วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อครับ…รักผมได้ไหม?



โดย น้าเมฆ

ผมมีหนังญี่ปุ่นในดวงใจตลอดกาลชื่อว่า Be with You เป็นเรื่องราวของคุณแม่ที่ย้อนกลับไปสู่อดีตเพื่อได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัว แม้จะเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้นเพียง 6 สัปดาห์ แต่เธอก็เลือกที่จะได้มีความสุขกับสามีและลูกที่เธอรัก หนังเรื่อง Be with You เป็นหนังเมื่อสิบปีที่แล้ว ผมไปดูที่โรงหนังลิโด้หลายรอบเลย ไปกี่รอบก็ร้องไห้น้ำมูกยืดออกมาจากโรงทุกครั้ง พอออกมาเป็นแผ่น ผมก็ซื้อเก็บไว้ แล้วก็เอามาเปิดดูทุกปี

ผมเพิ่งพบว่า ตอนที่ผมดูเรื่องนี้ในขณะที่สถานะเป็นโสด (แต่มีแฟน) ก็ซึ้งแบบคนมีความรัก แต่พอผมมีลูกกลับมาดูอีกรอบ ก็ซึ้งแบบคนที่มีครอบครัวแล้ว และที่น่าแปลกใจก็คือ คนที่เป็นแม่พยายามบอกเรื่องราวการกลับมาของเธอกับลูกน้อยด้วยนิทาน ซึ่งผมและภรรยาก็เล่าเรื่องต่างๆ ให้ลูกฟังผ่านนิทานอยู่เสมอ และหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้เราเริ่มสร้างสำนักพิมพ์ก้อนเมฆโดยไม่รู้ตัว

พอถึงปัจจุบัน ด้วยความที่มีลูก ทำให้ผมไม่ค่อยได้ไปดูหนังที่โรงนัก แต่เปลี่ยนมารอดูหนังแผ่นแทน ในที่สุด ผมก็ได้ดูหนังญี่ปุ่นเรื่อง Like Father, Like Son ที่อยากดูมานาน เมื่อดูจบก็ไม่ผิดหวัง เป็นหนังญี่ปุ่นอีกเรื่องที่ผมประทับใจมาก อาจเป็นเพราะเรื่องนี้บทบาทของพ่อยิ่งชัดเจนมาก และเด็กในเรื่องก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายผมตอนนี้

เรื่องนี้เดินเรื่องอย่างกระชับ เริ่มจากภาพครอบครัวแสนสุข ฐานะดี หน้าตาดีทั้งบ้าน คุณพ่อที่ดูเข้มงวดแต่หล่อมาก (ภรรยาผมกรี๊ด) กับลูกชายตาแป๋ว (ชนิดที่ว่าเห็นครั้งแรกก็หลงรักเด็กคนนี้ทันที) ลูกพยายามทำทุกอย่างตามที่พ่อคาดหวัง เช่น ฝึกเล่นเปียโน แม้ว่าจะทำได้ไม่ดี หรือแม้แต่ตอบคำถามสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนใหม่ที่เลิศหรูว่ามีครอบครัวที่อบอุ่น ชอบไปแคมปิ้งตอนฤดูร้อนและเล่นว่าวกันอย่างสนุกสนาน ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณพ่อเอาแต่ทำงานจนไม่ค่อยมีเวลาเล่นด้วยกัน

มีอยู่วันหนึ่งทางโรงพยาบาลที่แม่เคยไปคลอดลูกเมื่อ 6 ปีก่อนนั้น แจ้งมาว่ามีความผิดพลาดจากการที่เด็กสลับตัวกัน อยากให้ลองมาพบกับอีกครอบครัวและแลกลูกคืน ผมว่าถ้าเป็นใครเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงช็อกทุกคน เด็กที่เราเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดจน 6 ขวบกลับไม่ใช่ลูกของเรา คำถามเกิดขึ้นมากมาย เราจะรักเด็กคนนี้และเลี้ยงเขาต่อโดยไม่มีอคติได้หรือไม่? เราอยากได้ลูกแท้ๆ จากอีกครอบครัวเรากลับมามั้ย? ผมขอไม่เฉลย เพราะอยากให้ท่านผู้อ่านลองไปดูกันเอง โดยเฉพาะคุณพ่อทุกคน

ในเรื่องเห็นได้ชัดว่าคนที่เป็นแม่จะมีความคิดแบบหนึ่ง คนที่เป็นพ่อก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง ผมดูหนังแล้วก็ย้อนกลับมาดูตัวเอง ผมถือว่าเป็นพ่อที่ค่อนข้างเข้มงวดและดุดันกับลูก เพราะผมให้ลูกเล่นกีฬาและอยากให้มีวินัยในการฝึกซ้อม โดยมักใช้การบังคับขู่เข็ญลูกเสมอ จนรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มต่อต้านในสิ่งที่เราอยากให้เขาทำ และเกิดคำถามเหมือนในหนังที่ดูว่า “ตกลงสิ่งที่ลูกทำอยู่ เป็นเพราะเขาอยากทำเอง หรือเป็นเพราะเขาอยากทำให้เราพอใจกันแน่?”

หลังจากดูหนังเรื่องนี้ ผมถามลูกเพื่อความแน่ใจอีกครั้งและพบว่าลูกยังอยากทำอยู่ ผมเลยต้องเปลี่ยนวิธีจากการบังคับสั่งให้ทำ เป็นการพูดจากับลูกดีๆ จูงมือเขาไปเรียนด้วยกัน ผมเลือกที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูกด้วย ทุกครั้งที่ลูกหันมาที่ผม เขาจะเห็นผมทำตามโค้ชที่สอนอยู่เหมือนกัน เพื่อให้เขามั่นใจในสิ่งที่เขาทำอยู่ว่ามีคนคอยดูและให้กำลังใจอยู่เสมอ

Like Father, Like Son เป็นชื่อที่สื่อถึงหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุด พ่อในเรื่องเป็นคนเคร่งครัด บ้างาน ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนในบ้าน เพราะเกิดสภาพครอบครัวในวัยเด็กที่เขาเคยประสบมาก่อน แต่เราไม่จำเป็นที่เราต้องนำสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดต่อให้ลูกของเรา ในทางกลับกัน เราสามารถเลือกสร้างครอบครัวแบบที่เราใฝ่ฝันได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเองนี่แหละครับ

น้าเมฆ 
http://www.facebook.com/cloudbookfanpage

ผมมีหนังญี่ปุ่นในดวงใจตลอดกาลชื่อว่า Be with You เป็นเรื่องราวของคุณแม่ที่ย้อนกลับไปสู่อดีตเพื่อได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัว แม้จะเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้นเพียง 6 สัปดาห์ แต่เธอก็เลือกที่จะได้มีความสุขกับสามีและลูกที่เธอรัก ... 26 มิ.ย. 2557 23:43 27 มิ.ย. 2557 11:27 ไทยรัฐ