วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สหรัฐ'กดดันเพิ่ม จ่อระงับ! ฝึก'คอบร้าโกลด์'

บิ๊กจินรับกังวลมหาอำนาจบีบหนัก ทูตจีนหยอดคำหวาน-เชื่อมั่นคสช. ‘อดุลย์’ตั้งกก.5ชุด-มอนิเตอร์ข่าว!

สหรัฐฯขยับเพิ่มแรงบีบ หลังเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูง-ส.ส.ลุงแซมเสนอระงับการฝึกร่วม “คอบร้าโกลด์-กะรัต” ย้ายไปเมืองดาร์วิน ออสเตรเลียแทน ลั่นไม่กลัวจีนฉวยโอกาสสวมบทฮีโร่แทรกแซงไทย ยุ่นเอาด้วยตัดโปรแกรมดูงาน “โคบัง” “บิ๊กจิน” ไม่กังวลยังมีโปรแกรมฝึกอีกเพียบ กร้าวขอให้อเมริกาคิดถึงสายสัมพันธ์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมานาน ยอมรับกังวลมหาอำนาจเริ่มบีบหนัก ทูตจีนหยอดหวานเชื่อมั่น คสช. ดันการค้าไทย-จีนพุ่งพรวด บัวแก้วชี้ข่าวยังไม่ชัวร์ อ้างแค่ความเห็นส่วนตัว “สีหศักดิ์” ร่อนหนังสือประท้วงอียู หวังทบทวนมาตรการแซงก์ชั่น ทีมโฆษก คสช.เชิญ ผช.ทูตทหารเคลียร์ปมคาใจ หวังเลือดทหารคุยกันง่าย แอบเหน็บบางประเทศรู้หน้าไม่รู้ใจ “อดุลย์” ตั้งกรรมการ 5 ชุดมอนิเตอร์สื่อนำเสนอข่าวสาร สมาคมนักข่าวห่วงกระทบการรับรู้

ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่เริ่มหนักขึ้นทุกที ขณะที่ คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หัวหน้า คสช. พยายามใช้ทุกช่องทางชี้แจงทำความเข้าใจ แต่ล่าสุดมีการเผยแพร่คำให้การของเจ้าหน้าที่ทางการทูตระดับสูงของสหรัฐฯเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯเพิ่มมาตรการกดดันระงับโครงการฝึกร่วมทางทหาร “คอบร้าโกลด์” และให้ย้ายการฝึกไปที่ประเทศออสเตรเลีย

สหรัฐฯส่อตัดร่วมมือทางทหารเพิ่ม

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายละเอียดคำชี้แจงของนายสกอต มาร์เซล เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่เข้าชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย ต่อคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายมาร์เซลระบุว่า รัฐบาลไทยและสหรัฐฯมีความสัมพันธ์อันดีมายาว นานกว่า 180 ปี แต่เหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างหนักในสังคมไทย และสหรัฐฯพยายามดำรงความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทั้งยังพบปะหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเพื่อสื่อสารกันโดยตลอด แต่การก่อรัฐประหารในไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ส่งผลให้สังคมไทยก้าวถอยหลัง และระบอบประชาธิปไตยของไทยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ทำให้สหรัฐฯพิจารณาปรับท่าทีด้วยการระงับความร่วมมือต่างๆทันที รวมถึงการยกเลิกโครงการฝึกซ้อมในกรอบทวิภาคีระหว่างกองทัพสหรัฐฯและไทย ทั้งโครงการกะรัตและโครงการหนุมานการ์เดียน

ลั่นไม่กลัวจีนฉวยโอกาสโชว์ฮีโร่

นายสกอต มาร์เซล ระบุอีกว่า คณะรัฐประหารไทยปี 2557 แตกต่างจากคณะรัฐประหารปี 2549 มีแนวโน้มว่าคณะรัฐประหารชุดนี้จะอยู่ในอำนาจนานกว่าคณะรัฐประหารชุดก่อน เพราะการกำหนดกรอบเวลาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือน ก.ย. ไม่มีรายละเอียดข้อปฏิบัติที่ชัดเจน แต่กลับมีการใช้อำนาจปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐประหารต่อเนื่อง สั่งปลดเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายสนับสนุนหรือผู้ใกล้ชิดกับอดีตรัฐบาล ทั้งยังมีคำสั่งปิดกั้นและควบคุมสื่อประเภทต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่สื่อต่างประเทศ จึงมองไม่เห็นว่าการรัฐประหารจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้ เช่นเดียวกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ไม่อาจเกิดขึ้นจริงภายใต้ความกลัวและการกดดันต่างๆ สหรัฐฯจึงต้องสนับสนุนให้ไทยกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจีนอาจใช้โอกาสนี้เข้ามามีบทบาทในไทยเพิ่มขึ้น เพราะทั้งสหรัฐฯและจีนไม่มีอำนาจแทรกแซงพอจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยได้ เนื่องจากปัญหาการเมืองไทยมีรากเหง้ามาจากขั้วการเมืองที่ทรงอิทธิพลในประเทศ

