วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิเคราะห์ เจาะลึก 16 ทีมสุดท้าย บอลโลก 2014

วิเคราะห์ เจาะลึก 16 ทีมสุดท้าย บอลโลก 2014

  • Share:

ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว ทีมตัวเต็งอย่าง "แชมป์เก่า" สเปนก็ล่วงรอบแรกไปอย่างช็อกวงการลูกหนัง เช่นเดียวกับขวัญใจมหาชนอย่าง อังกฤษ ก็พกฟอร์มบู่มา กระเด็นร่วงรอบแรกไปตามฟอร์ม ส่วนทีมเต็งที่เหลืออย่าง "เจ้าภาพ" บราซิล, อาร์เจนตินา หรือแม้กระทั่งรองแชมป์เก่าเนเธอร์แลนด์ ก็ตบเท้าผ่านเข้ามาในรอบนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนทีมที่เหลือใครเจอใคร ทีมไหนมีภาษีที่จะเข้ารอบดีกว่า เรามาดูกันเลย...

คู่ที่ 1 บราซิล พบ ชิลี  

บราซิล

"แซมบ้า" บราซิล เจ้าภาพในฟุตบอลโลกครั้งนี้และอดีตแชมป์โลก 5 สมัย ปีนี้สื่อคาดว่าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อลงเล่นในบ้านเกิดตัวเอง

3 นัดแรก บอลโลกครั้งนี้ ที่ผ่านไป ทัพแซมบ้าโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูเก็บชัยได้ถึง 2 เกม ในนัดเปิดสนามที่ไล่ยำโครเอเชีย 3-1 แต่มาพลาดทำได้แค่เสมอกับ เม็กซิโก ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ในนัดที่ 2 ส่วนนัดสุดท้ายกลับมาโชว์ฟอร์มโหดอีกครั้งไล่ตบแคเมอรูนไปแบบขาดลอย 4-1 มีอยู่ 7 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่มเอไปครอง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เนยมาร์ : ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลนา ทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกดตาข่ายคู่แข่งขันไปแล้วถึง 4 เมล็ด

ชิลี

ทีมดังจากโซนอเมริกาใต้ที่ยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองอีกทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้

3 นัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ของชิลี โชว์ฟอร์มได้อย่างงดงาม เมื่อประเดิมสนามไล่อัด ออสเตรเลียไป 3-1 มาถึงนัดที่ 2 ปากกาเซียนแทบหักเมื่อไล่ทุบเอาชนะ "แชมป์เก่า" สเปน ไปได้ 2-0 ส่วนนัดที่ 3 ส่งสำรองลงสนามหลายรายพลาดท่าพ่ายให้กับเนเธอร์แลนด์ไป 0-2 ทำให้ชิลีมี 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม บี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อเล็กซิซ ซานเซซ กองหน้าตัวจี๊ดสังกัดบาร์เซโลนา ความเร็วและความคล่องของเจ้าตัวคอยปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งเป็นอย่าง และมีส่วนสำคัญของแนวรุกชิลีเป็นอย่างมากที่จะขาดไปไม่ได้

ความน่าจะเป็นของเกม 

ในฐานะเจ้าภาพบราซิลได้เปรียบผู้มาเยือนอยู่แล้วแทบจะทุกทีม แม้ว่าทัวร์นาเมนต์นี้ ชิลีจะโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงแต่สภาพปัจจัยเสียงเชียร์ หรือความคุ้นเคยน่าจะดูเป็นรองเจ้าบ้านอยู่ไม่น้อยประกอบกับฟอร์มการเล่นของเจ้าหนู เนย์มาร์ที่กำลังร้อนแรงเหลือเกิน ผลที่คาดว่าเจ้าบ้านน่าจะเฉือนเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด

