วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉลามขาวยันไม่ฮั้วเยอรมัน

สั่งทีมแยงกี้โต้กลับเร็ว! ‘โด้’นำฝอยทองซด‘กานา’ ‘ซัวเรซ’ฉาวกัด‘คิเอลลินี’

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ก่อเรื่องฉาวโฉ่อีกแล้ว กัดหัวไหล่จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี ระหว่างเกมฟาดแข้ง รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มดี ที่ทัพ “จอมโหด” อุรุกวัย เฉือนชนะอิตาลี ที่เหลือ 10 คน หวุดหวิด 1-0 คว้า 3 คะแนนเต็ม พร้อมซิวตั๋วผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะทีมอันดับ 2 กลุ่มดี เมื่อวันอังคาร งานนี้ ซัวเรซมีหนาว! อาจโดน “ฟีฟ่า” ลงโทษสถานหนักแบนยาวถึง 2 ปี ขณะที่จอร์โจ คิเอลลินี ปราการหลังทีมชาติอิตาลี เหยื่อกัดราย ล่าสุด โวยกรรมการไม่ยอมแจกใบแดงไล่หัวหอกอุรุกวัยออกจากสนาม ซัวเรซปฏิเสธไม่ได้ทำอะไรผิด ด้าน “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จัดเต็ม หวังหักปีก “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา ผ่านเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มจี ในการเตะรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย คืนที่ 26 มิ.ย. กุนซือทีมอินทรีเหล็กยันชัดทีมเยอรมนีจะเล่นเต็มที่ เอาชนะสหรัฐฯ โดยจะจัดทัพใหญ่เต็มสูบลงบู๊ ขณะที่ “ฉลามขาว” เจอร์เกน คลินส์มันน์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมันของทีม “แยงกี้” สหรัฐฯ ยืนยันไม่ซูเอี๋ยเยอรมนี เพื่อจูงมือกันเข้ารอบไปด้วยกัน เกมนี้ทั้งคู่เริ่มเตะ 23.00 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางช่อง 5, ช่องอาร์เอส ฟีฟ่า ทรูสปอร์ต เอชดี 3 (668) ส่วน “ฝอยทอง” โปรตุเกส ต้องลุ้นถึง 2 เด้ง นอกจากต้องชนะ “ดาวดำ” กานา ให้ได้มากที่สุดแล้ว ยังต้องลุ้นให้สหรัฐฯแพ้เยอรมนีด้วยสกอร์ 0-3 เป็นอย่างน้อยด้วย ถึงจะพลิกสถานการณ์แซงเข้ารอบ ยิงสดให้ชมทางช่อง 7 และช่อง 8 เริ่ม 5 ทุ่ม

เข้าสู่ครึ่งทางของการแข่งขันแล้ว สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่ประเทศบราซิล ซึ่งคืนนี้ (26 มิ.ย.) เป็นเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ในกลุ่มจีและเอช รวม 4 คู่ โดยไฮไลต์จะอยู่ที่ เกมชี้ชะตาเข้ารอบในกลุ่มจี เพราะกลุ่มนี้ยังไม่มีทีมไหนเข้ารอบเลย โดย “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะดวลกับ “แยงกี้” สหรัฐอเมริกา ส่วนอีกคู่จะเป็นเกมระหว่าง “ฝอยทอง” โปรตุเกส ฟัดกับ “ดาวดำ” กานา เริ่มเตะในเวลา 23.00 น. พร้อมกันทั้งสองคู่

