วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผล 'นิด้าโพล' ชี้ประชาชนพอใจตำรวจป้องปราบ 'พนันบอลโลก'

นิด้าโพล เผยความเห็นประชาชนประเด็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติกับการป้องกันและปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก" พบร้อยละ 47.77 พอใจการทำงาน สตช. แต่พบประชาชนร้อยละ 40.64 มีการเล่นพนันฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้น...

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กับการป้องกันและปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2557 จากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,501 หน่วยตัวอย่าง กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ เกี่ยวกับป้องกันและปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยเฉพาะการเล่นพนันบอลออนไลน์ (ผ่านเว็บไซต์) อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ"นิด้าโพล" ด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค* จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.3

จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปริมาณการเล่นพนันฟุตบอลโลก 2041 ในครั้งนี้ เมื่อปรียบเทียบกับฟตุบอลโลกในครั้งก่อน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.64 ระบุว่า มีการเล่นพนันฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้น รองลงมา ร้อยละ 33.24 ระบุว่า มีการเล่นพนันฟุตบอลโลกลดลง ร้อยละ 12.19 ระบุว่า  มีการเล่นพนันฟุตบอลโลกเท่าเดิม และ ร้อยละ 13.92 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงการรับทราบของประชาชนเกี่ยวกับการเปิดศูนย์ป้องกันและปราบปราม การลักลอบเล่นการพนันบอลโลกของ สตช. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.02 ระบุว่า ทราบว่า สตช. ได้เปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันบอลโลก ขณะที่ ร้อยละ 25.98 ระบุว่าไม่ทราบ

ด้านความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการทำงานของ สตช. ในการป้องกันและปราบปราม การเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.77 ระบุว่า พอใจการทำงานของ สตช. ในการป้องกันและปราบปราม การเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลกในระดับมาก รองลงมา ร้อยละ 36.18 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ ร้อยละ 6.20 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่พอใจเลย ร้อยละ 8.26 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อสาเหตุสำคัญที่ทำให้การพนันบอลเป็นที่แพร่หลายในสังคมไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.65 ระบุว่า เป็นเพราะค่านิยมคนไทยที่ชอบการพนัน ชอบสนุก ชอบเสี่ยงโชค รองลงมา ร้อยละ 26.74 ระบุว่า เป็นเพราะช่องทางการพนันที่ง่ายขึ้น เช่น เล่นการพนันออนไลน์ (ผ่านเว็บไซต์) ร้อยละ 20.21 ระบุว่า เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐรับสินบนจากโต๊ะพนันบอล ร้อยละ 10.98 ระบุว่า เป็นเพราะ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 เป็นกฎหมายที่ล้าสมัย เพราะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร้อยละ 6.28 ระบุว่า เป็นเพราะประเทศไทยมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลต่างประเทศตลอด ร้อยละ 3.68 ระบุว่า เป็นเพราะการวิเคราะห์ทำนายผลฟุตบอลของกูรู นักวิเคราะห์ ร้อยละ 0.42 ระบุว่า เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจริง และการกวดขันของเจ้าหน้าที่ ไม่มีบ่อนการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภาวะทางเศรษฐกิจ และ ร้อยละ 0.04 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายสุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อสาเหตุสำคัญที่ทำให้การพนันบอลเป็นที่แพร่หลายในสังคมไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 34.41 ระบุว่า ให้ สตช. มุ่งเน้นการปราบปรามเจ้ามือรายใหญ่อย่างเด็ดขาด รองลงมา ร้อยละ 29.88 ระบุว่า สตช. ควรเข้มงวดและจัดการอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผลประโยชน์หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ไล่ออกทันที ร้อยละ 20.40 ระบุว่า สตช. ควรเสนอผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข พ.ร.บ. การพนันให้มีบทลงโทษที่สูงขึ้น ร้อยละ 9.96 ระบุว่า สตช. ควรรณรงค์ ป้องกันการเล่นการพนันบอลเป็นวาระแห่งชาติ ร้อยละ 4.05 ระบุว่า สตช. ควรเสนอห้ามมิให้มีการวิเคราะห์ ทำนายผลฟุตบอล ร้อยละ 1.19 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ควรปลูกฝังด้วยคุณธรรม จริยธรรม ให้ดูกีฬาฟุตบอลเพื่อความสนุก และชี้ให้เห็นถึงโทษของการพนัน ควรเปิดบ่อนการพนันให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับบ่อนในต่างประเทศ เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียน ในประเทศ ควรมุ่งเน้นปราบปรามที่เยาวชนเป็นหลัก เพิ่มเจ้าหน้าที่กวดขันในแหล่งที่มีการถ่ายทอด การแข่งขันฟุตบอล เช่น ร้านอาหาร ผับ และร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในการกวดขันเว็บไซต์พนันบอลให้มากขึ้น และ ร้อยละ 0.11 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ.