วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิเคราะห์ เจาะลึก 16 ทีมสุดท้าย บอลโลก 2014

ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว ทีมตัวเต็งอย่าง "แชมป์เก่า" สเปนก็ล่วงรอบแรกไปอย่างช็อกวงการลูกหนัง เช่นเดียวกับขวัญใจมหาชนอย่าง อังกฤษ ก็พกฟอร์มบู่มา กระเด็นร่วงรอบแรกไปตามฟอร์ม ส่วนทีมเต็งที่เหลืออย่าง "เจ้าภาพ" บราซิล, อาร์เจนตินา หรือแม้กระทั่งรองแชมป์เก่าเนเธอร์แลนด์ ก็ตบเท้าผ่านเข้ามาในรอบนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนทีมที่เหลือใครเจอใคร ทีมไหนมีภาษีที่จะเข้ารอบดีกว่า เรามาดูกันเลย...

คู่ที่ 1 บราซิล พบ ชิลี  

บราซิล

"แซมบ้า" บราซิล เจ้าภาพในฟุตบอลโลกครั้งนี้และอดีตแชมป์โลก 5 สมัย ปีนี้สื่อคาดว่าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อลงเล่นในบ้านเกิดตัวเอง

3 นัดแรก บอลโลกครั้งนี้ ที่ผ่านไป ทัพแซมบ้าโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูเก็บชัยได้ถึง 2 เกม ในนัดเปิดสนามที่ไล่ยำโครเอเชีย 3-1 แต่มาพลาดทำได้แค่เสมอกับ เม็กซิโก ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ในนัดที่ 2 ส่วนนัดสุดท้ายกลับมาโชว์ฟอร์มโหดอีกครั้งไล่ตบแคเมอรูนไปแบบขาดลอย 4-1 มีอยู่ 7 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่มเอไปครอง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เนยมาร์ : ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลนา ทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกดตาข่ายคู่แข่งขันไปแล้วถึง 4 เมล็ด

ชิลี

ทีมดังจากโซนอเมริกาใต้ที่ยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองอีกทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้

3 นัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ของชิลี โชว์ฟอร์มได้อย่างงดงาม เมื่อประเดิมสนามไล่อัด ออสเตรเลียไป 3-1 มาถึงนัดที่ 2 ปากกาเซียนแทบหักเมื่อไล่ทุบเอาชนะ "แชมป์เก่า" สเปน ไปได้ 2-0 ส่วนนัดที่ 3 ส่งสำรองลงสนามหลายรายพลาดท่าพ่ายให้กับเนเธอร์แลนด์ไป 0-2 ทำให้ชิลีมี 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม บี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อเล็กซิซ ซานเซซ กองหน้าตัวจี๊ดสังกัดบาร์เซโลนา ความเร็วและความคล่องของเจ้าตัวคอยปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งเป็นอย่าง และมีส่วนสำคัญของแนวรุกชิลีเป็นอย่างมากที่จะขาดไปไม่ได้

ความน่าจะเป็นของเกม 

ในฐานะเจ้าภาพบราซิลได้เปรียบผู้มาเยือนอยู่แล้วแทบจะทุกทีม แม้ว่าทัวร์นาเมนต์นี้ ชิลีจะโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงแต่สภาพปัจจัยเสียงเชียร์ หรือความคุ้นเคยน่าจะดูเป็นรองเจ้าบ้านอยู่ไม่น้อยประกอบกับฟอร์มการเล่นของเจ้าหนู เนย์มาร์ที่กำลังร้อนแรงเหลือเกิน ผลที่คาดว่าเจ้าบ้านน่าจะเฉือนเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด

ผลการแข่งขันที่คาด บราซิลเอาชนะชิลี ไป 2-1 

คู่ที่ 2 เนเธอร์แลนด์ พบ เม็กซิโก

เนเธอร์แลนด์

"อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ รองแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว และตัวเต็งแชมป์โลกในปีนี้ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือของทีมขนแนวรุกระดับพระกาฬหลายรายเพื่อหวังจะคว้าแชมป์ให้ได้ 