ย้ายที่ฝึกคอบร้าโกลด์ไป “ดาร์วิน”

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายสตีฟ ชาบอตต์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสหรัฐฯจำเป็นต้องพิจารณาระงับโครงการฝึกซ้อมรบ “คอบร้าโกลด์” ระหว่างกองทัพสหรัฐฯและไทยในปี 2558 โดยอาจย้ายสนามฝึกซ้อมรบจากไทยไปที่เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลียแทน โดยการระงับการฝึกซ้อมรบคอบร้าโกลด์เป็นเรื่องจำเป็น เพราะเกรงว่าการฝึกซ้อมรบร่วมกับกองทัพไทย ซึ่งใช้อำนาจกดดันกลุ่มต่อต้านอย่างเปิดเผย อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อนานาประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังพิจารณาระงับโครงการความร่วมมือด้านความมั่นคง และโครงการศึกษาต่อของนายตำรวจระดับสูงของไทยในสหรัฐฯด้วย

ยุ่นตัดโปรแกรมดูงานของ สตช.

วันเดียวกันมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ทางการญี่ปุ่นได้ยกเลิกกำหนดการตำรวจไทยเข้าเยี่ยมชมงาน “โคบัง” หรือตำรวจชุมชนชุดที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการประสานความร่วมมือของตำรวจไทยและญี่ปุ่น มีกำหนดเข้าศึกษางานตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. ถึงวันที่ 29 พ.ย. แต่หลังการรัฐประหารของ คสช. เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่ทำหน้าที่ประสานงานแจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าเสียใจกับประเทศไทยด้วยที่ไม่มีระบอบประชาธิปไตยแล้ว และขอยกเลิกโครงการศึกษาดูงานดังกล่าว

ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่หอประชุมกองทัพอากาศ ดอนเมือง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคสช.รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงและต่างประเทศ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ คาดว่าจะมีผลออกมาเร็วๆนี้ ต้องดูว่าการฝึกคอบร้าโกลด์เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือสหรัฐฯ เชื่อว่าน่าจะคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันมายาวนานเป็นกรณีพิเศษ มากกว่าการโยกย้ายไปฝึกที่อื่น เมื่อถามว่า หากสหรัฐฯ ย้ายพื้นที่ฝึกคอบร้าโกลด์จะส่งผลกระทบกับไทยหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ในส่วนของกองทัพอากาศมีการฝึกกับมิตรประเทศอยู่แล้ว ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร

รับกังวลนานาชาติเพิ่มแรงบีบ

เมื่อถามว่า แรงกดดันจากต่างประเทศมีผลต่อการบริหารงานของ คสช.บ้างหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า คสช.พยายามทำความเข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ หลังจากเห็นปัญหาและเข้ามาแก้ไขเพื่อให้ประชาชนอยู่ในบรรยากาศที่มีความสุข ทำกิจกรรมได้ตามปกติ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการออกรัฐธรรมนูญการปกครอง มี ครม.จนสุดท้ายมีการปฏิรูปเพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดให้ประเทศ เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นการเลือกตั้งที่สมบูรณ์ เชื่อว่าต่างประเทศจะเริ่มเข้าใจมากขึ้นและมีทิศทางเป็นบวก เมื่อถามย้ำว่า ปฏิกิริยาต่อต้านจากต่างประเทศกดดันการทำงานของ คสช.หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ก็มีบ้าง ตนมีความกังวลมากขึ้นแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า การปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 มีปัญหากับทางสหรัฐฯ หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ช่วงนั้นสหรัฐฯก็กดดันเช่นกัน แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการทำความเข้าใจกันจนมีทิศทางที่ดีขึ้น ในปี 2550 สถานการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติเราเชื่อว่าจะเป็นแบบนั้น

ทูตจีนหยอดหวานเชื่อมั่น คสช.

