วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีโต้มะกัน เชื่อข้อมูลมั่วๆ

ใช้แค่ข่าวตัดแปะ ทหารท้าตรวจ รง.

คสช.-กต.ผนึกกำลังชี้แจงสหรัฐฯ-สหภาพยุโรป ทีมโฆษก คสช.จวก จนท.สหรัฐฯไม่รู้จริงสถานการณ์ โวยฟังเสียงคนคนเดียวชงย้ายสถานที่ฝึก “คอบร้าโกลด์” เชื่อมาตรการอียูแค่ชั่วคราวเปลี่ยนแปลงได้ “ไพบูลย์ คุ้มฉายา” ฉุน ขรก.ไทยร่วมขบวนทุจริต เปิดช่องโดนลดเกรดค้ามนุษย์ “บัวแก้ว” กางคิวเคลียร์ รมต.ต่างประเทศอียู-ทูต ตปท.-ผู้แทน รัฐสภานานาชาติ “สีหศักดิ์” ส่ง จ.ม.ประท้วง “จอห์น แคร์รี” อีก 2-3 วันนัดถก ส.ส.-ส.ว.มะกัน กลุ่มเฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ โชว์ข้อเท็จจริงสวนหมัดพญาอินทรี “อธิบดีกรมอเมริกาฯ” โต้เดือดมั่วข้อมูลใช้ข่าวตัดแปะขัดแย้งกันเอง ลงดาบเชือดไทยไม่ดูผลงาน ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีคอร์รัปชันไทยดีขึ้น หลัง คสช.เอาจริงปราบโกง เงินใต้โต๊ะลดวูบแสนล้าน คสช.ปัดวุ่นตั้ง 5 ทีมงานตรวจข่าวลิดรอนเสรีภาพสื่อ

กรณีสหรัฐอเมริกาปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยลงไปอยู่ระดับต่ำสุดหรือเทียร์ 3 และเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยอาจระงับโครงการฝึกร่วมทางทหาร “คอบร้าโกลด์” ไปที่อื่นนั้น ล่าสุดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังนายจอห์น แคร์รี รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯแล้ว

“บิ๊กตู่” ถกสถานการณ์ประจำวัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของศูนย์ปฏิบัติ-การกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ตามปกติ ไม่ได้มีการประชุม คสช. โดยมีนายทหารระดับสูงของกองทัพบกเข้าร่วม อาทิ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.และ พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก

สารพัดม็อบร้องขอสางปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มีประชาชนและตัวแทนกลุ่มต่างๆ เดินทางมายื่นหนังสือถึงหัวหน้าคสช.อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายนรินทร์ วรรณมหินทร์ นายอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง ยื่นหนังสือขอให้ คสช.เร่งรัดออกโฉนดที่ดินให้ชาวบ้านจำนวนกว่า 600 แปลง ส่วนชาวบ้าน ต.ลำพญากลาง ต.ลำสมพุง และ ต.ทรัพย์สนุ่น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ยื่นหนังสือคัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทเอกชน ด้านชาวบ้าน ม.4 ต.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยื่นหนังสือขอให้ คสช.แก้ปัญหานายทุนบุกรุกสร้างบ้านพักและรีสอร์ตบนชายหาดสาธารณะ ขณะที่นายเพียร ชัยทิพย์ เลขาธิการพรรคพลังอุดร รักษาการหัวหน้าพรรคพลังอุดร เสนอแนวทางการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ

กนส.จี้โอนคดีมั่นคงคืนศาลยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) นำโดยนายปกาสิต ไตรยสุนันท์ หัวหน้ากลุ่มและนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการกลุ่มฯมายื่นหนังสือเสนอแนวทางแห่งความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนต่อ คสช.โดยขอให้ คสช.พิจารณาโอนคดีที่เกิดขึ้นจากการประกาศกฎอัยการศึกไปพิจารณาที่ศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลทหาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ หากมีเพียงศาลเดียวไม่มีการอุทธรณ์และฎีกา จะทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ และการปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอ อยากให้ คสช.นำเสนอข่าวยึดหลักความเป็นจริงและเปิดเผย ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลจึงจะได้การยอมรับจากประชาชน