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ลูกทีมของฟาน กัล โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเหลือเกินเมื่อเก็บไปถึง 9 คะแนนเต็ม ไล่ตั้งแต่นัดแรกไล่ถล่ม "แชมป์เก่า" สเปน 5-1 นัดต่อมาเฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย 3-2 ล่าสุดเอาชนะชิลีไป 2-0 เก็บชัยทั้ง 3 นัดคว้าแชมป์ของกลุ่มบีไปครอง

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกหัวไข่ของทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงตั้งแต่อยู่สโมสรบาเยิร์น มิวนิก มาจนถึงทีมชาติ ในทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 3 ประตู นำดาวซัลโวร่วมอยู่ในเวลานี้

เม็กซิโก

"จังโก้" เม็กซิโก ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ เป็นทีมขาประจำในฟุตบอลโลกเลยก็ว่าได้ ไม่เน้นสตาร์ดังแต่ทีมเวิร์กได้เรื่องพอตัวเลยทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของเม็กซิโกโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือ เริ่มจากนัดแรกเอาชนะแคเมอรูนไปได้ 1-0 มาถึงนัดที่สอง สามารถไปยันเสมอเจ้าภาพได้ 0-0 และนัดสุดท้ายโชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่มโครเอเชียไปแบบขาดลอย 4-1 มี 7 คะแนน อยู่อันดับที่ 2 ของกลุ่มเอ เนื่องจากลูกได้เสียยังเป็นรองเจ้าภาพ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

จิโอวานนี ดอส ซานโตส ดาวยิงตัวเก่งของทีมถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของ "จังโก้" เลยก็ว่าได้ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอีกราย

ความน่าจะเป็นของเกม 

เนเธอร์แลนด์ บอลโลกคราวนี้คือสังเวียนแห่งการล้างแค้นเลยก็ว่าได้ ที่แน่แน่อย่างสเปนยังโดนถลุงมาถึง 5-1 นัดนี้เจอเม็กซิโกที่ฟอร์มการเล่นกำลังดี แต่ทีเด็ดทีขาดชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ อัศวินสีส้ม จริงๆ

ผลการแข่งขันที่คาด เนเธอร์แลนด์ ชนะ เม็กซิโก 3-1

คู่ที่ 3 โคลอมเบีย พบ อุรุกวัย

โคลอมเบีย

ตัวแทนจากโซนอเมริกาใต้ทีมนี้ แม้ว่า กองหน้าตัวเก่งของพวกเขาอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา จะมีอาการบาดเจ็บไม่ได้มาร่วมทัพ แต่แข้งรายอื่นก็มีฝีมือไม่ต่างกันเลย

3 นัดที่ผ่านมาของโคลอมเบียถือว่าโชว์ฟอร์มได้แบบโหดสุดๆ คว้าชัยชนะ 3 นัดรวด เก็บ 9 คะแนนไม่แบ่งทีมไหนเลย โดยนัดแรกของพวกเขาก็โชว์ฟอร์มโหดทันทีไล่หวดเอาชนะ กรีซ ไป 3-0 ต่อมาเอาชนะ ไอวอรี โคสต์ไปอีก 2-1 ก่อนที่นัดส่งท้ายยังโชว์ฟอร์มโหดไม่เลิกไล่ทุบ ญี่ปุ่นไป 4-1 เก็บ 9 คะแนนเต็มเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม ซี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เจมส์ โรดิเกวซ ปีกตัวจี๊ดของทีม โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอด 3 เกมที่ผ่านมาและเป็นหัวใจสำคัญในเกมบุกของโคลอมเบียเป็นอย่างมาก