ต่อมาเวลา 14.00 น.ที่ห้องรับรองพิเศษ กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจินให้การต้อนรับนายหนิง ฟู่ขุย (H.E. Mr.Ning Fukui) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อหารือข้อราชการ โดย พล.อ.ท.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. กล่าวว่า เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนแสดงความเข้าใจสถานการณ์ของไทย และหลัง คสช. เข้ามาบริหารจัดการและใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่างๆ แม้จะเป็นเวลาเพียง 1 เดือนก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจว่าการพัฒนาด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนจะมีพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมองเห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากนั้นไทยกับจีนยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาช้านาน จึงเชื่อมั่นว่านักลงทุนของจีนจะได้กลับมาดำเนินธุรกิจการค้าในเวลาอีกไม่นานนี้

นายหนิง ฟู่ขุย เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หัวหน้า คสช. และพล.อ.อ.ประจิน จะทำให้การค้าระหว่างไทยกับจีนที่หยุดชะงักลงกลับมาฟื้นตัวในเร็ววันนี้ ทางการจีนจะให้ความสำคัญทางด้านการค้าการลงทุนกับไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

บัวแก้วไร้กังวลข่าวยังไม่ชัวร์

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือกังวล เพราะยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เรื่องความช่วยเหลือทางทหารเป็นโครงการแลกเปลี่ยนตามกฎหมาย ส่วนการย้ายสถานที่ฝึกคอบบร้าโกลด์ ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะย้ายจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจ และไม่ให้สังคมตื่นตระหนก

ยันแค่ความเห็นส่วนตัว ส.ส.

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ารายงานดังกล่าว นายสก็อต มาร์เซล กล่าวถึงความสำคัญของไทยต่อสหรัฐฯ สถานการณ์การเมืองไทยก่อนการเข้ามาควบคุมอำนาจของ คสช.การดำเนินการต่างๆ ของ คสช. หลังวันที่ 22 พ.ค. การประเมินสถานการณ์และการทบทวนความร่วมมือทางการทหารบางประการ อาทิ การระงับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงประมาณ 4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่ได้ระงับไว้อยู่แล้ว การยกเลิกการฝึก CARAT ระหว่างกองทัพเรือไทย-สหรัฐฯ แต่ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องย้ายการฝึกคอบร้าโกลด์ตามที่เป็นข่าว เพียงแต่ในช่วงถาม-ตอบ นายสตีฟ ชาบ็อตต์ แสดงความเห็นส่วนตัวว่าหากสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่มีความสงบ อาจพิจารณาย้ายสถานที่การฝึก แต่ไม่ถือว่าเป็นการแถลงเปลี่ยนแปลงสถานที่ฝึก หรือยึดเป็นนโยบายของสหรัฐฯ แต่อย่างใด

“สีหศักดิ์” ร่อนหนังสือประท้วงอียู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติราชการแทน รมว.การต่างประเทศมีหนังสือถึง Baroness Ashton ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) ด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระบุว่าไทยรู้สึกผิดหวังต่อการออกมาตรการเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยของอียู ที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการในทางบวกของไทย ขอเรียกร้องให้อียูและประเทศสมาชิก ตระหนักถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทุกภาคส่วนของสังคมไทย ในการนำไปสู่ความปรองดองและการขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้าด้วยการปฏิรูปทางการเมือง บนพื้นฐานของแผนการ 3 ขั้นตอนของ คสช.เพื่อการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการมีประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

หวังให้ทบทวนมาตรการแซงก์ชั่น

ในหนังสือยังระบุอีกว่า ขอแสดงความผิดหวังกับการตัดสินใจของอียู ที่จะชะลอการลงนามความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Partnership and Cooperation Agreement-PCA) ที่การเจรจาร่างความตกลงฯดำเนินการเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เดือน พ.ย.2556 ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับอียูที่มีมายาวนาน จึงขอเรียกร้องให้อียูทบทวนมาตรการต่างๆ ที่ประกาศออกมา และยังคงความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์กับไทยต่อไป โดยคำนึงถึงบทบาททางยุทธศาสตร์ของไทยในภูมิภาค และขอย้ำว่าไทยกับอียูมีผลประโยชน์ร่วมกันมายาวนาน จึงไม่ควรให้มาตรการที่ออกมาชั่วคราวนี้ เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ โดยไทยในฐานะประเทศเป้าหมายในการลงทุนที่สำคัญและเป็นคู่ค้าลำดับที่ 3 ของอียู ในภูมิภาคอาเซียน จะยังยืนหยัดเป็นมิตรประเทศที่อียูไว้วางใจได้ และมีมิตรภาพที่ยาวนานกับอียูต่อไป