คสช.เชื่ออีกไม่นานสหรัฐฯเปลี่ยนท่าที

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. ในฐานะรองโฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีนายสก็อต มาร์เซล เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่เข้าชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทยต่อคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอให้ระงับการช่วยเหลือทางทหารต่อประเทศไทยว่า เรื่องนี้เป็นความเห็นของคนคนเดียวเท่านั้นที่พูดถึงท่าทีให้สหรัฐฯทบทวนระงับความร่วมมือต่างๆ ทันที รวมถึงการฝึกซ้อมในกรอบทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับไทยหรือคอบร้าโกลด์ ผู้พูดอาจรับข้อมูลประเทศไทยไม่เพียงพอ และได้ให้ความเห็นว่า หากประเทศไทยยังไม่เรียบร้อยจึงอาจจะให้ไปดูสถานที่ฝึกคอบร้าโกลด์ที่อื่น ประเทศไทยเรียบร้อยมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานชี้แจงสหรัฐฯด้วยวาจาและเอกสาร และเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เอกอัครราชทูตสหรัฐฯได้เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้า คสช.เช่นเดียวกัน ส่วนกรณีสหรัฐฯระงับความช่วยเหลือเกี่ยวเนื่องกับงานด้านความมั่นคงให้ประเทศไทยไปแล้ว 4.7 ล้านดอลลาร์หรือราว 150 ล้านบาท เป็นมาตรการปกติและเป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับประเทศที่มีการควบคุมอำนาจการปกครอง เชื่อว่าภายหลังการทำความเข้าใจทุกอย่างจะดีขึ้นและเชื่อว่าระยะต่อไปสหรัฐฯอาจจะมีท่าทีเปลี่ยนแปลงได้

มาตรการอียูแค่ชั่วคราวไม่ถาวร

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า สำหรับท่าทีของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) อาจชะลอการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปกติการเดินทางมาเยือนก็ไม่ได้มีบ่อย มาตรการและการชะลอการลงนามข้อตกลงความร่วมมือในทุกมิติ อาจขอชะลอจนกว่าจะมีประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ทั้ง 2 ส่วนนี้ไม่ใช่ท่าทีที่ถาวร เป็นแค่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่มีมาตรการเรื่องเศรษฐกิจ เราต้องทำความเข้าใจกับอียู 3 ลักษณะ 1.คือข้อกังวลพื้นฐานทั่วไปเช่น อยากให้เข้าสู่ระบบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์โดยเร็ว ตั้งแต่ คสช.เข้ามารักษาประชาธิปไตยให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งเป็นมุมมองที่เหมือนกันแล้ว จากแต่ก่อนที่มองคนละมุม 2.ไม่อยากให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง และ 3.อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว คสช.ได้กำหนดกรอบไว้เรียบร้อยแล้ว แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ทั้งหมดเรามีข้อมูลอยู่แล้วทั้งหมด

อัดมะกัน-อียูรับข้อมูลไม่เพียงพอ

“จากการติดตามจากสื่อมีเพียงสหรัฐฯและกลุ่มอียูที่อาจยังรับทราบข้อมูลไม่เพียงพอต่อสถาน-การณ์ในปัจจุบันของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องความสงบเรียบร้อย ปัจจุบันเรามีความเรียบร้อย ประชาชนมีความพึงพอใจ และความรุนแรง ความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่มีแล้ว ส่วนสภาพเศรษฐกิจก็เดินต่อไปได้ ความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไข การปฏิบัติของ คสช.ต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองดำเนินการลักษณะผู้เป็นมิตรต่อกัน ไม่ใช่ผู้กระทำผิด คนไทยโอบอ้อมอารี พูดคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง ยืนยันตั้งแต่ คสช.ตั้งขึ้นมาเราไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก” รองโฆษก คสช.กล่าว

สวด จนท.ทุจริตทำมะกันลดเกรดไทย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติ-ธรรมของ คสช. เป็นประธานมอบนโยบายแนวทางการดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 69/2557 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบต่อส่วนราชการ โดย พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ได้กำชับสั่งการมาให้ดูแลเรื่องการควบคุมและตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐ ให้ลดน้อยหรือไม่มีเลย ซึ่งหลายหน่วยงานเริ่มปรับปรุงองค์กร กฎหมายในการควบคุมการทุจริต แต่ที่ผ่านมา ป.ป.ท.จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีคนร้องเรียน จึงควรเพิ่มอำนาจให้เข้าไปตรวจสอบภาครัฐได้ทั้งหมด คงไม่ใช่การก้าวก่าย หากไม่ทำผิดอะไรก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ คนที่ไม่อยากให้มีกฎหมายคือ คนทุจริต อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการทุจริตภาครัฐมีค่อนข้างมาก มีคดีอยู่ในมือ 8,000 กว่าคดี ทำเสร็จไป 42% ถือว่ามีงานค้างเยอะมาก ขอยกตัวอย่างกรณีสหรัฐฯลดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยลงมา เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง จึงส่งผลเสียต่อประเทศ ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการทุจริต หากเจ้าหน้าที่ทำตามระเบียบ ปัญหารุนแรงก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น

