วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครขายลอตเตอรี่เกินคู่ละ80บาท โดนตร.จับแน่

กวดขันตั้งแต่1ก.ค. ประชุมยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ฝ่าฝืนถูกตัดโควตา แม่ค้าจ๊ากเลิกขาย!

พ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ที่ขายเกินราคามีหนาวแน่ หลัง คสช.สั่งให้ขายในราคาฉบับละ 80 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ใครขายเกินราคาถูกจับดำเนินคดีทันที ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาหมักหมมผลประโยชน์เข้ากระเป๋าพวกเสือนอนกิน ด้านวงเสวนานักวิชาการ พบคนไทยเล่นหวยใต้ดินมากถึง 17 ล้านคน เงินสะพัดประมาณ 2 แสนล้านบาท ขายสลากกินแบ่งเกินราคาประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตัวเลขเงินพนันในไทยรวมทุกชนิดมากถึง 3 แสนล้านบาทต่อปี เสนอทางออกยกหวยใต้ดินขึ้นบนดินให้ถูกกฎหมาย แล้วออกสลากเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยโดยตรง

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาฉบับละ 80 บาทหนาวแน่ มีสิทธิโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม หากมีการขายเกินราคาที่กำหนด เมื่อคณะทำงานตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้หารือถึงปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา หลังมีประชาชนร้องเรียนมาจำนวนมาก ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ตรวจสอบปัญหาดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและมีนโยบายต้องรื้อกันใหม่ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควตาและผลประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องส่วนต่างราคาที่เกินขึ้นมา โดยให้คณะกรรมการไปดำเนินการให้ทันการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ทพญ.กุณฑีรา ตันติรังสี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯได้เชิญตัวแทนและเอเย่นต์ที่มีโควตาจำนวนมากประมาณ 300-400 รายมาหารือ ขอความร่วมมือในการจำหน่ายสลาก ไม่ให้เกินราคาที่สำนักงานฯกำหนด คือคู่ละ 80 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวผู้ขายจะได้ส่วนลด 5.60 บาท ถือว่ามีกำไรเพียงพออยู่แล้ว การขอความร่วมมือในครั้งนี้ทุกฝ่ายให้ความสนใจและพร้อมที่จะนำไปปฏิบัติตาม การที่เรียกประชุม เนื่องจากเป็นวันแรกที่ผู้ค้าสลากจะนำสลากของงวดวันที่ 16 ก.ค.2557 ไปจำหน่าย มีผู้มารับสลากไปแล้วประมาณ 3,000 คน ส่วนคนที่ไม่ได้ร่วมเข้ารับฟังการชี้แจง ได้แจกแผ่นเอกสารและแผ่นพับของทางสำนักงานฯ เพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะมีผลกับสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการขายของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะถือว่ามีความผิด มีโทษด้วยการพิจารณาปรับโควตาหรืออาจยกเลิกโควตา

“การรับสลากไปขายของบรรดาเอเย่นต์ในแต่ละงวด จะมารับก่อนที่สลากของงวดวันที่ 1 และ 16 เช่น งวดวันที่ 16 ก.ค. จะเริ่มมารับล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 25 -26 มิ.ย. เพื่อกระจายสลากไปทั่วประเทศ ก่อนงวดวันที่ 1 ก.ค. จะออกรางวัล และจะเริ่มวางขายได้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.เป็นต้นไป ที่ผ่านมาการจำหน่ายสลากเกินราคาเป็นปัญหามานานแล้ว เมื่อคสช.มีคำสั่งให้เร่งดำเนินการ สำนักงานสลากฯ ก็ขอความร่วมมือไปยังผู้ค้าทุกราย โดยกำหนดให้ขายปลีกในราคาไม่เกินคู่ละ 80 บาท” รักษาการ ผอ.สำนักงานสลากฯกล่าว

ทพญ.กุณฑีรากล่าวว่า ปกติเมื่อผู้ค้าสลากได้รับสลากไป ก็จะนำไปขายต่อ ไม่ได้นำไปขายเองทั้งหมด โดยราคาที่ซื้อ 74.40 บาท ก็จะนำไปขายให้เอเย่นต์รายใหญ่ 82 บาทบ้าง หรือ 84 บาทบ้าง ทำให้ราคาสลากต้นทางแพง เมื่อพ่อค้าเร่นำไปขายต่ออีกทอดก็ทำให้มีราคาขายปลีกหรือราคาปลายทางแพงตามไปด้วย หากผู้ค้านำไปขายด้วยตัวเองก็จะทำให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่สำนักงานสลากฯกำหนดไว้ ไม่เกินคู่ละ 80 บาท ส่วนแผงลอตเตอรี่ที่เดินขาย หรือผู้พิการจะนำไปขายในราคาสูงกว่า 80 บาท ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย สำนักงานสลากฯก็จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป และได้ให้จำหน่ายสลากราคาคู่ละ 80 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 16 ก.ค.นี้