เชิญ ผช.ทูตทหารเคลียร์ปมคาใจ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เข้ารับฟังสถานการณ์และแนวทางบริหารประเทศของ คสช. ครั้งที่ 2 โดยมีผู้ช่วยทูตทหารเข้าร่วม 15 ประเทศจาก 22 ประเทศ โดย 7 ประเทศที่ ไม่มาคือ แคนนาดา สวีเดน จีน อินเดีย เกาหลี ปากีสถาน และรัสเซีย จากนั้น พ.อ.วีรชนกล่าวว่า ได้ชี้แจงผลงาน 1 เดือนของ คสช. ทั้งการจับกุมอาวุธ-บุคคลที่ร่วมขบวนการขอนแก่นโมเดล ซึ่งมีแผนจะก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว การจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถตู้ แท็กซี่ และรถจักรยานยนต์ ที่ตั้งเป้าให้เห็นผลภายใน 1 เดือน

หวังความจริงใจผ่านช่องทางทหาร

พ.อ.วีรชนกล่าวต่อว่า บรรยากาศน่าประทับใจ ผู้ช่วยทูตทหารขอให้ คสช.ใช้ช่องทางทหารสื่อสารชี้แจงข้อมูลทำความเข้าใจ เพื่อเขาจะนำข้อมูลที่ได้รับไปชี้แจงต่อรัฐบาลและกองทัพของแต่ละประเทศ เราสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจความจริงใจ ซึ่ง คสช.ขอให้ผู้ช่วยทูตทหารแต่ละประเทศหากมีอะไรสงสัย ให้สอบถามได้ผ่านช่องทางนี้ เราพร้อมตอบทุกคำถามที่สงสัย แต่มีบางเรื่องที่เขายังไม่เข้าใจและกังวลใจ คือความชัดเจนในอนาคตข้างหน้าว่า คสช.จะทำอย่างไรต่อไป ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ต่างประเทศมีปัญหากับไทยในเรื่องแผนงานของ คสช. ส่วนการประกาศลดอันดับความเชื่อถือในเรื่องการค้ามนุษย์ของทางสหรัฐอเมริกาประจำปี 2557 นั้น เราไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ เพียงแต่รายงานของสหรัฐฯเป็นการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน เม.ย.2556- เม.ย.2557 จึงอยากให้สหรัฐฯพิจารณาทบทวนเรื่องดังกล่าวใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ได้บีบคั้นเอาคำตอบจากผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐฯ เพียงแต่อยากให้นำความรู้สึกความห่วงใย ไปชี้แจงให้รัฐบาลสหรัฐฯได้รับทราบ และออกแถลงการณ์ใหม่อีกครั้ง

แอบเหน็บบางประเทศรู้หน้าไม่รู้ใจ

พ.อ.วีรชนกล่าวอีกว่า เรารู้สึกผิดหวังกับท่าทีการออกแถลงการณ์ของประเทศสมาชิกในกลุ่มอียู จึงบอกให้ผู้ช่วยทูตทหารกลุ่มประเทศอียู ช่วยทำความเข้าใจถึงบรรยากาศภายในของไทย ให้กลุ่มประเทศสมาชิกอียูรับทราบ เพราะท่าทีดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากความไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริง ตนรู้สึกพอใจการชี้แจง 85-90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของการรู้หน้าไม่รู้ใจ ประเมินไม่ได้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่จากการสังเกตสีหน้าคำพูดของผู้ช่วยทูตทหารประเทศต่างๆ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ แสดงความเป็นห่วง เขาก็พอใจและบอกให้ คสช.ชี้แจงสถานการณ์สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำให้ชี้แจงสร้างความมั่นใจ รวมทั้งให้รอผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจนว่า คสช.ได้พัฒนาประเทศไปในทางบวก