ผลการแข่งขันที่คาด บราซิลเอาชนะชิลี ไป 2-1 

คู่ที่ 2 เนเธอร์แลนด์ พบ เม็กซิโก

เนเธอร์แลนด์

"อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ รองแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว และตัวเต็งแชมป์โลกในปีนี้ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือของทีมขนแนวรุกระดับพระกาฬหลายรายเพื่อหวังจะคว้าแชมป์ให้ได้ 

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ลูกทีมของฟาน กัล โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเหลือเกินเมื่อเก็บไปถึง 9 คะแนนเต็ม ไล่ตั้งแต่นัดแรกไล่ถล่ม "แชมป์เก่า" สเปน 5-1 นัดต่อมาเฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย 3-2 ล่าสุดเอาชนะชิลีไป 2-0 เก็บชัยทั้ง 3 นัดคว้าแชมป์ของกลุ่มบีไปครอง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกหัวไข่ของทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงตั้งแต่อยู่สโมสรบาเยิร์น มิวนิก มาจนถึงทีมชาติ ในทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 3 ประตู นำดาวซัลโวร่วมอยู่ในเวลานี้

เม็กซิโก

"จังโก้" เม็กซิโก ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ เป็นทีมขาประจำในฟุตบอลโลกเลยก็ว่าได้ ไม่เน้นสตาร์ดังแต่ทีมเวิร์กได้เรื่องพอตัวเลยทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของเม็กซิโกโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือ เริ่มจากนัดแรกเอาชนะแคเมอรูนไปได้ 1-0 มาถึงนัดที่สอง สามารถไปยันเสมอเจ้าภาพได้ 0-0 และนัดสุดท้ายโชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่มโครเอเชียไปแบบขาดลอย 4-1 มี 7 คะแนน อยู่อันดับที่ 2 ของกลุ่มเอ เนื่องจากลูกได้เสียยังเป็นรองเจ้าภาพ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

จิโอวานนี ดอส ซานโตส ดาวยิงตัวเก่งของทีมถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของ "จังโก้" เลยก็ว่าได้ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอีกราย

ความน่าจะเป็นของเกม 

เนเธอร์แลนด์ บอลโลกคราวนี้คือสังเวียนแห่งการล้างแค้นเลยก็ว่าได้ ที่แน่แน่อย่างสเปนยังโดนถลุงมาถึง 5-1 นัดนี้เจอเม็กซิโกที่ฟอร์มการเล่นกำลังดี แต่ทีเด็ดทีขาดชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ อัศวินสีส้ม จริงๆ

ผลการแข่งขันที่คาด เนเธอร์แลนด์ ชนะ เม็กซิโก 3-1

คู่ที่ 3 โคลอมเบีย พบ อุรุกวัย

โคลอมเบีย

ตัวแทนจากโซนอเมริกาใต้ทีมนี้ แม้ว่า กองหน้าตัวเก่งของพวกเขาอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา จะมีอาการบาดเจ็บไม่ได้มาร่วมทัพ แต่แข้งรายอื่นก็มีฝีมือไม่ต่างกันเลย

3 นัดที่ผ่านมาของโคลอมเบียถือว่าโชว์ฟอร์มได้แบบโหดสุดๆ คว้าชัยชนะ 3 นัดรวด เก็บ 9 คะแนนไม่แบ่งทีมไหนเลย โดยนัดแรกของพวกเขาก็โชว์ฟอร์มโหดทันทีไล่หวดเอาชนะ กรีซ ไป 3-0 ต่อมาเอาชนะ ไอวอรี โคสต์ไปอีก 2-1 ก่อนที่นัดส่งท้ายยังโชว์ฟอร์มโหดไม่เลิกไล่ทุบ ญี่ปุ่นไป 4-1 เก็บ 9 คะแนนเต็มเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม ซี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เจมส์ โรดิเกวซ ปีกตัวจี๊ดของทีม โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอด 3 เกมที่ผ่านมาและเป็นหัวใจสำคัญในเกมบุกของโคลอมเบียเป็นอย่างมาก

