วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'โจทก์' ที่ยังถูกจับจ้อง

จูนให้เข้าใจตรงกัน

กับคิวที่ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพ ในฐานะทีมโฆษก คสช. ต้องออกมาดับกระแสข่าว “บล็อกสื่อ” กรณี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ ระบุภายหลังการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ โดยจะตั้งคณะทำงาน 5 ด้านเพื่อติดตามข้อมูลสื่อต่างๆ

“ไม่อยากให้องค์กรสื่อกังวล คสช.จะใช้แนวทางขอความร่วมมือเพื่อให้การรับข่าวสาร ที่เป็นจริง ไม่อยากให้มีการสร้างข่าวลือ ดังนั้นต้องร่วมมือกันใช้วิจารณญาณเลือกนำเสนอข่าวที่มีความเหมาะสม”

ยืนยันไม่ใช่เป็นการลิดรอนการทำงานสื่อแต่อย่างใด

ก็เป็นอะไรที่สื่อทุกแขนงพอสบายใจขึ้นมาได้บ้าง โดยเฉพาะกับการทำหน้าที่

ของสื่อที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. น่าจะเข้าใจดี

เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันมา แม้บางครั้งจะมีความคิดหรือมุมมองแตกต่างกันบ้าง

แต่ “บิ๊กตู่” ก็ให้อิสระ เคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกันตลอด

อีกทั้งมีแนวทาง “ฟังความคิดเห็นรอบด้าน” อยู่แล้ว

แต่ที่ต้องตามชี้แจงไม่จบ ก็คือทีท่าจากนานาชาติต่อสถานการณ์รัฐประหารในไทย โดยเฉพาะจากประเทศมหาอำนาจ

สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) ยังส่งสัญญาณลบต่อประเทศไทยต่อเนื่อง

ทั้งกรณีรัฐมนตรีต่างประเทศอียู แถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทย ยุติความร่วมมือ และเรียกร้องให้ไทยมีการเลือกตั้งโดยเร็ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทูตระดับสูงผู้เชี่ยวชาญภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เสนอให้รัฐสภาสหรัฐฯระงับความร่วมมือและการช่วยเหลือต่างๆ รวมทั้งย้ายการซ้อมรบคอบร้าโกลด์จากประเทศไทย

มหาอำนาจยังฮึ่มๆกดดัน ในภาวะ “โลกล้อมประเทศไทย”

นั่นก็เป็นหน้าที่ของ คสช.จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศประสานชี้แจงข้อมูล ทั้งสถานการณ์ที่ผ่านมาในไทย รวมทั้งโรดแม็ป 3 ระยะสู่การเลือกตั้ง

ขณะที่ในทางการทูตตามยุทธศาสตร์ถ่วงดุลมหาอำนาจโลก ก็ยังมีมหาอำนาจเอเชียอย่างประเทศจีน รวมทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนยังเป็นหลังพิงให้ไทย

ล่าสุดนายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้เข้าพบ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. โดยหลังจากรับฟังแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศของ คสช.

ทูตจีนเข้าใจสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน และแสดงความเชื่อมั่นการบริหารจัดการและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งมั่นใจการค้าการลงทุนระหว่างไทย–จีนจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อิงเอเชีย พิงกำแพงเมืองจีน เผชิญแรงต้าน

แต่ที่ไม่เหนือการคาดการณ์ กับภาวะมหาอำนาจกดดัน และความเคลื่อนไหวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์จัดตั้งองค์กรเสรีไทยฯ ต่อต้านการรัฐประหาร

สุดท้ายยังมี “หน่วยเฝ้าระแวง” พยายามโยงไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ชื่อของนายใหญ่พรรคเพื่อไทยถูกเอ่ยถึงถี่ขึ้น ทั้งกรณีทีมโฆษก คสช.ต้องปฏิเสธท่าทีของอียูต่อไทย ไม่ได้เกี่ยวกับอดีตนายกฯหรือที่ พล.อ.อ.ประจินต้องตอบคำถามเรื่องการจัดตั้งกลุ่มเสรีไทยฯของนายจารุพงศ์ว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวโยง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะอดีตนายกฯยังไม่ได้แสดงอะไรออกมา

ถึงแม้หลัง คสช.ยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณมีเพียงทวิตเตอร์ข้อความ คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดการรัฐประหาร แต่ก็ขอให้ คสช.บริหารประเทศไป

เวตแอนด์ซี “นิ่ง” ในช่วง “น้ำเชี่ยว”

ส่วน “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ที่เห็นก็มีเพียงการโพสต์เฟซบุ๊ก ใช้ชีวิตปกติช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ซื้อข้าวของที่ซุปเปอร์มาร์เกต พาลูกเข้าวัดทำบุญ

ถึงยังเป็นแนว “อย่าลืมฉัน” แต่ก็ไม่ใช่การปลุกกระแส

แต่เพราะ “ระบอบทักษิณ” ถือเป็นโจทก์สำคัญในการเข้าควบคุมอำนาจประเทศของ คสช. ดังนั้นไม่ว่าจะมีความเคลื่อนไหวหรือแรงกระเพื่อมใดๆที่อาจเกี่ยวโยง

อย่างไรเสียชื่อของ “ทักษิณ” ก็ไม่พ้นโดนจับจ้อง.

ทีมข่าวการเมือง