ขอทบทวนถอนฝึกคอบร้าโกลด์

พ.อ.วีรชนกล่าวว่า ส่วนกรณีที่สหรัฐฯจะย้ายฐานการฝึกคอบร้าโกลด์ไปประเทศอื่นนั้น อยากให้ทางสหรัฐฯพิจารณาใหม่ ข้อตกลงกับต่างประเทศก่อนหน้านี้ยังคงเป็นไปตามนั้น สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องชั่วคราวและเป็นปัญหาภายในประเทศ ส่วนเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องถาวรยั่งยืน ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในภูมิภาค จึงอยากให้สหรัฐฯแยกแยะเรื่องการเมืองกับเรื่องความมั่นคง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทุกประเทศในภูมิภาคนี้ รวมถึงผลประโยชน์ของสหรัฐฯเองด้วย นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงกับผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชาถึงนโยบายแรงงานต่างด้าว เพราะถือเป็นข้อห่วงใยของหัวหน้า คสช. ซึ่งผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชาก็เข้าใจพร้อมให้ความร่วมมือที่จะนำแรงงานกัมพูชากลับมาทำงานในประเทศไทยอีกครั้ง

“ธีรภัทร์” ชี้เป้าเก็บกวาดเชื้อโรคร้าย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม Dipak C. Jain ชั้น 1 อาคารศศนิเวศสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย มูลนิธิตาสว่าง มูลนิธิฟรีดริช เนามัน จัดเสวนา “ยกเครื่องประเทศไทย โจทย์ใหญ่ปฏิรูปประเทศ” โดยนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า ได้ผลักดันและเสนอให้ คสช.ว่าการจะทำเรื่องนี้ให้ยั่งยืนเหมือนยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว ควรฟอร์มในรูปแบบสภาพลเมือง จะแก้ปัญหาระยะยาวได้และคุ้มค่า โดยสภาพลเมืองเป็นเวทีตัวแทนทุกภาคส่วนในจังหวัดมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน แต่การที่อีกฝ่ายตั้งองค์ขึ้นมาต่อต้านนั้น คิดว่าเหมือนเชื้อโรคที่มีคนไข้อยู่ หากไม่ระวังปล่อยให้แทรกซ้อนก็อันตราย หมอใหญ่ต้องระวังอย่าปล่อยให้คนไข้ติดเชื้อ ซึ่งงานด้านต่างประเทศต้องทำเชิงรุกมากขึ้น เมื่อ คสช.เข้ามามีอำนาจควรเร่งคลี่คลายปัญหาหมักหมม เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องการศึกษา ให้ได้ภายในระยะเวลา 2-3 เดือน ก่อนส่งต่ออำนาจให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

แนะ คสช.ใช้ “ทูตแสบ” เคลียร์อียู

นายธีรภัทร์กล่าวต่อว่า กรณีที่มีข่าวว่าจะไม่นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้ประชาชนร่วมลงประชามติ เพราะห่วงว่าคนจะทะเลาะกันนั้น รู้สึกกังวลเพราะถ้าปราศจากความชอบธรรม รากฐานการสร้างประชาธิปไตยจะขาดความมั่นคง สำหรับปัญหาด้านต่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คสช. ควรดึงบุคคลที่มีฝีมือ เช่น นายวีรชัย พลาศัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนอร์แลนด์ มาสร้างความเข้าใจระหว่างนานาชาติ ส่วนกรณีที่อียู ประกาศมาตรการกดดันประเทศไทย และมีบุคคลบางกลุ่มแสดงการต่อต้านจะไม่ยอมซื้อสินค้านั้น กังวลว่าหากอียูประกาศยกระดับมาตรการกดดันไทย เช่น ห้ามบุคคลเข้าประเทศจะทำเช่นไร

ชง 30 จว.นำร่องปกครองตนเอง

ด้านนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปที่ควรดำเนินการคือ เรื่องการกระจายอำนาจ ต้องปฏิรูปรัฐรวมศูนย์ต้นตอการทุจริตคอร์รัปชัน โดยให้จังหวัดที่มีศักยภาพปกครองตนเองและพัฒนาพื้นที่ แนวคิดนี้เกิดขึ้นไม่ได้ช่วงที่มีรัฐบาลหรือสภาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากนักการเมืองระดับชาติเสียประโยชน์ จึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้เวลาช่วงไม่มีนักการเมืองมาปฏิรูปเรื่องนี้ อาจไม่ต้องทำพร้อมกันทั่วประเทศ แต่เลือกทำในจังหวัดที่เหมาะสม ส่วนกฎหมายขอสร้างจังหวัดปกครองตนเอง ต้องทำประชามติ และสร้างกระบวนการที่คนมีความพร้อมและเข้าใจ เบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 30 จังหวัดที่ดำเนินการได้ นอกจากนี้ต้องปฏิรูปตำรวจที่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย โดยต้องทำให้ตำรวจมีระบบการทำงานที่น่าเชื่อถือ