อุรุกวัย

"ทีมจอมโหด" ทีมจากอเมริกาใต้ฝีมือดีอีกทีมนึง อันดับที่ 4 เมื่อฟุตบอลโลกเมื่อคราวที่แล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องกองหน้าของทีมอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งโดน ฟีฟ่า แบน กรณีไปกัดคอแข้งอิตาลี ทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นในรายการนี้เรียบร้อยแล้ว

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มของอุรุกวัย ถือว่ากว่าผ่านเข้ารอบมาได้ทุลักทุเลทีเดียว เริ่มเกมแรกพ่ายแบบช็อกไปทั้งบางถูก คอสตาริกา ทีมไม้ประดับมาลูบคมถึง 1-3 เข้าสู่เกม 2 เรียกศรัทธาของแฟนบอลจอมโหดกลับมาอีกครั้ง เอาชนะ ทีมชาติอังกฤษไป 2-1 แล้วในนัดสุดท้ายก็เก็บ 3 คะแนนสำคัญโดยเอาชนะ อิตาลีไป 1-0 มี 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มดี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เอดิสัน คาวานี กองหน้าตัวที่เด็ดจาก ปารีส แชงแชร์กแมง ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของแนวรุกของทัพจอมโหด ไม่แพ้ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมที่โดนแบนหมดสิทธิ์ลงเล่นในรายการนี้เรียบร้อยแล้ว

ความน่าจะเป็นของเกม 

โคลอมเบียแม้จะขาดดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมอย่างฟาล กัล แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคนอื่นๆ ของทีมก็เป็นกำลังหลักได้ดีไม่แพ้กัน ฟอร์มของแต่ละคนกำลังเครื่องร้อน คว้าชัยมา ไม่แพ้มาแล้ว 10 เกม ยิ่งมาพบกับ อุรุกวัย ตอนนี้ ฟอร์มกำลังตะกุกตะกักยิ่งมีปัญหาเรื่องโดนโทษแบนของกองหน้าตัวเก่งของทีมอย่างหลุยส์ ซัวเรซ อีก จึงไม่น่าใช่งานยากอะไรของโคลอมเบียนัก

ผลการแข่งขันที่คาด : โคลอมเบีย ชนะ อุรุกวัย 2-0

คู่ที่ 4 คอสตาริกา พบ กรีซ

คอสตาริกา

ทีมม้ามืดในรายการนี้อย่างแท้จริง ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ หักปากกาเซียน นัดแล้วนัดเล่า ด้วยผลงานคว่ำแชมป์โลก ถึง 2 ทีมในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นทีมที่น่าจับตามองในฟุตบอลโลกคราวนี้ทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของคอสตาริกานั้น โชว์ฟอร์มได้แบบสุดติ่งกระดิ่งแมวทีเดียว เริ่มจากนัดแรก ไล่ถล่มเอาชนะ อุรุกวัยไปแบบเซียนหลายสำนักถึงกับปากกาหัก 3-1 มาในนัดที่ 2 ยังโชว์ฟอร์มดุไม่เลิก เฉือนเอาชนะอิตาลี แชมป์โลก 4 สมัยไปอีก 1-0 ส่วนนัดสุดท้ายก็ยังเล่นได้ดีเสมอกับอังกฤษไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 มี 7 แต้ม อยู่อันดับที่ 1 ของกลุ่มดี แบบแฟนลูกหนังทั่วโลกต้องปรบมือให้

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โจเอล แคมพ์เบล : อดีตหัวหอกจากอาร์เซนอลรายนี้ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในบอลโลกครั้งนี้ มีส่วนสำคัญที่พาคอสตาริกาติดลมบน ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองในทัวร์นาเมนต์นี้อีกรายนึง