อุรุกวัย

"ทีมจอมโหด" ทีมจากอเมริกาใต้ฝีมือดีอีกทีมนึง อันดับที่ 4 เมื่อฟุตบอลโลกเมื่อคราวที่แล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องกองหน้าของทีมอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งโดน ฟีฟ่า แบน กรณีไปกัดคอแข้งอิตาลี ทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นในรายการนี้เรียบร้อยแล้ว

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มของอุรุกวัย ถือว่ากว่าผ่านเข้ารอบมาได้ทุลักทุเลทีเดียว เริ่มเกมแรกพ่ายแบบช็อกไปทั้งบางถูก คอสตาริกา ทีมไม้ประดับมาลูบคมถึง 1-3 เข้าสู่เกม 2 เรียกศรัทธาของแฟนบอลจอมโหดกลับมาอีกครั้ง เอาชนะ ทีมชาติอังกฤษไป 2-1 แล้วในนัดสุดท้ายก็เก็บ 3 คะแนนสำคัญโดยเอาชนะ อิตาลีไป 1-0 มี 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มดี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เอดิสัน คาวานี กองหน้าตัวที่เด็ดจาก ปารีส แชงแชร์กแมง ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของแนวรุกของทัพจอมโหด ไม่แพ้ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมที่โดนแบนหมดสิทธิ์ลงเล่นในรายการนี้เรียบร้อยแล้ว

ความน่าจะเป็นของเกม 

โคลอมเบียแม้จะขาดดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมอย่างฟาล กัล แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคนอื่นๆ ของทีมก็เป็นกำลังหลักได้ดีไม่แพ้กัน ฟอร์มของแต่ละคนกำลังเครื่องร้อน คว้าชัยมา ไม่แพ้มาแล้ว 10 เกม ยิ่งมาพบกับ อุรุกวัย ตอนนี้ ฟอร์มกำลังตะกุกตะกักยิ่งมีปัญหาเรื่องโดนโทษแบนของกองหน้าตัวเก่งของทีมอย่างหลุยส์ ซัวเรซ อีก จึงไม่น่าใช่งานยากอะไรของโคลอมเบียนัก

ผลการแข่งขันที่คาด : โคลอมเบีย ชนะ อุรุกวัย 2-0

คู่ที่ 4 คอสตาริกา พบ กรีซ

คอสตาริกา

ทีมม้ามืดในรายการนี้อย่างแท้จริง ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ หักปากกาเซียน นัดแล้วนัดเล่า ด้วยผลงานคว่ำแชมป์โลก ถึง 2 ทีมในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นทีมที่น่าจับตามองในฟุตบอลโลกคราวนี้ทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของคอสตาริกานั้น โชว์ฟอร์มได้แบบสุดติ่งกระดิ่งแมวทีเดียว เริ่มจากนัดแรก ไล่ถล่มเอาชนะ อุรุกวัยไปแบบเซียนหลายสำนักถึงกับปากกาหัก 3-1 มาในนัดที่ 2 ยังโชว์ฟอร์มดุไม่เลิก เฉือนเอาชนะอิตาลี แชมป์โลก 4 สมัยไปอีก 1-0 ส่วนนัดสุดท้ายก็ยังเล่นได้ดีเสมอกับอังกฤษไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 มี 7 แต้ม อยู่อันดับที่ 1 ของกลุ่มดี แบบแฟนลูกหนังทั่วโลกต้องปรบมือให้

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โจเอล แคมพ์เบล : อดีตหัวหอกจากอาร์เซนอลรายนี้ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในบอลโลกครั้งนี้ มีส่วนสำคัญที่พาคอสตาริกาติดลมบน ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองในทัวร์นาเมนต์นี้อีกรายนึง

กรีซ

"ทัพเทพนิยาย" กรีซ ตัวแทนจากโซนยุโรปขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เกมรับเหนียวแน่นเป็นอย่างยิ่ง เป็นทีมที่ไม่มีสตาร์เด่นร่วมทัพ แต่ทีมเวิร์กของพวกเขานั้นไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว

3 นัดที่ผ่านมา กรีซประเดิมสนามได้แบบไม่ดีโดนโคลอมเบียต้อนไปแบบขาดลอยก่อน 0-3 เข้าสู่นัดที่ 2 เก็บ 1 แต้มล้ำค่าจากญี่ปุ่น 0-0 ทั้งๆ ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ช่วงเวลาแรก มาถึงนัดสุดท้าย กรีซ กำลังจะตกรอบแต่มาได้ลูกโทษในช่วงทดเจ็บ เฉือนเอาชนะ ไอวอรี โคสต์ไป 2-1 มีอยู่ 4 คะแนน เข้ารอบมาเป็นที่ 2 ของกลุ่มซี อย่างโกงความตาย

สตาร์ที่น่าจับตามอง

จอร์จอส ซามาราส : ดาวยิงจอมเก๋า แต่ฝีมือเยี่ยม มีส่วนสำคัญที่พากรีซเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายครั้งนี้หลังจากกดจุดโทษในช่วงทดเจ็บ พาทีมคัมแบ็กได้อย่างเหลือเชื่อ จุดเด่นอยู่ที่การพักบอล ลูกโหม่ง และการทำประตู

ความน่าจะเป็นของเกมนี้

คอสตาริกากำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างดี นักเตะหลายคนกำลังคึก ไม่ต่างจาก กรีซ ที่เพิ่งโกงความตายเข้ารอบมาได้ เกมนี้จะเป็นเกมที่สูสีอย่างยิ่งในรอบนี้ ต้องอาศัยจังหวะชิงไหวชิงพริบให้ดี 90 นาทีอาจจะยังหาผู้ชนะไม่ได้ มีลุ้นถึงต่อเวลา และจุดโทษได้เลยทีเดียว

ผลการแข่งขันที่คาด

คอสตาริกา เสมอ กรีซ 1-1 ต่อเวลาพิเศษ คอสตาริกาเฉือนเอาชนะ 2-1

คู่ที่ 5  ฝรั่งเศส พบ ไนจีเรีย

ฝรั่งเศส

"ทัพตราไก่" โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดเหลือเกินในช่วงหลังๆ เกมบุกที่หวังผลได้แทบจะทุกคนในแผงแนวรุก เกมรับที่แข็งแกร่ง บอลโลกคราวนี้มีหวังทะลุไปถึงรอบลึกๆ ได้เลยทีเดียว

3 เกมที่ผ่านมาของฝรั่งเศสนั้น โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ไล่มาตั้งแต่ถลุงเอาชนะฮอนดูรัสมาในนัดแรก 3-0 ไล่กดเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 5-2 ในเกมที่ 2 แต่มาสะดุดทำได้แค่เสมอกับเอกวาดอร์ไป 0-0 ในนัดสุดท้าย ทำให้ทัพตราไก่ มี 7 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม อี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

พอล พ็อกบา เจ้าหนูแดนกลางจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุสรายนี้ เป็นหัวใจสำคัญของ ทัพตราไก่ ในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างยิ่ง ถือว่าเป็นห้องเครื่องของทีมอย่างแท้จริงกับจังหวะทำเกมบุกได้ยอดเยี่ยม แถมพังประตูในแถวสองได้ดีอย่างยิ่ง

ไนจีเรีย

"อินทรีมรกต" ตัวแทนจากโซนแอฟริกาทีมนี้ ยังโชว์ฟอร์มไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็สู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสนุก ทำให้หลายทีมจะประมาททีมนี้ไม่ได้เลยทีเดียว

3 เกมในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำได้แค่เสมอกับ อิหร่านไปแบบไม่มีสกอร์ในเกมแรก 0-0 และมาโชว์ฟอร์มเยี่ยมในนัดที่เฉือนเอาชนะ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนาไป 1-0 ในเกมที่สอง ก่อนที่จะมาพ่ายให้กับอาร์เจนตินาตัวเต็งแชมป์โลกคราวนี้ 2-3 แบบสู้ได้เลยทีเดียว ทำให้ไนจีเรียมีอยู่ 4 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มเอฟ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