นัด ยธ.สังคายนา ก.ม.แรงงานต่างด้าว

จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ว่า คำสั่งคสช.ที่ 69/2557 ให้อำนาจ ป.ป.ท.เข้าตรวจสอบโครงการต่างๆในทุกหน่วยงานได้ทันที จากเดิมที่ไม่มีอำนาจทำได้ต้องรอให้มีผู้ร้องเรียนก่อน เป็นการอุดช่องว่างระเบียบเดิมที่เคยมีอยู่ หลังจาก ป.ป.ท.สามารถเข้าไปตรวจสอบทุกส่วนราชการได้ทันที เพื่อตรวจสอบการประมูล การจัดซื้อจัดจ้างว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ ทั้งนี้ในวันที่ 27 มิ.ย.จะเรียกประชุมหน่วยงานยุติธรรม เพื่อดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวว่ามีข้อบกพร่องจุดใด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการประมงนอกน่านน้ำ ที่เป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาต้นทาง

“ฉัตรชัย” ท้า ตปท.ตรวจโรงงานไทย

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.กล่าวภายหลังประชุมหารือผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากกรณีสหรัฐฯปรับลดบัญชีอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ลงสู่ระดับต่ำสุดเทียร์ 3 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้รับผลกระทบว่า ภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และพบข้อมูลว่ามีหลายเรื่องถูกนำเสนอเกิดจากข้อมูลไม่ครบถ้วน และส่วนใหญ่ภาคเอกชนปฏิบัติได้ตามมาตรฐานอยู่แล้วมีไม่มากที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และพร้อมให้ต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบโรงงานว่าประเทศไทยมีมาตรฐานไม่น้อยหน้าประเทศอื่น ในช่วงต้นการส่งออกอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่หลังจากชี้แจงกันแล้วคงไม่น่าหนักใจ

ปูพรมแจงดะมะกัน-อียู-เอ็นจีโอ

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ได้ทำหนังสือชี้แจง รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯไปแล้ว และสุดสัปดาห์นี้จะทำหนังสือชี้แจง รมต.ต่างประเทศของทุกประเทศในอียู และชี้แจงกับทูตต่างประเทศที่เป็นมิตรกันทุกประเทศ รวมทั้งชี้แจงกับภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และผู้แทนในรัฐสภาของต่างประเทศที่รู้จักกัน รวมถึงทำความเข้าใจในภาพลักษณ์กับกระบวนการรับรู้ของผู้บริโภคด้วย

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ส่วนใหญ่คู่ค้าต่างประเทศยังซื้อขายเหมือนเดิม มีเพียง 3-4 รายในยุโรปเท่านั้นที่หยุดการสั่งซื้อสินค้าจากไทยชั่วคราว แต่ในสหรัฐฯไม่มีการหยุดสั่งซื้อ ประเทศไทยมีเวลาทำความเข้าใจชี้แจงกับต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน
ขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยกล่าวว่า สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุกสมาคมพร้อมร่วมมือกับ คสช.โดยในวันที่ 22-23 ก.ค. จะเดินทางไปร่วมประชุมกับสมาคมผู้ค้าอาหารทะเลของสหรัฐฯเพื่อทำความเข้าใจ เนื่องจากประเทศไทยส่งออกกุ้ง และทูน่าไปสหรัฐฯมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท และจะสร้างความเข้าใจกับกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นระบบสมาชิกของสหรัฐฯด้วย

กต.โวยมะกันลงโทษไทยไม่ดูผลงาน

ด้านนายทรงศักดิ์ สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศยืนยันผิดหวังอย่างมากและไม่เห็นด้วยต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ปี 2557 ของสหรัฐฯ ที่จัดอันดับให้ไทยไปอยู่ในระดับต่ำสุดหรือเทียร์ 3 หมายถึงประเทศที่ไม่ทำอะไรเลย ทั้งที่ไทยทำงานหนักปฏิบัติตามเงื่อนไขขั้นต่ำของกฎหมายแรงงานสหรัฐฯได้ถึง 3 ข้อ จากทั้งหมด 4 ข้อ ทั้งการตัดสินคดี การลงโทษผู้กระทำความผิด และความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการแก้ปัญหาการค้าแรงงาน ปี 2556 ดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้ถึง 670 คดี ตัดสินคดีแล้วมากกว่า 400 คดี ลงโทษแล้วอย่างน้อย 225 ราย ส่วนใหญ่จำคุก 2-4 ปี