กรีซ

"ทัพเทพนิยาย" กรีซ ตัวแทนจากโซนยุโรปขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เกมรับเหนียวแน่นเป็นอย่างยิ่ง เป็นทีมที่ไม่มีสตาร์เด่นร่วมทัพ แต่ทีมเวิร์กของพวกเขานั้นไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว

3 นัดที่ผ่านมา กรีซประเดิมสนามได้แบบไม่ดีโดนโคลอมเบียต้อนไปแบบขาดลอยก่อน 0-3 เข้าสู่นัดที่ 2 เก็บ 1 แต้มล้ำค่าจากญี่ปุ่น 0-0 ทั้งๆ ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ช่วงเวลาแรก มาถึงนัดสุดท้าย กรีซ กำลังจะตกรอบแต่มาได้ลูกโทษในช่วงทดเจ็บ เฉือนเอาชนะ ไอวอรี โคสต์ไป 2-1 มีอยู่ 4 คะแนน เข้ารอบมาเป็นที่ 2 ของกลุ่มซี อย่างโกงความตาย

สตาร์ที่น่าจับตามอง

จอร์จอส ซามาราส : ดาวยิงจอมเก๋า แต่ฝีมือเยี่ยม มีส่วนสำคัญที่พากรีซเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายครั้งนี้หลังจากกดจุดโทษในช่วงทดเจ็บ พาทีมคัมแบ็กได้อย่างเหลือเชื่อ จุดเด่นอยู่ที่การพักบอล ลูกโหม่ง และการทำประตู

ความน่าจะเป็นของเกมนี้

คอสตาริกากำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างดี นักเตะหลายคนกำลังคึก ไม่ต่างจาก กรีซ ที่เพิ่งโกงความตายเข้ารอบมาได้ เกมนี้จะเป็นเกมที่สูสีอย่างยิ่งในรอบนี้ ต้องอาศัยจังหวะชิงไหวชิงพริบให้ดี 90 นาทีอาจจะยังหาผู้ชนะไม่ได้ มีลุ้นถึงต่อเวลา และจุดโทษได้เลยทีเดียว

ผลการแข่งขันที่คาด

คอสตาริกา เสมอ กรีซ 1-1 ต่อเวลาพิเศษ คอสตาริกาเฉือนเอาชนะ 2-1

คู่ที่ 5  ฝรั่งเศส พบ ไนจีเรีย

ฝรั่งเศส

"ทัพตราไก่" โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดเหลือเกินในช่วงหลังๆ เกมบุกที่หวังผลได้แทบจะทุกคนในแผงแนวรุก เกมรับที่แข็งแกร่ง บอลโลกคราวนี้มีหวังทะลุไปถึงรอบลึกๆ ได้เลยทีเดียว

3 เกมที่ผ่านมาของฝรั่งเศสนั้น โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ไล่มาตั้งแต่ถลุงเอาชนะฮอนดูรัสมาในนัดแรก 3-0 ไล่กดเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 5-2 ในเกมที่ 2 แต่มาสะดุดทำได้แค่เสมอกับเอกวาดอร์ไป 0-0 ในนัดสุดท้าย ทำให้ทัพตราไก่ มี 7 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม อี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

พอล พ็อกบา เจ้าหนูแดนกลางจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุสรายนี้ เป็นหัวใจสำคัญของ ทัพตราไก่ ในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างยิ่ง ถือว่าเป็นห้องเครื่องของทีมอย่างแท้จริงกับจังหวะทำเกมบุกได้ยอดเยี่ยม แถมพังประตูในแถวสองได้ดีอย่างยิ่ง

ไนจีเรีย

"อินทรีมรกต" ตัวแทนจากโซนแอฟริกาทีมนี้ ยังโชว์ฟอร์มไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็สู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสนุก ทำให้หลายทีมจะประมาททีมนี้ไม่ได้เลยทีเดียว