เกมที่สนามอารีนา แปร์นัมบูโก ในเมืองเรซิเฟ ระหว่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ปะทะ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา นั้น ทั้ง 2 ทีมต่างมี 4 คะแนน (ชนะ 1 เสมอ 1) จากการลงเล่น 2 นัดเท่ากัน แต่ “อินทรีเหล็ก” นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า (บวก 4 ลูก) ส่วนสหรัฐฯ บวกอยู่แค่ลูกเดียว ถึงแม้เกมนี้เยอรมนีต้องการแค่ผลเสมอก็เพียงพอต่อการเข้ารอบ แต่โจอาคิม เลิฟ กุนซือทีมอินทรีเหล็ก ยืนยันจะให้ลูกทีมเล่นเต็มเพื่อเอาชนะสหรัฐฯเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้ โดยจะจัดทัพใหญ่เต็มสูบลงบู๊ มีเมซุต โอซิล, โทนี โครส และซามี เคดิรา ทำเกมแดนกลาง ส่วนแดนหน้าจะใช้ โทมัส มุลเลอร์ ซึ่งยิงไปแล้ว 3 ประตูในรายการนี้ ลงล่าตาข่ายร่วมกับ มาริโอ เกิทเซ ขณะที่แนวรับยังมีมานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบจากบาเยิร์น มิวนิก, แพร์ เมอร์เตซัคเกอร์, เบเนดิกต์ โฮเวเดส, ฟิลิปป์ ลาห์ม และแมตต์ ฮุมเมิลส์ เป็น 4 แบ็กโฟร์เหมือนเดิม

เจอร์เกน คลินส์มันน์ กุนซือชาวเยอรมันของ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา ออกมายืนยันเช่นกันว่า จะไม่เล่นซูเอี๋ยกับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี เพื่อจูงมือกันเข้ารอบอย่างแน่นอน นัดนี้ ทีมแยงกี้หวังจะใช้เกมโต้กลับเร็วเล่นงานแนวรับทีมอินทรีเหล็ก โดยมีคลินท์ เดมป์ซีย์ และเจอร์เมน โจนส์ เป็นอาวุธเด็ดในการทะลวงตาข่ายทีมเยอรมนี ส่วนขุมกำลังอื่นก็น่าจะเป็นชุดเดียวกับที่เกือบจะเอาชนะโปรตุเกสได้ ทั้งนี้ 2 นัดที่ผ่านมา “แยงกี้” สหรัฐฯ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ใช่หมูที่จะให้เถือเล่นได้ง่ายๆ ดังนั้น “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จึงประมาททัพ “พญาอินทรี” ไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนเกมอีกคู่ในกลุ่มจี “ฝอยทอง” โปรตุเกส ทีมบ๊วยของกลุ่ม ที่มีแค่ 1 แต้ม จาก 2 นัด เจอกับ “ดาวดำ” กานา ทีมแกร่งจากกาฬทวีป ซึ่งมี 1 แต้มเช่นกัน ที่สนามเอสตาดิโอ นาซิอองนาล ในกรุงบราซิเลีย เริ่มเตะ 23.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 และช่อง 8 เกมนี้โปรตุเกสต้องลุ้นถึง 2 เด้ง เพื่อเข้ารอบ นอกจากต้องเอาชนะกานาให้ได้เยอะที่สุดแล้ว ยังต้องลุ้นให้สหรัฐฯโดนเยอรมนีถล่มพ่ายด้วยสกอร์ 0-3 เป็นอย่างน้อยด้วย สำหรับแมตช์นี้ เปาโล เบนโต กุนซือ “ฝอยทอง” โปรตุเกส จะส่งผู้เล่นชุดดีที่สุดลงสนาม และยังมีข่าวดี เมื่อจะได้ เปเป้ กองหลังตัวแกร่ง พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้ ส่วนแนวรุกจะใช้ คริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าซุปเปอร์สตาร์จากเรอัล มาดริด, หลุยส์ นานี ปีกตัวจิ๊ดจาก “ผีแดง” แมนฯยู และเฮลเดอร์ ปอสติกา เป็น 3 ประสานในแดนหน้า ขณะที่ “ดาวดำ” กานา ก็ต้องการเอาชนะโปรตุเกสให้ได้เช่นกัน เพื่อความหวังในการเข้ารอบ โดยกานาจะส่งอซาโมอาห์ กียาน, เควิน พรินซ์ บัวเต็ง และอังเดร อายิว เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า

สำหรับนัดสุดท้ายกลุ่มเอชอีก 2 คู่นั้น “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ที่ลอยลำเข้ารอบไปแล้วหลังชนะรวด 2 นัด จะเจอกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่โอกาสเข้ารอบริบหรี่มีแค่ 1 แต้ม โดยนัดนี้ ขุนพลทีม “พลังโสม” ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเอาชนะเบลเยียมให้ได้มากที่สุด แล้วลุ้นให้แอลจีเรียกับรัสเซียเสมอกัน ถึงจะมีโอกาสพลิกแซงเข้ารอบ ขณะที่อีกคู่ “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย จะดวลกับ “หมีขาว” รัสเซีย นัดนี้ หากแอลจีเรียชนะจะตบเท้าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที ซึ่งทั้ง 2 คู่จะเริ่มเตะเวลา 03.00 น.

ควันหลงเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มดี ที่สนามเอสตาดิโอ ดาส ดูนาส ในเมืองนาตาล ประเทศบราซิล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “จอมโหด” อุรุกวัย เฉือนเอาชนะอิตาลี ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ไปได้หวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของดีเอโก โกดิน ที่โหม่งตุงตาข่าย ในนาทีที่ 82 ส่งผลให้อุรุกวัยตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการเป็นทีมอันดับ 2ของกลุ่มดี มี 6 แต้ม จาก 3 นัด เข้าไปเจอกับโคลอมเบีย แชมป์กลุ่มซี ต่อไป ส่วนอิตาลีต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

แต่ประเด็นที่กลายเป็นที่โจษจันไปทั่วโลกในเกมนี้ กลับเป็นการก่อเรื่องฉาวโฉ่ในสนามอีกครั้งของหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่แสดงพฤติกรรมสุดถ่อย ใช้ฟันกัดเข้าที่หัวไหล่ของจอร์โจ คิเอลลินี ปราการหลังทีมชาติอิตาลี ในจังหวะที่ทั้งคู่เบียดแย่งบอลกันในเขตโทษ ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม แต่ดาวยิงอุรุกวัยกลับไม่โดนลงโทษอะไรเลย เนื่องจากมาร์โก โรดริเกซ ผู้ตัดสินในเกมนี้ ไม่ทันเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่คิเอลลินีพยายามเข้าไปฟ้องผู้ตัดสิน พร้อมถกเสื้อให้ดูหลักฐานเป็นรอยแดงที่หัวไหล่ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากผู้ตัดสิน ส่วนซัวเรซก็ถูกจับภาพได้ว่าเอามือสำรวจจับฟันตัวเองว่าหักหรือไม่ ทว่าจากภาพช้าทางโทรทัศน์เห็นว่า ซัวเรซวิ่งเข้าไปหาคิเอลลินี และดูเหมือนจะเอาฟันกัดเข้าที่ไหล่ของกองหลังทีมชาติอิตาลี ในจังหวะที่ทั้งคู่เบียดกันในกรอบเขตโทษ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ซัวเรซจะไม่โดนลงโทษอะไรจากผู้ตัดสินในเกมนี้ แต่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้เตรียมลงมือสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว และหากถูกตัดสินว่าผิดจริง ซัวเรซก็มีสิทธิ์โดนฟีฟ่าแบนยาวถึง 2 ปีเลยทีเดียว

โดยล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แถลงว่า พวกเขาจะสอบสวนกรณีที่จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี กล่าวหาว่า โดนหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยกัดเข้าที่หัวไหล่ ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย กลุ่มดี ที่ “จอมโหด” อุรุกวัย เฉือนชนะ อิตาลี 1-0 เ#มื่อวันอังคารที่ผ่านมา โฆษกฟีฟ่าเผยว่า “เรากำลังรอรายงานการแข่งขันจากผู้ตัดสิน และจะรวบรวมข้อมูลต่างๆเพื่อประเมินสถานการณ์นี้”

ทั้งนี้ ฟีฟ่าสามารถลงโทษแบนนักเตะจากความผิดฐานกัดนักเตะคู่แข่งได้นานสูงสุดถึง 2 ปีหรือ 24 เดือน โดยโทษแบนสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกก็คือ การที่เมาโร ทัสซอตติ กองหลังอิตาลี โดนแบน 8 นัด โทษฐานชักศอกใส่หลุยส์ เอ็นริเก กองกลางทีมชาติสเปน ในเวิลด์คัพ 1994 ที่สหรัฐอเมริกา นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ซัวเรซก่อเหตุใช้ฟันทำร้ายกัดคู่แข่งในสนาม ก่อนหน้านี้ในปี 2010 สมัยที่เล่นให้กับอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกฮอลแลนด์ เคยโดนแบนไป 7 นัด โทษฐานกัดอ็อตมาน บัคคัล กองกลางทีมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟนต่อมาในปี 2013 สมัยเล่นให้ลิเวอร์พูล ซัวเรซก็กัดเข้าที่แขนของบรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จนโดนแบนยาวถึง 10 เกม