ซัดมั่วข้อมูลข่าวตัดแปะขัดแย้งกันเอง

อธิบดีกรมอเมริกากล่าวว่า จากการตรวจในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ปี 2557 ของสหรัฐฯ พบว่า เนื้อหาของรายงานมีความขัดแย้งกันเองอยู่มาก เช่น ในเนื้อความตอนกลางของรายงานระบุว่า ไทยมีความคืบหน้ามากในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แต่บทส่งท้ายในย่อหน้าสุดท้ายซึ่งมีอยู่ 3-4 บรรทัดกลับเขียนว่า ไทยมีข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าไทยมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร นอกจากนี้ วิธีการจัดทำรายงานก็ไม่มีความหนักแน่นน่าเชื่อถือ เช่น การอ้างตัวเลขว่า มีแรงงานในไทยมากถึง 57% ที่ระบุว่า ถูกบังคับใช้แรงงาน โดยเข้าไปสัมภาษณ์ตัวอย่างแรงงานที่ จ.สมุทรสาคร เพียง 430 คนเท่านั้น ทั้งที่แรงงานใน จ.สมุทรสาคร มีนับแสนคน และไม่มีการประสานขอข้อมูลจากราชการไทย มีการใช้ข่าวมาตัดแปะลงในรายงาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและตัวรายงานจึงไม่มี ดังนั้นหลังจากนี้ก่อนที่สหรัฐฯ จะจัดทำรายงานอะไรที่เกี่ยวกับประเทศไทยออกไป คงต้องขอให้มายืนยันข้อมูลกันก่อน

“สีหศักดิ์” ส่งหนังสือประท้วงจอห์น แคร์รี

นายทรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ล่าสุดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือถึงนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯแล้วว่า การปรับลดไทยไปอยู่ในระดับเทียร์ 3 ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ภายในช่วง 2-3 วันนี้ สถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะขอเข้าพบและส่งรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดจากฝ่ายไทยให้แก่กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐฯที่เป็นมิตรกับประเทศไทย หรือเฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ (Friend of Thailand) ประมาณ 22 คน รวมทั้งคณะอนุกรรมาธิการกิจการเอเชียและแปซิฟิก ในสภาผู้แทนฯและวุฒิสภาของสหรัฐฯ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารายงานของสหรัฐฯไม่สะท้อนความจริงพร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าสหรัฐฯจะมีการจัดอันดับการค้ามนุษย์หรือไม่ ไทยก็ให้ความสำคัญดำเนินการอยู่แล้ว

ยกห้างยักษ์มะกันเชื่อมั่นสินค้าไทย

นายทรงศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการดูแลการส่งออก สินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ ได้มอบหมายให้สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในสหรัฐฯไปพูดคุยสร้างความมั่นใจกับผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ของไทย ผ่านสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลสหรัฐฯ (เอ็นเอฟไอ) ที่มีห้างยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น คอสต์โก้และ
วอลล์มาร์ทร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้เอ็นเอฟไอ จัดประชุมและมีมติ 4 ข้อ คือ 1.จะยังคงให้ความเชื่อมั่นและสั่งซื้อสินค้าจากไทยต่อไป 2.พร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยจัดการปัญหาแรงงาน 3.เอ็นเอฟไอเห็นว่ากุ้งไทยยังคงมีคุณภาพดีที่สุด ถูกใจผู้บริโภค ขณะนี้ผู้บริโภคสหรัฐฯมีปฏิกิริยาตอบโต้สินค้าไทยน้อยมาก และ 4.วันที่ 28 มิ.ย. คอสต์โก้จะเดินทางมาไทยตามคำเชิญของ กต.มาดูสภาพข้อเท็จจริงอุตสาหกรรมประมงไทยทั้งหมด เพื่อนำไปอธิบายให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯเข้าใจว่าไทยไม่มีปัญหาการใช้แรงงานมนุษย์ตามสื่ออย่างเดอะ การ์เดียน ไปวาดภาพเอาไว้ ส่วนสินค้าไทย 5 รายการ คือ กุ้ง ปลา อ้อย สิ่งทอ และสื่อลามกเด็กที่ถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯเดือน ส.ค.นี้ กต.จะยื่นข้อมูลเพื่อให้สหรัฐฯถอดออก 4 รายการ มีข่าวดี คืออ้อยน่าจะถอดออกจากบัญชีได้ภายในปีนี้

พม.เล็งคุยเพื่อนบ้านแก้ค้ามนุษย์

ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า เสียใจต่อสิ่งที่สหรัฐฯปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทยให้อยู่ระดับ 3 หรือเลวร้ายที่สุด และยังกล่าวหารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจ ทั้งที่ไม่มีกรณีใดที่รัฐรู้เห็นเป็นใจ อย่างไรก็ตาม ต้องแก้ไขโดยหารือกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า กัมพูชา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย รวมถึงจีน เพิ่มความเข้มข้นความร่วมมือแก้ปัญหา แต่ขบวนการค้ามนุษย์มีกลวิธีหลอกลวงที่ซับซ้อน เช่น การปลอมแปลงอายุของเด็กต่างด้าวให้สูงเกินจริง เพื่อรับจ้างทำงานได้หรือให้บริการทางเพศ เยาวชนทั้งไทยและต่างด้าวที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์มีจำนวนเพิ่มขึ้นในปี 2557 เพียงช่วง 5 เดือนที่ผ่านมามีถึง 114 คน