ด้านซาปั๊วรายหนึ่งที่ขายสลากให้ผู้ค้ารายย่อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ตลาดค้าส่งลอตเตอรี่ขนาดใหญ่กล่าวว่า ต้องรอให้ยี่ปั๊วรายใหญ่เปิดราคางวดนี้ก่อน แต่มองว่ายังไงก็ได้กำไรน้อย เพราะราคาโควตาสูงถึงฉบับละ 74.40 บาท ขณะนี้กำลังคิดว่าอาจไม่ไปเปิดแผงขายสลากฯ ให้ผู้ค้ารายย่อย ที่อำเภอวังสะพุง แต่จะหันมาเป็นผู้ค้ารายย่อยขายใบละ 80 บาทเอง เนื่องจากผู้ค้าหลายรายบอกว่าจะเลิกขายเพราะมีกำไรเพียงใบละ 5 บาท หรืออาจน้อยกว่านั้น ไม่คุ้มค่าเหนื่อย

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานเสวนาหัวข้อ ลอตเตอรี่ไทยกับการสร้างโอกาสทางการศึกษา ซึ่งวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดขึ้น มี รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน ได้รับความสนใจจากนักวิชาการมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศ ผู้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้นำองค์กรปก ครองปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน เข้าฟังเสวนากว่า 300 คน

รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ ที่ปรึกษาการวิจัยและกิจการระหว่างประเทศ วิทยาลัยปกครองท้องถิ่น เปิดเผยถึงตัวเลขเงินพนันในประเทศไทย ว่าอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 13% ของ GDP เป็นเงินที่ใช้จ่ายเพื่อการพนันทุกประเภทรวมกัน เงินเหล่านี้อยู่ที่เจ้ามือ ยกเว้นเงินสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มี 28% เป็นเงินรายได้เข้ารัฐ (กระทรวงการคลัง) ที่ประชาชนพอได้ประโยชน์อยู่บ้าง ที่เหลือนอกจากนั้นประชาชนไม่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยเฉพาะคนยากจนหรือคนที่มีรายได้ต่ำ เพราะนำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อสลากกินแบ่ง เพื่อแลกกับความหวังว่าจะมีโอกาสถูกเงินรางวัล

รศ.ดร.พีรสิทธิ์กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาเบื้องต้นควรนำหวยใต้ดิน ขึ้นมาเป็นหวยบนดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญต้องออกสลากใหม่เพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า ในแง่ของการยกระดับทางการศึกษา โดยเฉพาะประโยชน์ต่อผู้มีรายได้น้อย ยกตัวอย่างหลายประเทศมีทุนเรียนฟรี มีการพัฒนาครูผู้สอน สื่อการเรียนการสอนทุกระดับ เป็นการคืนเงินแก่ประชาชน เพื่อให้ลูกหลานที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ได้รับการพัฒนา ไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศ หากมีการนำหวยบนดินขึ้นมาอย่างถูกกฎหมาย รายได้ส่วนนี้จะช่วยเรื่องการศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะขณะนี้ประเทศไทยเรื่องการศึกษายังอยู่อันดับท้ายๆ ของอาเซียน แม้จะใช้งบประมาณมากกว่าหลายประเทศ เกือบจะเท่าประเทศสิงคโปร์

ขณะที่ผู้ร่วมเสวนาอีกคน รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. กล่าวว่า จากผลสำรวจของคณะทำงานประจำวิทยาลัยฯ ที่ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลเฉพาะทาง ว่า ด้วยสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใต้การกำกับและการควบคุมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่คนไทยเรียกกันว่าลอตเตอรี่ ขณะที่หวยใต้ดินใช้เงินเฉลี่ยคนละ 9,711 บาท แต่คนเล่นมีมากถึง 17 ล้านคน ตัวเลขจึงออกมาประมาณ 2 แสนล้านบาท และสลากกินแบ่งรัฐบาล เฉลี่ยคาดว่าใช้เงินราว 4,000 บาทต่อคน ประมาณ 95,000 ล้านบาท โดยรวมเงินมูลค่าที่ขายเกินราคาประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปี ที่เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกองสลาก

รศ.ดร.ศุภวัฒนากรกล่าวด้วยว่า การแก้นิสัยของคนไทยให้เลิกเล่นการพนันคงเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นวัฒนธรรมของสังคมไปแล้ว ประมาณ 99% มองว่าเป็นการเสี่ยงโชค จึงฝากความหวังที่จะทดสอบเสี่ยงดวงด้วยการซื้อหวยใต้ดินหรือสลากกินแบ่งรัฐบาล คนไทยเล่นการพนันเพราะไม่ได้ติดการพนัน แต่เล่นเพราะไม่มีความหวังใดในชีวิต นอกจากการเล่นหวยใต้ดินหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อเสี่ยงโชค รัฐบาลและกองสลากฯควรจัดสรรรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 จัดสรรเข้าสู่กองทุนพัฒนา ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ อย่างเช่นหลายประเทศที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ เพื่อที่ยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาไทยให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

27 มิ.ย. 2557 06:52 27 มิ.ย. 2557 07:44 ไทยรัฐ