3 เกมในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำได้แค่เสมอกับ อิหร่านไปแบบไม่มีสกอร์ในเกมแรก 0-0 และมาโชว์ฟอร์มเยี่ยมในนัดที่เฉือนเอาชนะ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนาไป 1-0 ในเกมที่สอง ก่อนที่จะมาพ่ายให้กับอาร์เจนตินาตัวเต็งแชมป์โลกคราวนี้ 2-3 แบบสู้ได้เลยทีเดียว ทำให้ไนจีเรียมีอยู่ 4 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มเอฟ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อาเหม็ด มูซา ปีกตัวจี๊ดของทีม มีส่วนสำคัญของแนวรุกของไนจีเรียเป็นอย่างมาก ล่าสุดกดไปถึง 2 ประตูในนัดที่พบกับเต็งแชมป์อย่างอาร์เจนตินา ถือว่าเป็น ปีกที่น่าจับตามองอีกคนในทัวร์นาเมนต์นี้

ความน่าจะเป็นของเกม

ฝรั่งเศสกำลังเล่นกันได้อย่างเข้าขากันเหลือเกินในชั่วโมงนี้ แนวรุกที่หวังผลได้ ทำให้เกมนี้ไม่น่าใช่งานที่ยากอะไรนัก อีกทั้งไนจีเรียชุดนี้ยังไม่แข็งเหมือนชุดก่อนๆ จึงทำให้ไม่น่ารอดให้กับฝรั่งเศสในนัดนี้แน่นอน

ผลการแข่งขันที่คาด

ฝรั่งเศส เอาชนะ ไนจีเรีย 3-1

คู่ที่ 6 อาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์

อาร์เจนตินา

"ทัพฟ้าขาว" ตัวเต็งแชมป์ในฟุตบอลโลก ปีนี้ เป็นทีมที่มีเกมบุกที่อันตรายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ละคนในแนวรุกถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า นำทัพโดย ลีโอเนล เมซซี เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 4 สมัย 

3 นัดที่ผ่านมาของอาร์เจนตินานั้น ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐานของพวกเขา เก็บ 9 คะแนนเต็มไล่มาตั้งแต่เอาชนะ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนาไป 2-1 นัดต่อมาเอาชนะอิหร่าน 1-0 มาถึงนัดล่อสุดก็เฉือนเอาชนะไนจีเรียได้อีก 3-2 ทำให้คว้าชัย 3 นัดรวดเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม เอฟ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

ลีโอเนล เมซซี เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 4 ปีซ้อน กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในบอลโลกครั้งนี้เมื่อสามารถพังประตูให้กับอาร์เจนตินาได้ทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ดาวยิงสังกัดบาร์เซโลนารายนี้ถือว่าเป็นตัวเต็งทั้งดาวซัลโว และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกปีนี้เลยทีเดียว

สวิตเซอร์แลนด์

ทีมจากแดนนาฬิกา เป็นอีกทีม 1 ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยผลงานที่สุดยอดตลอดในช่วงหลังๆ เมื่อทีมของพวกเขาแพ้แค่ 2 นัด จาก 21 นัดหลังสุดทุกรายการแข้งทั้งหลายของทีมกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างดีกันเลยทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของสวิตเซอร์แลนด์นั้น โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียวเริ่มตั้งแต่นัดแรกเฉือนเอาชนะ เอกวาดอร์ไปในช่วงทดเจ็บ 2-1 ต่อมานัดที่ 2 เจอฝรั่งเศสไล่ต้อน 2-5 ก่อนที่จะมาไล่ถลุงฮอนดูรัสในนัดสุดท้ายคืน 3-0 มีอยู่ 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม อี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เชอร์ดาน ชากิรี : ปีกจอมพลิ้วสังกัดบาเยิร์น มิวนิก เพิ่งจะโชว์ฟอร์มโหดตะบันแฮตริกให้กับตัวเองในนัดสุดท้ายที่เอาชนะฮอนดูรัส 3-0 เป็นตัวอันตรายในแผงรุกของสวิตเซอร์แลนด์อย่างแท้จริง