อาเหม็ด มูซา ปีกตัวจี๊ดของทีม มีส่วนสำคัญของแนวรุกของไนจีเรียเป็นอย่างมาก ล่าสุดกดไปถึง 2 ประตูในนัดที่พบกับเต็งแชมป์อย่างอาร์เจนตินา ถือว่าเป็น ปีกที่น่าจับตามองอีกคนในทัวร์นาเมนต์นี้

ความน่าจะเป็นของเกม

ฝรั่งเศสกำลังเล่นกันได้อย่างเข้าขากันเหลือเกินในชั่วโมงนี้ แนวรุกที่หวังผลได้ ทำให้เกมนี้ไม่น่าใช่งานที่ยากอะไรนัก อีกทั้งไนจีเรียชุดนี้ยังไม่แข็งเหมือนชุดก่อนๆ จึงทำให้ไม่น่ารอดให้กับฝรั่งเศสในนัดนี้แน่นอน

ผลการแข่งขันที่คาด

ฝรั่งเศส เอาชนะ ไนจีเรีย 3-1

คู่ที่ 6 อาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์

อาร์เจนตินา

"ทัพฟ้าขาว" ตัวเต็งแชมป์ในฟุตบอลโลก ปีนี้ เป็นทีมที่มีเกมบุกที่อันตรายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ละคนในแนวรุกถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า นำทัพโดย ลีโอเนล เมซซี เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 4 สมัย 

3 นัดที่ผ่านมาของอาร์เจนตินานั้น ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐานของพวกเขา เก็บ 9 คะแนนเต็มไล่มาตั้งแต่เอาชนะ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนาไป 2-1 นัดต่อมาเอาชนะอิหร่าน 1-0 มาถึงนัดล่อสุดก็เฉือนเอาชนะไนจีเรียได้อีก 3-2 ทำให้คว้าชัย 3 นัดรวดเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม เอฟ

สตาร์ที่น่าจับตามอง

ลีโอเนล เมซซี เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 4 ปีซ้อน กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในบอลโลกครั้งนี้เมื่อสามารถพังประตูให้กับอาร์เจนตินาได้ทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ดาวยิงสังกัดบาร์เซโลนารายนี้ถือว่าเป็นตัวเต็งทั้งดาวซัลโว และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกปีนี้เลยทีเดียว

สวิตเซอร์แลนด์

ทีมจากแดนนาฬิกา เป็นอีกทีม 1 ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยผลงานที่สุดยอดตลอดในช่วงหลังๆ เมื่อทีมของพวกเขาแพ้แค่ 2 นัด จาก 21 นัดหลังสุดทุกรายการแข้งทั้งหลายของทีมกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างดีกันเลยทีเดียว

3 นัดในรอบแรกของสวิตเซอร์แลนด์นั้น โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียวเริ่มตั้งแต่นัดแรกเฉือนเอาชนะ เอกวาดอร์ไปในช่วงทดเจ็บ 2-1 ต่อมานัดที่ 2 เจอฝรั่งเศสไล่ต้อน 2-5 ก่อนที่จะมาไล่ถลุงฮอนดูรัสในนัดสุดท้ายคืน 3-0 มีอยู่ 6 คะแนน เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม อี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เชอร์ดาน ชากิรี : ปีกจอมพลิ้วสังกัดบาเยิร์น มิวนิก เพิ่งจะโชว์ฟอร์มโหดตะบันแฮตริกให้กับตัวเองในนัดสุดท้ายที่เอาชนะฮอนดูรัส 3-0 เป็นตัวอันตรายในแผงรุกของสวิตเซอร์แลนด์อย่างแท้จริง

