความเสื่อมก่อนสิ่งอื่นๆ

และอะไรที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่ส่วนหนึ่งถูกผลิตขึ้นภายในร่างกายและอีกส่วนหนึ่งได้มาจากสิ่งแวดล้อม เช่น สารจากมลพิษ ควันบุหรี่ แสงแดด ความเครียด รวมถึงช่วยชะลอความเสื่อม ไม่ให้ปรากฏทางผิวพรรณได้...

มีผลการศึกษาวิจัยจำนวนมากที่พบว่า แม้ร่างกายจะมีระบบในการขจัดอนุมูลอิสระส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็จำเป็นที่จะต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหาร เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน รวมถึง สารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ซีลีเนียม ที่จะเข้ามามีบทบาทช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลายและอาจป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆมากมายที่เกิดจากอิทธิพลของอนุมูลอิสระซึ่งเข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อมก่อนวัย ที่อาจจะปรากฏให้เห็นทั้งทางริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิว การเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด รวมทั้งมะเร็งบางชนิดด้วย

นอกจากพรุน บลูเบอร์รี่ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย จะได้รับการยืนยันว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอันดับต้นๆแล้ว ปัจจุบันยังมีการพูดถึงผลไม้อีกประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ คามูคามู ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดผลไม้ที่เป็นแหล่งของวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด

คามูคามูเป็นผลไม้ที่มีแหล่งกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ลักษณะของผลสุกจะมีสีม่วงแดงเข้ม รสเปรี้ยว นักวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกให้ความสนใจกับผลไม้ชนิดนี้มากเป็นพิเศษ หลังพบว่า นอกจากคามูคามูจะให้กรดอะมิโน วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส มีสารในกลุ่มโพลีฟีนอลและแคโรทีนอยด์ จำพวก ลูทีน ซีแซนทีน และเบต้าแคโรทีนสูงแล้ว ยังมีผลการวิจัยยืนยันว่า ผลไม้ชนิดนี้ให้วิตามินซีสูงที่สุด ถึง 2,400-3,000 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณของวิตามินซีในส้มถึงประมาณ 60 เท่า และมากกว่าประมาณ 58 เท่าของปริมาณวิตามินซีในมะนาว และเมื่อเทียบกับอะเซโรลา เชอร์รี่ ผลไม้ที่รู้จักกันดีว่าให้วิตามินซีสูง ก็พบว่ามีวิตามินซีน้อยกว่าคามูคามู ถึง 1,043-1,643 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม

ส่วนผลในเชิงสุขภาพ มีการศึกษาพบว่า คามูคามูมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ โดยศึกษาในกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 100 คน สุ่มให้ดื่มน้ำผลคามูคามู 100% เทียบกับการรับประทานวิตามินซีอัดเม็ด ซึ่งให้ปริมาณวิตามินซีเท่ากันคือ 1,050 มก. ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน พบว่า กลุ่มที่ดื่มน้ำผลคามูคามูมีระดับตัวชี้วัดของภาวะการเกิดออกซิเดชั่นและภาวะการอักเสบลดลง ในขณะที่กลุ่มซึ่งได้รับวิตามินซีอัดเม็ดไม่ให้ผลดังกล่าว

นอกเหนือจากวิตามินซีแล้ว คามูคามูยังให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น แอนโธไซยานิน แคโรทีนอยด์ ที่ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพ รวมถึงโพแทสเซียมที่ช่วยในการดูดซึมวิตามินซีให้ดีขึ้นอีกด้วย

มีการศึกษาในห้องทดลองถึงผลในการต้านอนุมูลอิสระของผลไม้พื้นเมืองบราซิล จำนวน 16 ชนิด พบว่า ผลคามูคามูให้ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงสุด มีปริมาณของสารกลุ่มฟีนอลลิกและเอลลาจิกแอซิดสูง ที่นอกจากจะช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้วยังช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนในชั้นโครงสร้างผิวและปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย ช่วยต่อต้านริ้วรอยช่วยให้ผิวพรรณสวยใส จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันจะมีการต่อยอดผลการวิจัยโดยการนำผลไม้คามู คามู มาสกัดเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมไปถึงใช้ในเครื่องสำอางบำรุงผิว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่งในท่ามกลางกระแสความนิยมรักษาสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด.

27 มิ.ย. 2557 11:19 ไทยรัฐ