วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซี.12
28 มิ.ย. 2557 05:01 น.
มุมข้าราชการ 28/06/57

มุมข้าราชการ 28/06/57

โดย ซี.12
28 มิ.ย. 2557 05:01 น.
  • Share:

ปฏิกิริยาของต่างชาติไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา หรือ ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ต่อสถานการณ์ภายในประเทศไทย ถึงแม้ จะต้องรับฟัง แต่มิได้หมายความว่า จะต้องปฏิบัติตาม ในทุกกรณี เพราะนี่คือกิจการภายในของเราเอง มาตรการต่างๆที่พวกนั้นงัดออกมากล่าวอ้างข่มขู่ล้วนแล้วแต่อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ฝ่ายเขาทั้งสิ้นในอันที่จะบีบบังคับเราให้ยอมตามในการเจรจาต่อรองด้านต่างๆ

อย่างกรณีการฝึกร่วม คอบร้าโกลด์ การย้ายฐานจากประเทศไทยไปที่อื่นผลเสียที่เกิดกับไทยมีเพียงเล็กน้อย แต่วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการแผ่อำนาจอวดอำนาจความเป็นเจ้าโลกของ สหรัฐฯ เองในภูมิภาคนี้นั่นแหละที่จะพังทลายไปทันที ในขณะที่การแลกเปลี่ยนทางธุรกิจการค้าระหว่างไทยกับ อียู นั้น มูลค่าการส่งออกและนำเข้าเป็นยอดที่ไม่แตกต่างกันมากมายสักเท่าไร ถ้าสามารถเลือกมาตรการตอบโต้ที่ถูกต้องอียูก็อียูเถอะมีสิทธิพล่านได้เหมือนกัน

ผู้ที่แสดงความเห็นได้กระจ่างชัดเจนในเรื่องนี้รายหนึ่งคือ ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติที่บอกไว้ว่า “ไทยเป็นรัฐอธิปไตย ซึ่งนอกจากประกอบด้วยพื้นที่ที่แน่นอนประชากรจำนวนหนึ่งแล้ว สำคัญที่สุดคือ อำนาจอธิปไตย ซึ่งหมายถึงประเทศไทยมีอำนาจในการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของชาติด้วยตัวเอง ไม่ถูกบีบบังคับจากรัฐอื่นให้ตัดสินใจทำแบบนี้ไม่ทำแบบนั้น”

การผ่าตัดปรับปรุงรัฐวิสาหกิจในช่วงนี้ที่มีแนวทางการตั้ง คณะกรรมการควบคุมและกำกับรัฐวิสาหกิจ โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.จะเข้ามาเป็นประธานด้วยตัวเองนั้นเป็นอีกแนวทางหนึ่งซึ่งน่าจะได้ผลในภาพรวม แต่ขอเสนอไว้ล่วงหน้าเลยว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็น กรรมการ คณะนี้ไม่ว่าจะมาจากภาคราชการ หรือภาคเอกชนไม่ควรเป็น บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ใดๆเลย ขอให้เสียสละเพื่อชาติกันสักหนเถอะ

สัญญาณที่ดีของการนำร่องในเรื่องนี้คือข่าวที่ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากกรรมการธนาคาร ทหารไทย และ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. ลาออกจากกรรมการบริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) นั้น ถึงแม้ว่าหน่วยงานแรกจะเป็นบริษัทเอกชนและหน่วยงานหลังจะเป็นบริษัทลูกของ ปตท.แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า คนคุมกฎไม่ควรเป็นผู้เล่นเสียเอง

อย่างกรณี ประธานบอร์ดบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่พลิกไปพลิกมาหลังจากคนเก่าจากฝ่ายการเมืองลาออกไป มีการตั้ง พลอากาศเอกอารยะ งามประมวล เข้ามาแทนเพียง 3 วัน ก็เปลี่ยนอีกทีเป็น ประสงค์ พูนธเนศ จากกระทรวงการคลังขึ้นมาเป็นประธานแทนนั้นโดยตัวบุคคลไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่โดยตำแหน่งหน้าที่ของ ประธานประสงค์ ในฐานะข้าราชการประจำที่เป็น ผู้อำนวยการสำนัก งานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แล้วมาเป็น ประธานรัฐวิสาหกิจ เสียเองนั้นไม่งดงามนักและส่อว่าน่าจะเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ด้วยซ้ำไป

หลักการที่ถูกต้องคือถ้าจะคุมนโยบายรัฐวิสาหกิจก็คุมไปแต่ไม่ควรมีส่วนในการบริหารรัฐวิสาหกิจเสียเอง แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะก้าวต่อไปของ ผู้อำนวยการประสงค์ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าอธิบดีอยู่แล้วที่กล่าวขานกันหนาหูริมคลองประปาก็คือการขยับไปเป็น อธิบดีกรมสำคัญ ในกระทรวงการคลังด้วยซ้ำไป จะด้วยความสามารถหรือบริษัทข้ามชาติหนุนส่งก็ดีทั้งนั้น

ท่อนสุดท้ายขอยืนยันความเห็นที่เคยเสนอมาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า ข้าราชการหนึ่งคน ควรเป็น กรรม-การรัฐวิสาหกิจ ได้เพียงแห่งเดียว และ อัยการ ไม่ควรเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ แบบเดียวกับ ผู้พิพากษาตุลาการ ข้อเสนอเหล่านี้เห็นแย้งได้ เสนอความ เห็นต่างมาได้ ยินดีนำเสนอให้ แต่ขอยืนยันว่าไม่เปลี่ยนความคิด

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้