ความน่าจะเป็นของเกม

อาร์เจนตินาถึงแม้ว่าจะชนะรวด 3 เกม แต่ปัญหายังคงอยู่ที่แดนกลางที่ยังทำเกมได้ไม่ดีนัก เช่นเดียวกับแผงรับของทีมที่เสียประตูเป็นว่าเล่น ถ้าเมสซี ไม่อยู่ไม่รู้เลยว่า "ทัพฟ้าขาว" จะเป็นอย่างไร ผิดกับสวิตเซอร์แลนด์ที่ตัวดังไม่ค่อยมีเยอะแต่เน้นระบบทีมเวิร์ค ผลงานในช่วงหลังๆ ถือว่าโหดมาก แพ้แค่ 2 นัดจาก 21 นัดหลังสุด เชื่อได้เลยว่านัดนี้น่าจะมีเซอร์ไพรส์

ผลการแข่งขันที่คาด

อาร์เจนตินา เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ต่อเวลาพิเศษ สวิตเซอร์แลนด์เอาชนะ 2-1

คู่ที่ 7  เยอรมัน พบ แอลจีเรีย

เยอรมัน

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เป็นอีก 1 ตัวเต็งที่จะคั่วแชมป์ฟุตบอลโลกปีนี้ ระบบที่ยอดเยี่ยม กับนักเตะที่ดูลงตัว ทำให้โอกาสของ "ทัพอินทรีเหล็ก" ในการคว้าแชมป์ไม่น้อยไปกว่าชาติอื่นเลยทีเดียว

3 นัดที่ผ่านมาของเยอรมัน ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโหดเหี้ยมกระเทียมดองตั้งแต่เกมแรกเมื่อไหร่ อัด โปรตุเกสถึง 4-0 แต่พอมาเกม 2 ฟอร์มเกือบดร็อปลงทำได้แค่เสมอกับกานา 2-2 ในเกมสุดท้ายเยอรมันโชว์ฟอร์มเยี่ยมอีกครั้งเอาชนะ สหรัฐอเมริกาไป 1-0 เก็บ 7 คะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม จี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โธมัส มุลเลอร์ : เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวเมื่อบอลโลกครั้งที่แล้วด้วยจำนวน 5 ประตู มาถึงบอลโลกคราวนี้ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องกดไปแล้วถึง 4 ประตู เป็นดาวซัลโวอยู่เวลานี้ ดาวยิงจากบาเยิร์น มิวนิก รายนี้ถือว่าเป็นตัวจบสกอร์ชั้นดีเลยก็ว่าได้ เป็นตัวสำคัญของแนวรุกเยอรมันในบอลโลกครั้งนี้เลย

แอลจีเรีย

"จิ้งจอกแห่งทะเลทราย" แอลจีเรีย ตัวแทนจากโซนแอฟริกา ไม่ได้เข้ารอบมาด้วยโชคช่วย กับผลงานที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม ถือว่าเป็นม้ามืดในบอลโลกคราวนี้อีกทีม

3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มของแอลจีเรียนั้นถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนัดแรกถึงแม้จะแพ้ให้กับเบลเยียมไป 1-2 ทั้งๆ ที่นำไปก่อน นัดที่ 2 ไล่ถลุง เกาหลีใต้ ทีมจากเอเชียไปแบบขาดลอย 4-2 มาถึงนัดสุดท้ายยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่ตีเสมอรัสเซียได้ 1-1 มีอยู่ 4 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม เอช

สตาร์ที่น่าจับตามอง

โซฟิยาน เฟกูลี : จอมทัพจาก "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย เป็นหัวใจสำคุญในเกมบุกของแอลจีเรียอย่างแท้จริง ทั้งคุมเกมแดนกลางได้อย่างไร้ที่ติ ผสมกับ เกมรุกที่คอยทำเกมให้กับเพื่อนทำประตู ไม่แปลกใจเลยทำไมแอลจีเรียถึงไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น