ขณะที่ จอร์โจ คิเอลลินี ปราการหลังทีมชาติอิตาลี แสดงความไม่พอใจผู้ตัดสินมาร์โก โรดริเกซ เป็นอย่างมาก จากการที่ไม่ยอมแจกใบแดงไล่ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมตุกติกทีมชาติอุรุกวัย ออกจากสนาม ทั้งที่เจตนากัดเข้าที่หัวไหล่ของตน คิเอลลินี มองว่า สิงห์เชิ้ตดำรายนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม โดยไล่ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ กองกลางทีมอัซซูรี ออกจากสนาม ทั้งที่ไม่ได้ทำฟาวล์รุนแรงอะไร ขณะที่ซัวเรซกลับไม่โดนลงโทษอะไรเลย ทั้งที่จงใจกัดตนอย่างชัดเจน

ปราการหลังทีมชาติอิตาลี ซึ่งตกเป็นเหยื่อกัดรายล่าสุดของซัวเรซ เผยว่า “นี่เป็นการตัดสินที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การโดนไล่ออกของมาร์คิซิโอเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี และจริงๆแล้ว ซัวเรซ กลับไม่โดนไล่ออก เห็นได้ชัดว่านี่คือความต้องการที่จะปกป้องนักเตะชั้นยอดเอาไว้ ผู้ตัดสินควรแจกใบแดงไล่ซัวเรซออกไป เพราะหลังจากนั้นเขาพยายามตบตาผู้ตัดสินด้วย ซัวเรซกัดผม ผู้ตัดสินก็เห็น แต่เขาไม่กล้าที่จะตัดสินใจแจกใบแดงไล่ซัวเรซออกไป มันเป็นเรื่องน่าอาย เกมวันนี้ถูกตัดสินโดยกรรมการ เราแสดงความรับผิดชอบของเรา แต่ผู้ตัดสินทำหน้าที่ได้แย่มากๆ เราสมควรจะเป็นทีมที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ตอนที่เล่น 11 คนเท่ากัน อุรุกวัยไม่แสดงให้เห็นถึงความอันตรายเลย ก่อนที่มาร์คิซิโอจะโดนไล่ออก เรามีการครองบอลที่ดี แต่พอเหลือ 10 คน เราก็แย่”

หลังโดน จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี กล่าวหาว่าถูกตนเองกัดเข้าที่หัวไหล่ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ก็ออกมาแก้ตัวว่า ตนบริสุทธิ์ไม่ได้ทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา ชี้มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษ และตนก็ไม่ได้กัดไหล่คิเอลลินี “มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษ เราใช้หน้าอกและหัวไหล่เบียดกัน ทันใดนั้นผมก็รู้สึกว่ามีอาการเจ็บที่ตา” ดาวยิงจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กล่าว

ขณะเดียวกัน บรรดาสื่อดังเมืองผู้ดีต่างพร้อมใจกันจวกแหลก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่ก่อวีรกรรมสุดฉาวอีกครั้ง ชี้เป็นพฤติกรรมที่น่าอับอาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ซัวเรซเคยให้สัญญาจะกลับตัวเป็นคนดี ไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีกแล้ว ทำให้คาดกันว่า ซัวเรซคงจะลำบากที่จะอยู่ค้าแข้งในอังกฤษต่อไป เพราะคงจะโดนสื่ออังกฤษตามจิกกัดไม่เลิก ทำให้เจ้าตัวอาจตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูล โดยมีเรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน สนใจดึงตัวไปร่วมทีม

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ก่อเรื่องฉาวโฉ่อีกแล้ว กัดหัวไหล่จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี ระหว่างเกมฟาดแข้ง รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มดี ที่ทัพ “จอมโหด” อุรุกวัย เฉือนชนะอิตาลี 26 มิ.ย. 2557 03:46 26 มิ.ย. 2557 03:47 ไทยรัฐ