วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ

โดย

ประเทศพม่า กำลังเนื้อหอม หลังเปิดประเทศ เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย กระทรวงการคลังของพม่า ออกข่าวจะ สร้างตลาดทุนในประเทศ โดยร่วมมือกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA และสำนักงานบริการการเงินของ ญี่ปุ่น FSA ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตลาดหุ้นย่างกุ้ง ที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2558 ต้อนรับประชาคมอาเซียนพอดี

ตอนนี้ ธนาคารกลางพม่า สถาบันวิจัยไดวะ และตลาดหุ้นโตเกียว ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความช่วยเหลือทางเทคนิคของญี่ปุ่น เพื่อให้การเงินการคลังของพม่ามีเสถียรภาพและเป็นแหล่งการลงทุนที่สำคัญในอนาคต น่าเสียดายว่า เรากับพม่าหรือประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ไม่ค่อยได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ ประเทศที่อยู่ไกลกว่า จึงใช้โอกาสในการเข้ามาขยายการลงทุนและผูกมัดเศรษฐกิจที่สำคัญเอาไว้ในกำมือ เรา ในฐานะประเทศอาเซียนด้วยกันก็คงจะเข้าไปลงทุนได้แค่ปลายน้ำหรือหางๆ เท่านั้น

ต้องยอมรับว่าประเทศไทยจะไปทำข้อตกลง ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ หรือแม้แต่จีน ที่ตั้งใจจะดึงมาเป็นพันธมิตร ไม่ง้อ อเมริกา ก็ตามทีเถอะ ไม่ใช่จะราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนภูเขา ในสภาวะที่ไร้น้ำหนักข้อต่อรอง เราไม่พึ่งสหรัฐฯ แต่เราก็อาจจะเสียเปรียบจีน ไม่มีอะไรวินๆ สำหรับสถานะของประเทศไทยในยามนี้

เรื่องการทำความเข้าใจกับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่เคร่งครัดเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในโลกประชาธิปไตยตะวันตก เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะให้เห็นด้วยกับการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

เราจะไปอธิบายอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเรื่องของมาตรการกดดันอยู่ดี ไม่ว่ากรณีที่สหรัฐฯ ยกเลิกการฝึกคอบร้าโกลด์กับกองทัพไทย หรือการที่ อียูจะตัดสัมพันธ์ทั้งการค้าและการทูต ตราบใดที่เรายังไม่มีกำหนดเวลาในการคืนอำนาจสู่ระบอบประชาธิปไตย กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาไปอธิบายอะไรให้เมื่อยตุ้ม

แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้คลี่คลายไปก่อนดีกว่า ศักดิ์ศรีก็เป็นอีกเรื่อง คอบร้าโกลด์ก็คือคอบร้าโกลด์ อียูหรือสหภาพยุโรปก็คือ สหภาพยุโรป ต่างก็มีหลักการและกระบวนการในการทำหน้าที่ เอาไว้เป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว

เหมือนกับกรณีที่มีบุคคลหรือองค์กรต่างๆมาต่อต้าน การปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทย ซึ่งเป็นความคิดเห็นของคนส่วนหนึ่ง หรือถ้าจะพูดตรงไปตรงมาก็คือเป็นความเห็นของคนส่วนน้อย ที่ในระบอบประชาธิปไตยก็เคยเรียกร้องให้ยอมรับฟังเสียงส่วนน้อยมาแล้ว สถานการณ์ขณะนี้ก็ไม่ต่างกัน

การแสดงออกทางการเมืองไม่ว่าการปกครองระบอบไหนก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าเห็นต่างอย่างเข้าใจ และไม่กระทบถึงความมั่นคงและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่.

หมัดเหล็ก

27 มิ.ย. 2557 10:41 ไทยรัฐ