ความน่าจะเป็นของเกม

ถ้าดูจากตัวผู้เล่นแล้ว แอลจีเรียไม่สามารถสู้เยอรมันได้เลย แต่มันไม่ใช่ แอลจีเรียชุดนี้เน้นระบบทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม น่าจะทำให้เยอรมันเหนื่อยแน่นอนในรอบนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วคาดว่าเยอรมันน่าจะมีทีเด็ดทีขาดกว่าจะทำให้เฉือนเอาชนะไปได้สำเร็จ

ผลการแข่งขันที่คาด

แอลจีเรียเซอไพรส์เสมอเยอรมัน 1-1 ในเวลา 90 นาที เยอรมันชนะจุดโทษ 

คู่ที่ 8 เบลเยียม พบ สหรัฐอเมริกา

เบลเยียม

"ปิศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม ถูกสื่อคาดว่าจะเป็นตัวสอดแทรกในการคว้าแชมป์บอลโลกปีนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยตัวนักเตะที่ค้าแข้งในเวทียุโรปอย่างคับคั่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ เบลเยียมกำลังติดลมบนอยู่ในเวลานี้

3 นัดที่ผ่านมาในรอบแรกของเบลเยียมนั้น ถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เกมแรก พลิกแซงเอาชนะแอลจีเรียไปได้ 2-1 ก่อนที่จะเฉือนเอาชนะ รัสเซียมาในช่วงท้ายเกม 1-0 และนัดล่าสุดเอาชนะเกาหลีใต้ได้อีก 1-0 แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนก็ตาม ทำให้เบลเยียมคว้าชัย 3 นัดรวด เก็บ 9 คะแนนเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่มเอช

สตาร์ที่น่าจับตามอง

เอเดน อาซาร์ : ปีกตัวเก่งสโมสรเชลซี เป็นกำลังสำคัญของเบลเยียมที่จะขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นแนวรุกที่สร้างความแตกต่างให้กับทีม และสร้างความขวัญผวาให้กับฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

สหรัฐอเมริกา

"พญาอินทรี" สหรัฐอเมริกา ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ ไม้เบื่อไม้เบาของบอลโลก เป็นทีมที่ช่วงหลังกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ เจอร์เกน คลินซ์มัน กุนซือชาวเยอรมัน เข้ามาคุมทีม ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองอีกทีมเลยทีเดียว

3 นัดหลังในรอบแบ่งกลุ่ม สหรัฐฯทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ กานา ไปได้ในเกมแรก 2-1 ก่อนที่นัดที่ 2 จะมาเสมอกับโปรตุเกสแบบน่าชนะ 2-2 แม้ว่าจะนัดสุดท้ายจะพ่ายให้กับเยอรมันไป 0-1 แต่ผลงานโดยรวมถือว่าทำได้ดีมาก ทำให้สหรัฐฯ มี 4 คะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มจี

สตาร์ที่น่าจับตามอง

คลินซ์ เดมพ์ซีย์ : แข้งกำลังหลักของทีม เคยไปค้าแข้งให้ ฟูแลม และ สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ถือว่าเป็นกองกลางตัวรุกจอมเก๋า ที่หาช่องการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว และสหรัฐฯ จะขาดเขาไปไม่ได้เลยในเวลานี้

ความน่าจะเป็นของเกม

เบลเยียมถึงจะชนะ 3 เกมรวดแต่รูปเกมไม่ได้เหนือกว่าฝั่งตรงข้ามอย่างมาก มาเจอกับ สหรัฐฯ ชั่วโมงนี้รับรองเหนื่อยแน่ เนื่องจากกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รูปเกมก็กำลังเป็นไปได้สวย คาดว่าเกมนี้น่าจะเสมอกันแล้วไปลุ้นในช่วงต่อเวลาในที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด

เบลเยียมเสมอสหรัฐอเมริกา 0-0,1-1  สหรัฐฯ ดวลจุดโทษเอาชนะเข้ารอบต่อไป