ดึงนิคมอุตฯร่วมต้านใช้แรงงานทาส

ด้านนายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวหลังเป็นประธานพิธีประกาศเกียรติคุณนิคมอุตสาห-กรรมอัญธานีสีขาวปลอดยาเสพติด ต้านการค้ามนุษย์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี เขตประเวศ กรุงเทพฯ ว่า ได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจัดทำโครงการนิคมอุต-สาหกรรมสีขาวป้องกันปัญหายาเสพติด ค้ามนุษย์และใช้แรงงานเด็ก เพราะภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวแก้ได้ยากจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เผย คสช.ดันแก้คอร์รัปชันไทยดีขึ้น

วันเดียวกัน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย สำรวจกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มคือ ผู้ประกอบการ/ภาคเอกชน ข้าราชการ/
ภาครัฐ และประชาชนรวม 2,400 ตัวอย่างในเดือน มิ.ย.ว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยโดยรวมอยู่ที่ 46 คะแนน (สถานการณ์อยู่ในระดับปานกลาง) เพิ่มขึ้นจาก 39 คะแนน (สถานการณ์อยู่ในระดับรุนแรง) ในการสำรวจเมื่อ ธ.ค.56 ถือเป็นค่าดัชนีสูงสุดในรอบ 5 ปีหรือตั้งแต่ปี 53 ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 45 คะแนน เท่ากับการสำรวจครั้งก่อน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันไทยอยู่ที่ 47 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 40 คะแนน การสำรวจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก คสช.บริหารประเทศแล้วจริงจังในการปราบปรามการทุจริต ทำให้คนจ้องจะทุจริตไม่กล้า ส่งผลให้ค่าดัชนีปรับสูงขึ้น ซึ่งความเสียหายการทุจริตที่ประเมินจากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการพบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ 48.4% ระบุว่า ต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้แก่ข้าราชการ/ นักการเมือง 15-25% ของงบประมาณฯ ต่างจากปี 53-56 ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษสูงถึง 25-35% ของงบประมาณฯ

ประเมินเงินใต้โต๊ะลดวูบแสนล้าน

นางเสาวนีย์กล่าวว่า ประเมินว่าวงเงินงบประมาณรายจ่าย ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปี 57 อยู่ที่ 1.005 ล้านล้านบาท หากมีการจ่ายเงินพิเศษ 15-25% จะคิดเป็นเม็ดเงิน 150,763.4-251,272.3 ล้านบาท หรือ 5.97-9.95% ของงบประมาณรายจ่ายภาครัฐทั้งหมด 2.525 ล้านล้านบาท และคิดเป็น 1.18-1.97% ต่อจีดีพีทุก 1%ของเงินใต้โต๊ะที่ลดลงจะทำให้การคอร์รัปชันไทยลดลง 10,000 ล้านบาท ที่ผู้ประกอบการจ่ายเงินใต้โต๊ะ 15-25% จากเดิมต้องจ่าย 25-35% เท่ากับเงินจากการคอร์รัปชันลดลง 100,000 ล้านบาท

หนุน คสช.โหมลุยปราบโกง

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีครั้งนี้สูงสุดในรอบ 5 ปี เพราะทุกภาคส่วนรู้สึกดีขึ้นว่าทหารปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง คนที่คิดจะคอร์รัปชันไม่กล้า และเรียกรับเงินใต้โต๊ะลดลง เงินจากการคอร์รัปชันลดลงถึง 100,000 ล้านบาท จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ถึง 0.5-0.7% คสช.น่าจะใช้โอกาสนี้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาคอร์รัปชันต่อไป แต่ในอนาคตไม่แน่ว่าสถานการณ์คอร์รัปชันในไทยจะยังดีต่อเนื่องเช่นนี้หรือไม่ อยากให้ คสช.ถือโอกาสนี้แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้อันดับการคอร์รัปชันของไทยดีขึ้นจากปี 56 ไทยอยู่ที่ 102 ของโลกจาก 177 ประเทศ และอันดับที่ 16 ของอาเซียน จาก 28 ประเทศ

“ประยุทธ์” ไขก๊อกบอร์ด ธ.ทหารไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารทหารไทย ได้รับทราบการลาออกจากการเป็นกรรมการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช. มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.เป็นต้นไป
ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้ขอบคุณและแสดงความชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่กรรมการธนาคาร เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย ตลอดจนกำกับดูแลกิจการของธนาคารให้ก้าวรุดไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารมา

คสช.ปัดลิดรอนเสรีภาพสื่อ

อีกเรื่อง กรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ตั้งคณะทำงาน 5 ฝ่าย ติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อสิ่งพิมพ์วิทยุ และโทรทัศน์ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. ในฐานะรองโฆษก คสช. กล่าวว่า ไม่อยากให้องค์กรสื่อกังวลในเรื่องนี้ ยืนยันไม่ได้เป็นการปิดกั้นหรือลิดรอนการทำงานสื่อ ที่ผ่านมา คสช.ใช้แนวทางการขอความร่วมมือ เพื่อให้การรับข่าวสารที่เป็นจริง ไม่อยากให้มีการสร้างข่าวลือ โดยแสวงผลอันมิชอบจากสื่อ ดังนั้นต้องร่วมมือกันในการใช้วิจารณญาณ เลือกนำเสนอข่าวที่เหมาะสม

ปฏิเสธส่งทหารบุกกอง บก.นสพ.

พ.อ.วินธัยยังกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า คสช.ส่งทหารเข้าไปยังกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางฉบับ หลังนำเสนอข่าวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ข่าวจัดตั้งองค์กรเสรีไทยของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตโฆษกประจำสำนักนายก-รัฐมนตรีว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล นโยบายทำงานโดยร่วมกับสื่อ เป็นการสื่อสารส่งหนังสือขอความร่วมมือ พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไลน์ หรือส่งข้อความทางอีเมล ไม่ได้เป็นการบังคับ ส่งให้ทหารบุกไปยังสำนักพิมพ์ เมื่อถามว่า สื่อยังเสนอข่าวการเคลื่อนไหวของนายจารุพงศ์และนายจักรภพ ได้อยู่ใช่หรือไม่ พ.อ. วินธัยตอบว่า ต้องอยู่ในดุลพินิจของสื่อ ไม่ได้มีมาตรการบังคับหรือปิดกั้นสิทธิการรับรู้ข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรรู้ นอกจากเป็นข่าวจินตนาจากการคาดเดา สร้างกระแสข่าวลือเพื่อหวังแสวงประโยชน์อันมิชอบผ่านสื่อ อาจต้องขอความร่วมมือให้วางน้ำหนักพื้นที่ข่าวให้เหมาะสม

ส.นักข่าวฯยื่น จ.ม.แจกแจงสิทธิ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายมานพ ทิพย์-โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ตั้งคณะทำงาน 5 ฝ่าย เพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์เป็นวาระด่วน โดยมีมติให้นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 27 มิ.ย. เพื่อชี้แจงเรื่องหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ส่วนกรณีมีเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปที่กองบรรณาธิการหนังสือ
พิมพ์ฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เบื้องต้นคณะทำงาน คสช.เองก็กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าอาจเกิดจากเจ้าหน้าที่มีความเข้าใจไม่ชัดเจน

เปิด 1111 รับร้องทุจริต-ปฏิรูป

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมภาส นิลพันธ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะคสช.ตระหนักความเดือดร้อนประชาชน ได้เปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111 ผ่าน 4 ช่องทางคือ สายด่วนหมายเลข 1111 กด 2 ตู้ ปณ.1111 โดยไม่ต้องติดแสตมป์ www.1111.go.ch และเดินทางมาด้วยตนเอง ที่ศูนย์ คสช.รับเรื่องร้องทุกข์ ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก โดยเฉพาะสายด่วน 1111 จะมีเจ้าหน้าที่ 100 คนให้บริการ และจัดบันทึกชื่อ นามสกุล เรื่องที่ร้อง เพื่อจัดลงระบบติดตามเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถร้องเรียนความเดือดร้อน แจ้งเบาะแสการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปประเทศ การป้องกัน การทุจริต การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ หัวหน้าคสช.จะได้รับทราบทุกเรื่อง จะสรุปเรื่องให้หัวหน้าคสช.ทราบทุกวัน

มท.ติวปลัด จว.ขับเคลื่อนงานด่วน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่วิทยาลัยการปกครอง จ.ปทุมธานี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายแก่ปลัดจังหวัดทั่วประเทศว่า ขอให้ดูแลและปฏิบัติตามนโยบายของ คสช.โดยเฉพาะการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การปราบปรามยาเสพติด การรับคืนอาวุธสงครามการดูแลสถานบริการ ปัญหาผลผลิตการเกษตร ภัยพิบัติและปัญหาที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ส่วนการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวมอบหมายให้ ผวจ.ดูแลการรับคืนแรงงานที่กลับมาหลังจากทำความเข้าใจนโยบายของ คสช.โดยจะมีศูนย์ 4 แห่งที่ จ.สุรินทร์ ตราด จันทบุรี และสระแก้ว ในวันที่ 30 มิ.ย. จะเปิดโครงการนำร่องให้บริการแรงงานต่างด้าวและนายจ้างขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้อง ที่ จ.สมุทรสาคร 1 เดือน หากเกิดผลดีจะขยายการดำเนินการต่อไป

