วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามล่า‘จารุพงศ์-จักรภพ’

ตํารวจจัดทีมลุย คนไม่รายงานตัว รวมทั้งหมดมี60

“จารุพงศ์” โผล่โพสต์ข้อความอัด คสช.บล็อก ข่าวเสรีไทย จวกไร้ศักดิ์ศรีสร้างเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบ เดินสายฟ้องโลก คสช. ยึดอำนาจ “สุนัย”

อัดคลิปฉะ “บิ๊กตู่” จับมือ กปปส. ล้มรัฐบาล จี้ยุติบทบาทเร่งจัดเลือกตั้ง “จักรภพ” จ้อสื่อต่างประเทศฮ่องกง เผยคุย 5 ชาติตะวันตกขอตั้งสำนักงาน ชี้ ก.ค. รู้ที่ตั้งแน่ชัด ตำรวจเดินเครื่องไล่ล่า “จารุพงศ์-จักรภพ” เล็งประสานอินเตอร์โพลช่วยติดตาม ตั้งทีม 5 ชุด ตามตะครุบพวกหนีรายงานตัว สั่งถอดเทปแถลงการณ์ตั้งองค์กรเสรีไทยฯ เปิด 60 รายชื่อไม่เข้ารายงานตัว “อุดมเดช” ให้คำมั่นคืนความสงบร่มเย็นให้คนไทย วอนทุกฝ่ายร่วมมือจัดระเบียบรถตู้ ขีดเส้น 1 ก.ค. พบรถเถื่อนไม่ขึ้นทะเบียนจับทันที

ยังคงเดินเกมต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่อง สำหรับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทย ล่าสุดโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา คสช.ปิดกั้นข่าวสารขององค์กรไม่ให้ออกสู่สาธารณะ ขณะที่ตำรวจตั้ง 5 ทีมไล่ล่าบุคคลไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.

“จารุพงศ์” โวยเสรีไทยไม่ได้ออกสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 มิ.ย. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทยที่ขณะนี้มีรายงานว่าอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องการปิดกั้นข่าวสารเกี่ยวกับองค์กรเสรีไทย และการบิดเบือนข้อมูล ที่ปฏิบัติการโดยแนวร่วมของคณะเผด็จการทหารว่า การละเมิดเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่และละเมิดสิทธิของประชาชนคนไทยอย่างมาก ตั้งแต่มีการก่อตั้งองค์กรเสรีไทย เมื่อเช้าวันที่ 24 มิ.ย. ปรากฏว่ามีการข่มขู่คุกคามสื่อมวลชนไม่ให้นำเสนอข่าวขององค์กรเสรีไทย จะถูกสั่งลบหรือสั่งให้ปิดเนื้อความทันที และในวันที่ 25 มิ.ย. คณะเผด็จการทหารได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และยังได้ตั้ง 5 คณะทำงานติดตามข้อมูลด้านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อคอยปิดกั้นข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อคณะเผด็จการทหารขึ้นมาอีกด้วย

ฉะ คสช.ปลอมเฟซฯองค์กร

นายจารุพงศ์กล่าวว่า นอกเหนือจากปิดกั้นข้อมูล ข่าวสารแล้ว ยังพบว่าคณะเผด็จการทหาร มีการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารกับแนวร่วม เพื่อโจมตีและบิดเบือนข้อมูลขององค์กรเสรีไทย ด้วยการตั้ง face-book page ปลอมขององค์กรเสรีไทยขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “องค์กรเสรีไทย : https://www.facebook.com/FreesThaisOfficial” และแอบอ้างชื่อเลขาธิการ สร้างความสับสนอันเป็นวิธีการสกปรก ไร้ศักดิ์ศรี จึงขอประกาศเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ และโปรดแนะนำประกาศฉบับนี้ต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของท่าน และติดตามข่าวสารขององค์กรเสรีไทยได้ที่ official page “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” https://www.facebook.com/CharupongOfficial

