วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพ้ภัยตัวเอง

บอลโลกครั้งนี้ทีมจากยุโรปตกรอบระนาว โดยเฉพาะ 3 อดีตแชมป์โลก สเปน, อิตาลี และอังกฤษ ร่วงไปอย่างบอบช้ำ ทีมที่เข้ารอบแบบปาฏิหาริย์กลับเป็นกรีซที่ได้จุดโทษช่วงทดเจ็บทำให้ชนะไอวอรีโคสต์ ไปอย่างฉิวเฉียด ตัวชูโรงจึงเหลือแค่ฮอลแลนด์, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ส่วนโปรตุเกสขณะเขียนต้นฉบับผมยังไม่ทราบผล แต่สถานการณ์ก็ไม่ค่อยดีนัก

ทีมจากอเมริกาใต้ตบเท้าเข้ารอบจนแทบจะกลายเป็นศึกโคปา อเมริกา ย่อยๆ “เจ้าภาพ” บราซิล จะประเดิมรอบน็อกเอาต์ 16 สุดท้าย เป็นคู่แรกในวันที่ 28 มิ.ย. พบกับชิลีที่เคยมีคดีกันมาก่อน ในเกมอื้อฉาวรอบคัดเลือกบอลโลก 1990 โซนอเมริกาใต้
นัดสุดท้ายรอบคัดเลือก บราซิลดวลกับชิลี ที่สนามมาราคานา ในริโอ เด จาเนโร เมื่อปี 1989 เป็นเกมชี้ชะตาว่า ใครจะเข้ารอบ เหลืออีก 20 นาที บราซิลนำ 1-0 ถ้าจบสกอร์นี้ทีมแซมบ้าจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพที่อิตาลี

แฟนบอลรุ่นเก่าเมื่อ 25 ปีก่อน คงจำเหตุการณ์กันได้ เมื่อมีกองเชียร์เจ้าถิ่นที่อยู่หลัง ประตูชิลีปาพลุไฟลงมา โรแบร์โต นายทวารชิลีล้มลงไปนอนกับพื้นเอามือกุมหน้าเลือดอาบ โดยมีพลุต้นเหตุควันโขมงกองอยู่ข้างๆ แพทย์สนามเข้ามาดูอาการหามโรฮาสลงเปลออกไปปฐมพยาบาล ความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่า แฟนบราซิลปาพลุไฟลงมาโดนโรฮาส อาจถูกปรับแพ้ตกรอบคัดเลือกทั้งที่กำลังจะเข้ารอบอยู่แล้ว

แต่ความจริงปรากฏ พลุนั้นตกลงมาห่างโรฮาสร่วม 1 เมตร เขาเองต่างหากที่คิดแผนร้ายเอาใบมีดโกนซ่อนไว้ในถุงมือแล้วฉวยโอกาสกรีดหน้าตัวเองให้เลือดออกในช่วงที่พลุปล่อยควันออกมา และไม่มีใครทันสังเกตเห็น ด้วยหวังว่าจะให้บราซิลตกรอบเพราะเหตุการณ์นี้และชิลีได้ไปเล่นบอลโลกแทน

เปาโล ไทไซรา ตากล้องที่อยู่ใกล้เหตุการณ์เล่าว่า โรฮาสไม่ได้โดนพลุเลย แต่เขาและเพื่อน ช่างภาพส่วนใหญ่ก็ถ่ายไม่ทัน พลาดช็อตนี้ไป “มีเพื่อนช่างภาพนั่งข้างๆผมอยู่คนหนึ่ง ชื่อริคาร์โด อัลฟิเอรี ผมถามเขาว่า เก็บภาพไว้ได้หรือเปล่า เขาบอกว่า ได้ กดไป 4-5 ช็อต”

ยุคนั้นยังเป็นกล้องฟิล์ม ภาพหลักฐานที่ว่า โรฮาสไม่ได้โดนพลุ ต้องใช้เวลาในการล้างอัดภาพหลายชั่วโมง เจ้าของภาพต้องไปปลุกพนักงานแล็บล้างอัดรูปให้ขึ้นมาทำงานด่วนในช่วงคืนวันอาทิตย์ ทำให้พนักงานสาวรายนั้นโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง แต่ก็ทำให้จนมีภาพยืนยันว่า โรฮาสขี้โกง มีข่าวว่า สื่อยักษ์ใหญ่ในบราซิลทุ่มทุน 5,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 150,000 บาท

ขอซื้อรูปนั้นไปลง ส่งผลให้ชิลีถูกลงโทษห้ามเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งถัดไปในปี 1994 และโรฮาสถูกแบนห้ามเล่นตลอดชีวิต

บอลยุคนี้คงไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นอีกแล้ว แต่เรื่องตุกติกนอกเกมยังมีอยู่ ข่าวใหญ่ที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์บอลโลกตลอดกาล คงไม่พ้นวีรกรรมของหลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงอุรุกวัยที่อาการเก่ากำเริบ กัดเข้าที่ไหล่ของจอร์โจ คิเอลลินี กองหลังอิตาลี หลังจากคราวก่อนก็เอามือปัดบอลที่กำลังจะเข้าประตูในเวิลด์คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้มาแล้ว

ภาพเดิมๆย้อนกลับมาอีกครั้ง หลังจากซัวเรซเคยกัดคู่แข่งสมัยเล่นให้อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ปี 2010 และครั้งก่อนหน้านี้ที่กัดแขนบรานิสลาฟ อิวาโนวิช นักเตะเชลซี ปี 2013 ที่ฮอลแลนด์โดนแบนไป 7 นัด ที่อังกฤษ 10 นัด ยังไม่รวมคดีเหยียดผิวปาทริซ เอวรา อีก 8 นัด ซัวเรซทำแฮตทริก “กัด” เป็นครั้งที่ 3 จนได้

ไม่มีใครข้องใจในฝีเท้าของซัวเรซ เขาเป็นดาวยิงระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริง ผลงานการกวาดรางวัลนักเตะแห่งปีทุกสถาบันในอังกฤษเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และการเหมาคนเดียว 2 ลูกจนชนะอังกฤษทั้งที่เพิ่งผ่าเข่ามาได้เดือนเดียวเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของเขา จนมีข่าวทีมยักษ์ใหญ่ในสเปนทั้งเรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา รุมแย่งตัวกันจ้าละหวั่น

น่าเสียดายที่ซัวเรซแก้นิสัยนี้ไม่ได้ ทำไปราวกับเป็นสัญชาตญาณ ขาดความยั้งคิด หลังจบเกมนักเตะอุรุกวัยกระโดดกอดดีใจกันยกใหญ่เพราะได้เข้ารอบ แต่ปฏิกิริยาของซัวเรซผิดธรรมชาติ เขายืนเงียบงันอยู่ริมสนาม ต่างจากนัดที่ชนะอังกฤษโดยสิ้นเชิง ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่า ทำอะไรลงไป และจะต้องเจออะไรต่อไป

อุรุกวัยที่ไม่มีซัวเรซก็ยังเล่นได้ แต่น่าเสียดายที่นักเตะเก่งๆอย่างเขาต้องอดเล่นบอลโลกเกมที่เหลือในลักษณะนี้ ชีวิตค้าแข้งที่ควรจะไปได้สวยต้องสะดุดเพราะถูกลงโทษอยู่ร่ำไป ในสนามหาคนรับมือเขายาก หากจะพ่ายแพ้ ก็เป็นเพราะแพ้ภัยตัวเองทั้งนั้น.

โต้ บ้านแหลม

26 มิ.ย. 2557 08:59 26 มิ.ย. 2557 08:59 ไทยรัฐ