ชงยกเครื่องงานผังเมือง

ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แถลงว่าจากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่างานผังเมืองของไทยขาดทิศทางที่ชัดเจน ดังนั้น จึงกำหนดแนวทางการปฏิรูปผังเมืองเป็น 2 ระยะคือ ระยะเร่งด่วน เสนอคสช.ให้ปรับปรุง พ.ร.บ.การผังเมือง เรื่องกำหนดอายุผังให้บังคับใช้ 5 ปี เป็นไม่กำหนดระยะเวลาหมดอายุผัง ส่วนระยะยาวจะผลักดันปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับภารกิจการผังเมืองเป็นภารกิจระดับชาติ ใช้เป็นแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ของประเทศ ควบคู่กับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะเสนอขอความเห็นชอบแก้ไขกฎหมาย จากนั้นจะนำเสนอ คสช.อาจใช้อำนาจออกเป็นประกาศ คสช.ได้ทันที

สัปดาห์หน้าเห็นโฉมธรรมนูญปกครอง

ด้านความคืบหน้าการร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวของคณะทำงานที่มีนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย เป็นหัวหน้าทีมนั้น วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวว่า หัวหน้า คสช.จะเป็นผู้ให้รายละเอียดการยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนออกมา

“บวรศักดิ์” ชี้ปฏิรูปต้องแก้ที่ต้นเหตุ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. สถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาเรื่อง นำเสนอประเด็นการอภิปราย “การปฏิรูปประเทศไทย : ดุลแห่งอำนาจ”โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานว่า การปฏิรูปควรเริ่มจากการสำรวจความรู้ที่มีอยู่ว่าที่ผ่านมามีการคิดหรือเสนออะไรบ้างแล้ว ไม่ใช่คิดจากศูนย์ โดยต้องหาสาเหตุของปัญหาแล้วแก้ไขที่สาเหตุถึงจะแก้ไขได้ ทั้งนี้ได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจคือ การเสนอให้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง เป็นเพราะกลัวคนที่มีอำนาจมากเกินไปจนควบคุมไม่ได้หรือกลัวคนไม่มีอำนาจ ประเด็นการเลือกนายกฯโดยตรงเพื่อทำให้เกิดความอ่อนแอลงหรือไม่

“ลิขิต” ให้ทำประชามติร่าง รธน.

จากนั้นนายลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต กล่าวอภิปรายว่า มีข้อเสนอ 5 ข้อคือ 1.การร่างรัฐธรรมนูญต้องคุยกันก่อนว่าจะเอาประชาธิปไตยหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งต้องการทำประชามติโดยหลักประชาธิปไตยอย่างไร 2.การสร้างระบบการเมือง กำหนดระเบียบการเมืองให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ สังคมต้องยุติธรรม 3.ต้องปฏิรูปที่คน 4.ต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 5.ต้องมีมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณความรับผิดชอบ ทั้งนี้มี 5 ตัวแปรที่ขาดไม่ได้ในระบบการเมืองและการร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องคำนึงถึงได้แก่ 1.สิทธิเสรีภาพ 2.ความเสมอภาค 3.ความยุติธรรมจะมีสองมาตรฐานไม่ได้ 4.สิทธิมนุษยชนที่จะละเมิดไม่ได้ และ 5.ต้องมีความสามารถ มีเกียรติ การร่างรัฐธรรมนูญต้องทำให้คนส่วนใหญ่ยอมรับจึงควรลงประชามติทุกมาตรา หากไม่ผ่านการลงประชามติ รัฐธรรมนูญก็ไม่มีความเป็นธรรม

นักวิชาการชง ลต.นายกฯโดยตรง

ต่อมานายณวัฒน์ ศรีปัดถา และ น.ส.ชมพูนุช ตั้งถาวร นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า เสนอประเด็นเรื่องดุลอำนาจของสถาบันทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป โดยมีข้อเสนอให้กำหนดว่าเมื่อ ส.ส.ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ต้องพ้นตำแหน่ง ส.ส.เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันและสร้างเสถียรภาพ รวมทั้งต้องลดทอนสัมพันธ์ระหว่างนายกฯและรัฐสภาลง โดยกำหนดให้นายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งมีข้อดีที่นายกรัฐมนตรีและเสียงส่วนใหญ่ในสภาอาจไม่ใช่พวกเดียวกัน นอกจากนี้ กำหนดให้ ส.ส.จำนวนหนึ่งในสิบของ ส.ส.ทั้งหมดที่มีอยู่ ให้นำประเด็นปัญหาไปขอลงประชามติ ส่วนดุลอำนาจรัฐสภากับองค์กรตุลาการ ต้องกำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องผ่านประชามติก่อนทุกครั้ง

ยุบทิ้งศาล รธน.-ลดอำนาจ ส.ว.