เดินสายฟ้องโลกหลัง คสช.ยึดอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 มิ.ย. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เผยแพร่คลิปวีดิโอผ่านยูทูบชื่อ “องค์กรเสรีไทย จารุพงศ์ สัมภาษณ์โดย จอม เพชรประดับ 25 มิถุนายน 2557” โดยนายจารุพงศ์กล่าวว่า เหตุผลที่ไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช.เพราะยึดหลักประชาธิปไตย ยึดกฎหมาย ไม่ได้หนีไปซุกซ่อนที่ไหน แต่ไปเพื่อทวงคืนความชอบธรรมให้รัฐบาล ยืนยันยังเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เท่านั้น เมื่อออกจากประเทศไทยก็จะเดินสายไปฟ้องนานาอารยประเทศ ฟ้องต่อองค์กรสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เพื่อบอกว่าประเทศไทยเกิดสถานการณ์อย่างไรขึ้น ตนไม่มีกองกำลังติดอาวุธ มีเพียงปากและอุดมการณ์ การแก้ไขปัญหาคือต้องคืนอำนาจประชาชน ให้มีการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าการกระทำนี้มีกลุ่มการเมืองมาสนับสนุนหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว ดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเสรี เชื่อว่ากำลังประชาธิปไตยจะแข็งแกร่งกว่าทหาร

“สุนัย” อัดคลิปจวก “ประยุทธ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊ก “เสรีไทย ปราบกบฏ 2014” ได้ลงคลิปวีดิโอนายสุนัย จุลพงศธร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ที่หลบหนีหมายจับจากศาลทหารข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. โพสต์คลิปผ่านลิงก์ https://www.youtube. com/watch?v=bMRiQ0ZwiTc : เปิดใจสุนัย ต่อกรณีการรัฐประหารและองค์กรเสรีไทย ความยาว 12.40 นาที นายสุนัยกล่าวว่า เหตุที่ไม่เข้ารายงานตัวกับ คสช.เพราะเห็นว่าการเข้าควบคุมอำนาจของคสช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และข้อมูลก่อนเกิดการยึดอำนาจ 7 เดือน พบว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส. ได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จากหลักฐานที่จับทหารนอกเครื่องแบบในม็อบจำนวนมาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยดำเนินการลงโทษ จึงเชื่อได้ว่าการยึดอำนาจเชื่อมโยงกับการชุมนุม กปปส. ขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทย อยู่ที่ไหน การประกาศจัดตั้งองค์กรเสรีไทยตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว

จี้ “บิ๊กตู่” คายอำนาจเร่งจัด ลต.

นายสุนัยกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยการยุติบทบาทลงตั้งแต่ตอนนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์รีบจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว บ้านเมืองจะปลอดภัย และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะปลอดภัย แต่หากยังดื้ออยู่ เห็นว่าขบวนการเสรีไทยจะนำข่าวที่ถูกต้องโถมเข้าสู่ประเทศไทย วันนี้เชื่อว่า ส.ส. นักการเมือง และพรรคการเมืองอื่นๆ รวมถึงคนรักความเป็นธรรม เขาพร้อมที่จะเรียกร้องให้เกิดประชาธิปไตยโดยเร็ว สำหรับรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นจาก คสช.นั้น เป็นการทำผิดซ้ำสอง เพราะที่มาจะเหมือนรัฐธรรมนูญ ปี 50 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นเผด็จการ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในครั้งนี้ด้วย

“จักรภพ” โผล่จ้อสื่อ ตปท.ฮ่องกง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข แถลงเกี่ยวกับการก่อตั้งองค์กรเสรีไทยฯต่อสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกงว่า ตอนนี้กำลังพูดคุยกับ 5 ประเทศในภูมิภาคตะวันตกเพื่อใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานขององค์กรเสรีไทยฯ จะตัดสินใจเรื่องนี้ในเดือน ก.ค. ถ้าตัดสินใจได้แล้ว สำนักงานองค์กรเสรีไทยฯจะเป็นอาคารสถานที่ที่พบเห็นได้ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ และปฏิเสธการคาดคะเนว่าจะตั้งสำนักงานอยู่ในฮ่องกง หรือกัมพูชา ซึ่งไม่ได้บอกว่าตะวันตกมีอะไรที่เหนือกว่าหรือดีกว่า แต่เป็นที่ยอมรับมากกว่า รวมทั้งล่วงรู้เรื่องกลเกมต่างๆที่เล่นกันอยู่ในไทยตอนนี้ พวกเราต้องทำงานจากภายนอก ท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงต้องสร้างจากภายใน สิ่งที่พวกเรากำลังทำงานมุ่งหวังให้เกิดขึ้น และระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าร่วมกับองค์กรเสรีไทยฯ

เดินเครื่องล่า “จารุพงศ์-จักรภพ”