ความน่าจะเป็นของเกม

อาร์เจนตินาถึงแม้ว่าจะชนะรวด 3 เกม แต่ปัญหายังคงอยู่ที่แดนกลางที่ยังทำเกมได้ไม่ดีนัก เช่นเดียวกับแผงรับของทีมที่เสียประตูเป็นว่าเล่น ถ้าเมสซี ไม่อยู่ไม่รู้เลยว่า "ทัพฟ้าขาว" จะเป็นอย่างไร ผิดกับสวิตเซอร์แลนด์ที่ตัวดังไม่ค่อยมีเยอะแต่เน้นระบบทีมเวิร์ค ผลงานในช่วงหลังๆ ถือว่าโหดมาก แพ้แค่ 2 นัดจาก 21 นัดหลังสุด เชื่อได้เลยว่านัดนี้น่าจะมีเซอร์ไพรส์

ผลการแข่งขันที่คาด

อาร์เจนตินา เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ต่อเวลาพิเศษ สวิตเซอร์แลนด์เอาชนะ 2-1

คู่ที่ 7  เยอรมัน พบ แอลจีเรีย

เยอรมัน

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เป็นอีก 1 ตัวเต็งที่จะคั่วแชมป์ฟุตบอลโลกปีนี้ ระบบที่ยอดเยี่ยม กับนักเตะที่ดูลงตัว ทำให้โอกาสของ "ทัพอินทรีเหล็ก" ในการคว้าแชมป์ไม่น้อยไปกว่าชาติอื่นเลยทีเดียว

3 นัดที่ผ่านมาของเยอรมัน ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโหดเหี้ยมกระเทียมดองตั้งแต่เกมแรกเมื่อไหร่ อัด โปรตุเกสถึง 4-0 แต่พอมาเกม 2 ฟอร์มเกือบดร็อปลงทำได้แค่เสมอกับกานา 2-2 ในเกมสุดท้ายเยอรมันโชว์ฟอร์มเยี่ยมอีกครั้งเอาชนะ สหรัฐอเมริกาไป 1-0 เก็บ 7 คะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม จี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โธมัส มุลเลอร์ : เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวเมื่อบอลโลกครั้งที่แล้วด้วยจำนวน 5 ประตู มาถึงบอลโลกคราวนี้ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องกดไปแล้วถึง 4 ประตู เป็นดาวซัลโวอยู่เวลานี้ ดาวยิงจากบาเยิร์น มิวนิก รายนี้ถือว่าเป็นตัวจบสกอร์ชั้นดีเลยก็ว่าได้ เป็นตัวสำคัญของแนวรุกเยอรมันในบอลโลกครั้งนี้เลย

แอลจีเรีย

"จิ้งจอกแห่งทะเลทราย" แอลจีเรีย ตัวแทนจากโซนแอฟริกา ไม่ได้เข้ารอบมาด้วยโชคช่วย กับผลงานที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม ถือว่าเป็นม้ามืดในบอลโลกคราวนี้อีกทีม

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มของแอลจีเรียนั้นถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนัดแรกถึงแม้จะแพ้ให้กับเบลเยียมไป 1-2 ทั้งๆ ที่นำไปก่อน นัดที่ 2 ไล่ถลุง เกาหลีใต้ ทีมจากเอเชียไปแบบขาดลอย 4-2 มาถึงนัดสุดท้ายยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่ตีเสมอรัสเซียได้ 1-1 มีอยู่ 4 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม เอช

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โซฟิยาน เฟกูลี : จอมทัพจาก "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย เป็นหัวใจสำคุญในเกมบุกของแอลจีเรียอย่างแท้จริง ทั้งคุมเกมแดนกลางได้อย่างไร้ที่ติ ผสมกับ เกมรุกที่คอยทำเกมให้กับเพื่อนทำประตู ไม่แปลกใจเลยทำไมแอลจีเรียถึงไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น