นอกจากนี้ เสนอให้กำหนดในรัฐธรรมนูญว่าห้ามศาลรัฐธรรมนูญกระทำการที่มีผลทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นอำนาจรัฐสภาดำเนินการไม่ได้ และเสนอให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญกลับไปใช้รูปแบบ “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ” ขณะเดียวกันเสนอให้กำหนดกรอบในรัฐธรรมนูญว่า เรื่องใดเป็นเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งให้องค์กรอย่างศาลรัฐธรรม-นูญตรวจสอบได้ เรื่องใดเป็นเรื่องการเมือง และให้องค์กรที่ใช้อำนาจทางการเมือง ควบคุมตรวจสอบถ่วงดุล สำหรับรัฐสภาต้องลดอำนาจวุฒิสภา โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พร้อมกำหนดให้ประเทศไทยเป็นระบบรัฐสภาแบบสภาเดี่ยว โดยไม่มีวุฒิสภา หรือกำหนดให้ใช้ระบบรัฐสภาแบบสองสภาเช่นเดิม แต่ทบทวนเรื่องการเป็นตัวแทนของวุฒิสภา ที่มาและอำนาจของวุฒิสภา

“อัษฎางค์” ปูด รธน.ใหม่มีสภาเดียว

จากนั้นนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง อภิปรายว่า เรื่องดุลอำนาจส่วนใหญ่เดินตามรอยประเทศตะวันตก เมื่อถึงทางตันก็ใช้ไม่ได้ เราไม่เคยร่างรัฐธรรมนูญจากจุดอ่อนของประเทศไทย ดังนั้น หากจะมีรัฐธรรมนูญ ต้องศึกษาว่าเหตุปัญหาประเทศคืออะไร ถ้าคิดจะวางระบบให้ประเทศต้องเริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญและลงในรายละเอียด รวมทั้งให้ร่างรัฐธรรมนูญแบบสั้นๆ ยืดหยุ่นได้ ได้ทราบข้อมูลจากคนวงในว่าในประเทศสารขัณฑ์จะเขียนรัฐธรรมนูญให้มีสภาเดียว และสมาชิกแห่งสภานั้นมาจากการแต่งตั้งผสมด้วย

กกต.ยก 3 คำร้องปล่อยผี พท.

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติยกคำร้องกรณีนายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 50 และ พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพานิช ขอให้ กกต.ตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส.ส.และ ส.ว.เข้าชื่อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ ซึ่ง กกต.เห็นว่าไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่จนนำไปสู่การถอดถอน รวมทั้งยกคำร้องกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) และการออกประกาศของ ร.ต.อ.เฉลิมที่ถือเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

การันตี “หญิงเป็ด” คุณสมบัติครบ

นายภุชงค์กล่าวอีกว่า กกต.ยังมีมติให้ยุติสอบสวนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นขอให้ตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว จากกรณีปกปิดการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เพราะเมื่อยุบสภาแล้วมีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง พร้อมทั้งยกคำร้องกรณีที่นางลีน่า จังจรรจา อดีตผู้สมัคร ส.ว.กรุงเทพมหานคร ยื่นร้องคัดค้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีต ส.ว.ว่าเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามลงสมัคร ส.ว.จากกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 แต่คดียังไม่สิ้นสุด จึงถือว่าคุณหญิงจารุวรรณไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม

“ปู” ลุ้น กกต.สรุปคดีทัวร์ขมิ้น ส.ค.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติรับคำร้องกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งพูดหลังยุบสภา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ส่วนคำร้องคัดค้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีลงพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ โดยใช้ทรัพยากรของรัฐ กกต.ได้เอกสารต่างๆครบแล้ว เหลือเพียงแค่สอบพยานในต่างจังหวัดจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ กกต.ยังมีมติรับเรื่องที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) นำนักการเมือง 19 คน และข้าราชการประจำ 2 คน ไปออกรายการช่วงที่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ไว้พิจารณา จะเร่งรัดทั้ง 3 เรื่องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าทุกเรื่องน่าจะลงมติได้ภายในเดือน ส.ค.นี้

“บิ๊กตู่” คุมเองบอร์ดกำกับรัฐวิสาหกิจ

ต่อมาเมื่อเวลา 20.50 น. มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 75/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ โดยมีหัวหน้า คสช. เป็นประธาน รองหัวหน้า คสช.และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เป็นรองประธาน รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เป็นกรรมการ มีปลัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขา– ธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายบัณฑูร ล่ำซำ นายบรรยง พงษ์พานิช นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล นายรพี สุจริตกุล นายวิรไท สันติประภพ เป็นกรรมการ และมี ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบาย แผนการบริหาร มาตรการในการพัฒนารัฐวิสาหกิจต่อ คสช. กำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเพื่อให้การบริหารงานของรัฐวิสาหกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด บูรณาการการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกภาพ

27 มิ.ย. 2557 07:38 27 มิ.ย. 2557 15:11 ไทยรัฐ