วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆาตกร

ศาสดา เม่งจื๊อ ได้ยินข่าวไม่ดีในรัฐงุ่ย จึงเดินทางไปขอเข้าเฝ้า พระเจ้า เนี้ยฮุยอ๊วง กษัตริย์แห่งรัฐงุ่ย ได้ยินชื่อเม่งจื๊อมานาน ดีพระทัย ตรัสปฏิสันถาร (นิทานปรัชญาเต๋า เสฐียรพงษ์ วรรณปก)

“ท่านอาจารย์ จาริกมาไกลแสนไกล ข้าพเจ้าเข้าใจ ท่านคงมาแนะประโยชน์ให้รัฐเรา”

“ทำไม...พระองค์จึงทรงคำนึงแต่ผลประโยชน์” เม่งจื๊อกราบทูล

“ในฐานะกษัตริย์ ข้าพเจ้าคิดว่า พระองค์ควรทรงพูดถึง ยิ้น (เมตตา) กับ หงี (ซื่อสัตย์) มากกว่า” พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วง ทำท่าไม่เข้าพระทัย เม่งจื๊อจึงต้องกล่าวต่อ

“ถ้าพระเจ้าแผ่นดิน ตรัส ทำอย่างไร รัฐของฉันจะได้ประโยชน์ พวกขุนนางก็จะพูดว่า ทำอย่างไร ครอบครัวฉันจะได้ประโยชน์ ประชาชนทั่วไป ก็จะพูดว่า ทำอย่างไร ฉันจึงจะได้ประโยชน์

เมื่อต่างคนต่างคิดแต่แสวงหาผลประโยชน์ ก็ย่อมจะเกิดการแก่งแย่งประโยชน์

รัฐใด ที่คนทั้งชาติ คิดแต่ฉกฉวยแย่งประโยชน์ ไม่ช้า รัฐนั้นจะถึงความพินาศ”

พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วง ทำท่าจะเข้าใจ เม่งจื๊อ ได้ทีสอนต่อ

“ตรงกันข้าม ถ้าประชาชนพลเมืองรัฐใด มีแต่เมตตา และซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน รัฐนั้นจะมีแต่ความสงบสุข” “ท่านอาจารย์พูดถูก” น้ำเสียงเจ้ารัฐงุ่ยเลื่อมใสศรัทธา “โปรดแนะนำข้าพเจ้า”

แทนที่จะสอน เม่งจื๊อย้อนถาม

“การฆ่าคนด้วยไม้พลอง กับการฆ่าคนด้วยดาบ พระองค์คิดว่าต่างกันหรือไม่”

“ไม่ต่างกันเลย” พระเจ้าเนี้ยฮุยอ๊วง ตอบ “เพราะชื่อว่า ฆ่า เขาตายเหมือนกัน”

เม่งจื๊อ ถามต่อ “แล้วการฆ่าคนตายด้วยอาวุธ กับการฆ่าด้วยเพทุบาย ต่างกันหรือไม่” “ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน”

กษัตริย์รัฐงุ่ย ตอบอย่างนี้ เม่งจื๊อ ได้ทีวิสัชนา

“คนพวกที่กินบ้านกินเมือง ทุกวันนี้ มีอาหาร มีเนื้อสัตว์ดีๆกิน ที่คอกม้า ก็มีม้าอ้วนพี ตรงข้ามกับประชาชนภายใต้การปกครอง อดอยากปากหมอง บ้างก็ตายเพราะความอดอยาก

หากพวกเจ้าบ้านผ่านเมือง เลี้ยงสัตว์ดีกว่าคน พวกเขาควรเรียกว่า นักปกครองหรือฆาตกร”

นิทานปรัชญาเต๋า เรื่องนี้ ทิ้งเงื่อนให้แค่นี้...ประเด็นต่อไป เป็นหน้าที่ของนักปกครองรุ่นใหม่ เอาไปคิดต่อ

ถ้าคิด เหมือนที่เคยคิดกันแต่เดิม บ้านเมืองเรายากจน ต้องไปออกปากชักชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน

มีบ่อก๊าซ บ่อน้ำมัน ขุดหากันไม่เป็นก็ต้องชวนฝรั่งมาขุด ใช้วิธีสัมปทาน ลืมมองไปว่าระบบสัมปทานให้บริษัทฝรั่งผูกขาดกินคำใหญ่นั้น ไม่มีชาติไหนในโลก เขายอมกันแล้ว

เหลือแต่ประเทศชื่อไทย ประเทศเดียว

มีที่นา ทำนาอยู่ดี ก็ไปขายให้นายทุนต่างชาติ เอาไปทำสารพัด

โรงงาน ถนน ไฟฟ้า สาธารณูปโภคพื้นฐาน ก็ต้องเร่งสร้างประเคนให้พวกเขา

การลงทุนยิ่งเพิ่ม การใช้ถนน การใช้ไฟฟ้าก็ยิ่งเพิ่ม พอน้ำท่วมก็จึงนึกขึ้นได้ ถนนกลายเป็นเขื่อนขวางทางน้ำ กระบวนการผลิต ก็ต้องทิ้งกากหรือขยะ...จนวันนี้ ทุกบ้านเมือง กำจัดขยะไม่ไหว

มีเรื่องการแอบทิ้งขยะ ให้ตามจับกันทุกวี่ทุกวัน

โรงไฟฟ้าในประเทศ เจอกระแสโลกร้อน เอ็นจีโอกับชาวบ้านรวมกันต่อต้าน...ก็ต้องไปยืมที่เมืองลาวเมืองญวน เขาทำ...เขื่อนไชยะบุรี ที่ลาว ถูกร้องเรียน ทำให้น้ำในแม่น้ำโขง ลดลง

รวมความว่า...ยิ่งสร้าง บ้านเมืองก็ยิ่งขาดความสงบร่มเย็นเป็นสุข ประเทศยิ่งรวย (ใครรวยก็ไม่รู้) แต่ประชาชนมีชีวิตอยู่กับความทุกข์ กับภาวะแวดล้อมเป็นพิษ

สารพันโครงการ ที่ตั้งท่าใช้เงินเป็นแสนล้าน เป็นล้านล้าน...นั้นแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเป็นเหมือนที่โบราณว่า ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน...มองไปทางไหน ก็เห็นแต่ความทุกข์มหึมา คอยท่าอยู่

ย้อนไปที่คำสอนของเม่งจื๊อ...บ้านเมืองที่ประชาชน เมตตา และสัตย์ซื่อต่อกัน เป็นบ้านเมืองที่สงบสุข

บ้านเมืองที่คุยว่าจะร่ำรวย หรือรวยกันอยู่ไม่กี่คน แต่ประชาชนส่วนใหญ่จมปลักอยู่กับความทุกข์...นักปกครองบ้านเมืองแบบนั้น เขาเรียกกันว่าฆาตกร.

กิเลน ประลองเชิง

27 มิ.ย. 2557 10:39 ไทยรัฐ