เมื่อเวลา 14.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวถึงการติดตามจับกุมนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ไม่รายงานตัวและเคลื่อนไหวก่อตั้งกลุ่มเสรีไทยต่อต้านรัฐประหารขึ้นว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ และวันเดียวกันทีมกฎหมายมีการประชุม โดย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากรณีดังกล่าวว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดต้องเร่งดำเนินการ โดยดูว่าประเทศที่ถูกอ้างว่าบุคคลเหล่านี้ไปพักพิงมีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทยหรือไม่ ถ้ามีพนักงานสอบสวนจะส่งเรื่องไปที่อัยการสูงสุดดำเนินการผ่านกระทรวงการต่างประเทศ

ประสานเขมรชี้เป้าให้ล็อกตัว

พ.ต.อ.ทรงพลกล่าวว่า อยากให้เข้าใจว่าการติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนเหล่านี้เคลื่อนไหวอยู่ตลอด แต่ปกติแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในการประสานกับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล เพื่อให้ช่วยติดตามบุคคลที่หลบหนี แต่บางประเทศที่ไม่มีอินเตอร์โพล อย่างกัมพูชา เราอาจประสานขอให้แค่ช่วยชี้เป้าให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้าไปล็อกตัว เหมือนกรณีที่คนต่างประเทศหนีคดีจากประเทศอื่นมาอาศัยอยู่ในไทย เราช่วยชี้เป้าให้จนจับกุมได้

ตั้ง 5 ทีมไล่ตะครุบหนีรายงานตัว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลงการณ์จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นว่า มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ช่วยราชการ บช.น.นำคำแถลงการณ์นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ มาถอดความเพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการด้านกฎหมาย บช.น.พิจารณาหากเข้าข่ายความผิดกฎหมายทั่วไปหรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงจะมีมาตรการดำเนินการ ส่วนบุคคลที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ได้จัดชุดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมในส่วนของกองปราบปราม 5 ชุด มี พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าควบคุมชุดปฏิบัติการ ให้มีอำนาจสืบสวนจับกุมความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยเฉพาะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ความผิดมาตรา 112 มาตรา 116 ความผิดเกี่ยวกับฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.

เปิด 60 รายชื่อฝืนคำสั่ง คสช.

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า สำหรับรายชื่อผู้ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. 60 ราย ได้แก่ 1.นายสำราญ สายชนะ 2.น.ส.จิตรา คชเดช 3.ด.ต.พิพัฒน์ พรรณสุวรรณ์ 4.นายสิรภพ กรณ์อรุษ 5.นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ 6.นายธนเดช เอกอภิวัชร์ 7.นายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม 8.นางหน่อย แดงเป้า 9.นายอรรถชัย อนันตเมฆ 10.นายยอดเยี่ยม ศรี-มันตะ 11.นายสุนัย จุลพงศธร 12.น.ส.ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ 13.นายธีร์ บริรักษ์ 14.นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล 15.น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ 16.นายชัยอนันต์ ไผ่สีทอง 17.นายพฤทธิ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข 18.นายนิธิวัต วรรณศิริ 19.น.ต.ชนินทร์ คล้ายคลึง 20.นาย ศรัณย์ ฉุยฉาย 21.นายไตรรงค์ สินสืบผล 22.นายชฤต โยนกนาคพันธุ์ 23.นายวัฒน์ วรรลยางกูร 24.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย 25.นายวุฒิพงษ์ กช-ธรรมคุณ 26.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 27.นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ 28.นายสมศักดิ์ เจียมธีรส-กุล 29.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 30.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย

“จักรภพ-ตั้ง อาชีวะ” อยู่ในข่าย

31.นายสงวน พงษ์มณี 32.นายวิสา คัญทัพ 33.นางไพจิตร อักษรณรงค์ 34.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญ–รัตน์ 35.นายใจลล์ ใจ อึ้งภากรณ์ 36.นายจักรภพ เพ็ญแข 37.นายพิษณุ พรหมสร 38.นายองอาจ ธนกมล– นันท์ 39.นายอำนวย แก้วชมภู 40.นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน 41.นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ 42.นายเอกภพ เหลือรา 43.นายเสน่ห์ ถิ่นแสน 44.นายภิเษก สนิทธางกูร 45.นายสันติ วงษ์ไพบูรณ์ 46.นางมนัญชยา เกตุแก้ว 47.นางฉัตรวดี อมรพัฒน์ 48.นายจตุเทพ หรือ เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ 49.นายทนง ศิริปรีชาพงษ์ 50.นายอุสมาน สะแลแมง 51.นายฉกาจ คหบดีรัตน์ 52.นายชัยพฤกษ์ สมานรักษ์ 53.นายรัสฤษฎิ์ ธิยาโน 54.นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ 55.นายยงยุทธ บุญดี 56.น.ส.อัมรา วัฒนกูล 57.นายเกษมสันติ หรือ เกษมสันต์ จำปาเลิศ 58.นายนิทัช ศรีสุวรรณ 59.น.ส.นุ่มนวล ยัพราช และ 60.นายวิระศักดิ์ โตวังจร

หยุดให้บุคคลเข้ารายงานตัว

ที่หอประชุมทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม คสช.กล่าวถึงการเรียกบุคคลมารายงานตัวต่อ คสช.ว่าขณะนี้คงไม่มีการเรียกบุคคลใดมารายงานตัวต่อ คสช.อีกแล้ว แต่หากเกิดปัญหาขึ้นมา คสช.ก็ยังมีอำนาจที่จะเรียกบุคคลมารายงานตัวได้อยู่ แต่คิดว่าคงไม่มีแล้ว ส่วนจะยกเลิกให้บุคคลที่กระทำผิดขึ้นศาลทหารหรือไม่นั้น เนื้อหาในวรรคสาม มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก เรื่องให้ผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือความสงบเรียบร้อยของประเทศขึ้นศาลทหารยังมีผลบังคับใช้อยู่ ก็ยังจำเป็นต้องขึ้นศาลทหารอยู่เช่นเดิม จนกว่าจะมีการยกเลิกเนื้อหาดังกล่าว

สรุปยอดกวาดล้างอาวุธสงคราม

เมื่อเวลา 14.15 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในฐานะทีมโฆษก คสช. ฝ่ายตำรวจ แถลงว่าจากคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 37 ที่ให้จับกุมเรื่องอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ผลการดำเนินการจนถึงปัจจุบันจับกุมไปแล้ว 90 คดี รวมทั้งที่จับกุมได้และนำมาวางทิ้งไว้ แบ่งเป็นอาวุธปืน 320 กระบอก ระเบิด 543 ลูก และกระสุนปืน 34,105 นัด นอกจากนี้ การป้องกันพิทักษ์ทรัพยากรของชาติ สตช.ได้สั่งกวดขันระดมจับกุมการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้พะยูงระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-22 มิ.ย. สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 547 คดี มูลค่าความเสียหาย 787 ล้านบาท แบ่งเป็นจับกุมรายใหญ่ 25 คดี มูลค่า 200 ล้านบาทเศษ และรายย่อย 524 ราย มูลค่า 585 ล้านบาทเศษ

จับโต๊ะพนันบอลรายใหญ่ 129 ราย

พ.ต.อ.ทรงพลกล่าวว่า ส่วนการจับกุมบ่อนการพนัน และการพนันทายผลฟุตบอล โดย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ และตั้งศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุม หรือซีซีโอซี ในการควบคุมและสั่งการไปยังภูธรภาคต่างๆ รวมถึงนครบาล ขณะนี้ตรวจพบ 1,018 เว็บไซต์ ได้ประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดำเนินการปิดไปแล้ว 707 เว็บไซต์ มีการจับกุมการพนันฟุตบอลทั่วประเทศมี 1,795 คดี ผู้ต้องหา 1,846 คน แบ่งเป็นเจ้ามือรายใหญ่ 129 คน ผู้เล่น 1,655 คน คนเดินโพย 160 คน มูลค่าเงินสดที่ยึดได้มีทั้งสิ้น 4 แสนบาทเศษ มูลค่าโพย 7 ล้านบาทเศษ สมุดบัญชีเงินฝาก 5 แสนบาทเศษ

รวบแก๊งทวงหนี้โหด 345 ราย

พ.ต.อ.ทรงพลกล่าวด้วยว่า ส่วนบ่อนการพนัน หวย และตู้ม้าไฟฟ้า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 312 คน ตรวจยึดตู้ม้าไฟฟ้า 3,300 ตู้ สำหรับมาตรการที่ คสช.ให้ความสนใจเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ที่เอาเปรียบกับประชาชน และติดตามทวงหนี้ด้วยการทำร้าย ในส่วนนี้ได้ดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง การฮั้วประมูล การปล่อยเงินกู้ และผู้ที่มีพฤติกรรมทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรง สามารถดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยกู้เงินนอกระบบได้ 303 คน และผู้ที่ติดตามทวงหนี้ได้ 42 คน รวม 345 คน