ความน่าจะเป็นของเกม

ถ้าดูจากตัวผู้เล่นแล้ว แอลจีเรียไม่สามารถสู้เยอรมันได้เลย แต่มันไม่ใช่ แอลจีเรียชุดนี้เน้นระบบทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม น่าจะทำให้เยอรมันเหนื่อยแน่นอนในรอบนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วคาดว่าเยอรมันน่าจะมีทีเด็ดทีขาดกว่าจะทำให้เฉือนเอาชนะไปได้สำเร็จ

ผลการแข่งขันที่คาด

แอลจีเรียเซอไพรส์เสมอเยอรมัน 1-1 ในเวลา 90 นาที เยอรมันชนะจุดโทษ 

คู่ที่ 8 เบลเยียม พบ สหรัฐอเมริกา

เบลเยียม

"ปิศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม ถูกสื่อคาดว่าจะเป็นตัวสอดแทรกในการคว้าแชมป์บอลโลกปีนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยตัวนักเตะที่ค้าแข้งในเวทียุโรปอย่างคับคั่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ เบลเยียมกำลังติดลมบนอยู่ในเวลานี้

3 นัดที่ผ่านมาในรอบแรกของเบลเยียมนั้น ถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เกมแรก พลิกแซงเอาชนะแอลจีเรียไปได้ 2-1 ก่อนที่จะเฉือนเอาชนะ รัสเซียมาในช่วงท้ายเกม 1-0 และนัดล่าสุดเอาชนะเกาหลีใต้ได้อีก 1-0 แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนก็ตาม ทำให้เบลเยียมคว้าชัย 3 นัดรวด เก็บ 9 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่มเอช

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เอเดน อาซาร์ : ปีกตัวเก่งสโมสรเชลซี เป็นกำลังสำคัญของเบลเยียมที่จะขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นแนวรุกที่สร้างความแตกต่างให้กับทีม และสร้างความขวัญผวาให้กับฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

สหรัฐอเมริกา

"พญาอินทรี" สหรัฐอเมริกา ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ ไม้เบื่อไม้เบาของบอลโลก เป็นทีมที่ช่วงหลังกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ เจอร์เกน คลินซ์มัน กุนซือชาวเยอรมัน เข้ามาคุมทีม ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองอีกทีมเลยทีเดียว

3 นัดหลังในรอบแบ่งกลุ่ม สหรัฐฯทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ กานา ไปได้ในเกมแรก 2-1 ก่อนที่นัดที่ 2 จะมาเสมอกับโปรตุเกสแบบน่าชนะ 2-2 แม้ว่าจะนัดสุดท้ายจะพ่ายให้กับเยอรมันไป 0-1 แต่ผลงานโดยรวมถือว่าทำได้ดีมาก ทำให้สหรัฐฯ มี 4 คะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มจี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

คลินซ์ เดมพ์ซีย์ : แข้งกำลังหลักของทีม เคยไปค้าแข้งให้ ฟูแลม และ สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ถือว่าเป็นกองกลางตัวรุกจอมเก๋า ที่หาช่องการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว และสหรัฐฯ จะขาดเขาไปไม่ได้เลยในเวลานี้

ความน่าจะเป็นของเกม

เบลเยียมถึงจะชนะ 3 เกมรวดแต่รูปเกมไม่ได้เหนือกว่าฝั่งตรงข้ามอย่างมาก มาเจอกับ สหรัฐฯ ชั่วโมงนี้รับรองเหนื่อยแน่ เนื่องจากกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รูปเกมก็กำลังเป็นไปได้สวย คาดว่าเกมนี้น่าจะเสมอกันแล้วไปลุ้นในช่วงต่อเวลาในที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด

เบลเยียมเสมอสหรัฐอเมริกา 0-0,1-1  สหรัฐฯ ดวลจุดโทษเอาชนะเข้ารอบต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้