วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'คสช.' ชี้ 'สหรัฐฯ' รู้ไม่จริงสถานการณ์ไทย

"คสช." ชี้ "จนท.สหรัฐฯ" ไม่รู้จริงสถานการณ์การเมืองไทย ต้นเหตุแนวคิดย้ายฝึก "คอบร้าโกลด์" เผย "บัวแก้ว" เร่งทำความเข้าใจ เชื่อท่าที "อียู" ไม่ถาวร ยัน คสช.ไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี นายสกอต มาร์เชล เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่เข้าชี้แจง สถานการณ์การเมืองไทย ต่อคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอให้ระงับการช่วยเหลือทางทหารต่อประเทศไทย ว่า เรื่องนี้เป็นความเห็นของคนคนเดียวเท่านั้น ที่พูดถึงท่าทีให้สหรัฐฯ ทบทวนระงับความร่วมมือต่างๆ ทันที รวมถึงเรื่องการฝึกซ้อมในกรอบทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ กับไทย หรือคอบร้าโกลด์

ทั้งนี้ ตนมองว่า ผู้ที่พูดอาจรับข้อมูลประเทศไทยไม่เพียงพอ และได้ให้ความเห็นว่า หากประเทศไทยยังไม่เรียบร้อย ก็อาจจะให้ไปดูสถานที่ฝึกคอบร้าโกลด์ ในสถานที่อื่น โดยประเทศไทยมีความเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานชี้แจงสหรัฐฯ ด้วยวาจาและเอกสาร และเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้า คสช. เช่นเดียวกัน

เมื่อถามกรณีสหรัฐฯ ได้ระงับความช่วยเหลือที่เกี่ยวเนื่องกับงานด้านความมั่นคงให้กับประเทศไทยไปแล้ว 4.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 150 ล้านบาท) พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นมาตรการปกติ และเป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับประเทศที่มีการควบคุมอำนาจการปกครอง ทั้งนี้ เชื่อว่าภายหลังการทำความเข้าใจ ทุกอย่างจะดีขึ้น และเชื่อว่าระยะต่อไป สหรัฐฯ อาจมีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงได้

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนท่าทีของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ที่อาจจะต้องขอชะลอในการที่จะมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการนั้น ปกติการเดินทางมาเยือนก็ไม่ได้มีกันบ่อย ซึ่งมาตรการและการชะลอการลงนามข้อตกลงความร่วมมือในทุกมิติ อาจจะขอชะลอจนกว่าจะมีประชาธิปไตยโดยสมบรูณ์ ในทั้ง 2 ส่วนนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ท่าทีที่ถาวร เป็นแค่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่มีส่วนในเรื่องของเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน เราต้องทำความเข้าในเรื่องของอียูใน 3 ลักษณะ 1. คือ ข้อกังวลซึ่งก็เป็นข้อกังวลพื้นฐานทั่วไป เช่น อยากให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์โดยเร็ว 2.ไม่อยากให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อผู้ที่คิดเห็นทางการเมือง และ 3.อยากจะให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งในเรื่องของการคืนประชาธิปไตยที่สมบรูณ์นั้น ในส่วนของประชาธิปไตย ถือว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาเพื่อรักษาประชาธิปไตยโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ในมุมมองที่เหมือนกัน เพราะแต่ก่อนนั้นมองคนละมุม ต่อไปเป็นการเลือกตั้ง ทาง คสช.ได้กำหนดกรอบไว้เรียบร้อยแล้ว ที่แบ่งออกเป็นระยะๆ 3 ระยะ 

"ทั้งหมดเราได้มีข้อมูลอยู่แล้วทั้งหมด" จากการติดตามจากสื่อ มีเพียงสหรัฐฯ กลุ่มอียู ที่อาจยังรับทราบข้อมูลไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของความสงบเรียบร้อย ที่ปัจจุบันนี้เรามีความเรียบร้อย ประชาชนมีความพึงพอใจ และความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่มีแล้ว ความวุ่นวายในบ้านเมืองก็ไม่มี ส่วนสภาพเศรษฐกิจก็สามารถเดินต่อไปได้ ความเดือดร้อนของประชาชนก็ได้รับการแก้ไข ซึ่งต้องแยกออกเป็นประเด็นไปตามข้อสงสัย

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติของ คสช. ต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ในการดำเนินการไม่ใช่การดำเนินการอย่างคนที่ผู้กระทำความผิด แต่ดำเนินการในลักษณะผู้ที่เป็นมิตรต่อกัน เราคนไทย มีความโอบอ้อมอารีต่อกัน พูดคุยกันด้วยเหตุผล รู้เรื่อง ยืนยันว่าตั้งแต่ คสช.ตั้งขึ้นมา เราไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชน และเราก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก" รองโฆษก คสช. กล่าว.