เปิดทางรถตู้จดทะเบียนป้ายเหลือง

ความคืบหน้าการจัดระเบียบรถตู้ นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้รถตู้ป้ายดำมานำเสนอข้อมูลเพื่อขออนุญาตจดทะเบียนเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะ หรือรถตู้ป้ายเหลือง ปัจจุบันพบว่ามีรถตู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตประมาณ 2,000 คัน แบ่งเป็นรถตู้ที่วิ่งระหว่าง กทม.กับต่างจังหวัดและรถตู้ที่วิ่งใน กทม.และปริมณฑล อย่างละ 1,000 คัน จากนั้นจะนำข้อมูลมาพิจารณาว่าควรจะรับจดทะเบียนรถตู้เพิ่มเท่าไร รวมถึงจะเข้มงวดป้องกันไม่ให้มีนายทุนที่ไม่ได้วิ่งรถจริงแอบมาลงทะเบียนเพื่อสวมสิทธิ์

ขีดเส้น 1 ก.ค.พบรถเถื่อนจับทันที

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ จะมีการเข้มงวด หากตรวจพบว่ามีรถตู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือรถตู้เถื่อนเข้ามาวิ่งให้บริการ จะดำเนินกวาดจับอย่างจริงจัง ดังนั้นผู้ประกอบการรถตู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วบขส.จะเร่งตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการออกใบอนุญาตให้ก่อนจึงจะนำรถออกมาวิ่งให้บริการได้ ส่วนการใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้ง 2 ด้านเพื่อจัดทำเป็นสถานีจุดจอดรถตู้นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ กำหนดเส้นทางให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณดังกล่าว แผนรายละเอียดคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นเสนอขอความเห็นชอบจากท คสช.ก็จะสามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การจัดระเบียบรถตู้ในแผนระยะยาวจำเป็นต้องหาพื้นที่เพื่อใช้เป็นจุดรอพักรถ เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอกับจำนวนรถ

ทบ.จัดงานขอบคุณประเทศไทย

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคสช.เป็นประธานเปิดงานโครงการปลูกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน เป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ขอบคุณประเทศไทย” เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่อย่างถูกต้องของคนไทยต่อแผ่นดิน มีปลัดกระทรวง ทหาร ตำรวจ ศิลปิน ดารา นักร้อง นักเรียน ภาคธุรกิจ สื่อสารมวลชน และประชาชน ร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมทั้งมีกิจกรรมหลากหลาย นอกจากนี้ ยังให้บุคคลขึ้นกล่าวขอบคุณประเทศไทย อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนข้าราชการ นางแป้ง ปาลสาร ชาวนาคนสุดท้ายที่รับเงินจำนำข้าว นางศิรินา ปวโรฬารโชควัฒนา ผู้แทนนักธุรกิจ และ ด.ช.ปุญรวี เกตุยิ่งยืนวงศ์ นักเรียนที่ชนะเลิศโครงการประกวดเรียงความเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้นเวทีเปิดกล่าวขอบคุณประเทศไทย

“อุดมเดช” ให้คำมั่นคืนความสงบ

พล.อ.อุดมเดชกล่าวเปิดงานว่า ขอบคุณคนไทยที่ให้กำลังใจร่วมแรงรักษาประเทศไทย ขอให้คำมั่นสัญญาว่ากองทัพจะพยายามอย่างยิ่งให้ผืนแผ่นดินไทยมีความสงบและความร่มเย็น กองทัพต้องอาศัยพี่น้องทุกคนที่ทำให้เกิดความสงบสุข ปีนี้เราเกิดปัญหาความไม่เข้าใจ ปีท่ีผ่านมาก็สะสมความไม่เข้าใจ ถึงเวลาที่ปีนี้ควรหยุดสิ่งต่างๆที่ไม่ดีไม่งาม สิ่งต่างๆที่ทำให้ไม่เข้าใจ เพื่อจะส่งมอบแผ่นดินนี้ให้กับลูกหลานไทยสืบไป

27 มิ.ย. 2557 07:31 ไทยรัฐ