ห้ามเสียสมาธิขณะผ่าตัดประเทศ

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า เห็นความตั้งใจดีของ คสช. ที่ตั้งคณะทำงานเตรียมเรื่องปฏิรูป โดยตนได้ร่วมให้ข้อมูลต่อคณะทำงานดังกล่าว ที่ประกอบด้วยนายทหาร นักวิชาการ โดยใส่ใจกับรายละเอียดที่มีภาคส่วนต่างๆ เสนอความเห็น เบื้องต้นกำหนดกรอบปฏิรูปเป็น 4 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และระบบยุติธรรม และมีอีก 11 ประเด็นย่อย อาทิ ปฏิรูปการศึกษา การเข้าสู่อำนาจ การทุจริต พลังงาน และสื่อมวลชน โดยคณะทำงานวางกรอบทำประเด็นและเนื้อหาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ค. ก่อนส่งรายงานให้ คสช.พิจารณาและส่งให้ สนช. คาดว่าภายใน 2 เดือนนี้จะกำเนิดรัฐบาล สภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป ภาคประชาชนก็ต้องติดตามกระบวนการหลังจากนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงจุดนี้ จะเรียกร้องประชาธิปไตยแบบเดิมคงไม่ได้ เพราะอยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว ต้องช่วยกันให้กำลังใจให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ส่วนคนร้องอยู่นอกห้องผ่าตัดก็อย่าหวั่นไหวมาก ต้องมีสมาธิให้เพียงพอ รวมทั้งการก่อตัวกลุ่มต่างๆ เช่น อียูก็รับฟังไม่ประมาท แต่ไม่หวั่นไหวหากช่วยประคับประคองการผ่าตัดจะบรรลุได้ผลน่าพอใจ

ปชป.แนะไม่ต้องงอนง้อสหรัฐฯ

ด้านนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่สหรัฐอเมริกาประกาศตัดความช่วยเหลือด้านความมั่นคงต่อกองทัพไทย และพร้อมพิจารณาย้ายสถานที่ฝึกคอบบร้าโกลด์ไปประเทศอื่นนั้น ขอให้กำลังใจ คสช.ที่เข้ามาบริหารและแก้ไขปัญหาหลักของประเทศ ขอให้ทำต่อไป ส่วนการตัดงบฯช่วยเหลือด้านความมั่นคงราว 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 150 ล้านบาทเศษ หากเปรียบเทียบกับความสงบสุข และมองในมุมบวกว่าประเทศไทยที่อยู่ยั้งยืนยงไม่เป็นขี้ข้าต่างชาติมาได้ ก็มาจากพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ ทหารหาญ และประชาชนคนไทย จึงถือเป็นเงินเพียงเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องไปง้องอน ขอให้ คสช.เร่งสร้างความเข้าใจ ควบคู่ไปกับการทำภารกิจที่จำเป็นต้องเร่งสะสาง ตนในฐานะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งยอมรับและเข้าใจได้กับการเว้นวรรคปัดกวาดบ้านช่องของเราให้สะอาด และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็คงเห็นด้วย

ตั้ง กก. 5 ชุดมอนิเตอร์ข่าวสาร

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ครั้งที่ 1/2557 ร่วมกับตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ โดยที่ประชุมได้ปรับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ แบ่งเป็น 5 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะติดตามข้อมูลด้านสื่อวิทยุ 2.คณะติดตามสื่อโทรทัศน์ โดยทั้ง 2 คณะมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธาน 3.ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ตัวแทนสันติบาลเป็นประธาน 4.ด้านข่าวสารสื่อสังคมออนไลน์ มีปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน และ 5.ด้านข้อมูลข่าวสารต่างประเทศ มีปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน

ส.นักข่าวห่วงกระทบการรับรู้

ด้านนายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมรู้สึกเป็นกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งกับท่าทีดังกล่าว ถ้ามีแนวทางปฏิบัติที่ไม่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน กระทบและเป็นอุปสรรคกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้ ขอเรียกร้องให้คณะทำงานดังกล่าวมีท่าทีที่ชัดเจนในการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน สมาคมนักข่าวฯขอยืนยันในหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างหนักแน่น และขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกท่านได้ตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพที่มีอยู่ และใช้สิทธิและเสรีภาพนั้นอย่างรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศชาติโดยรวม สมาคมนักข่าวฯจึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมในวันที่ 26 มิ.ย.เพื่อหารือกันต่อไป

มท.ถกปลัด จว.เร่งขับเคลื่อนงาน

อีกด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 26 มิ.ย. จะมีการประชุมกับปลัดจังหวัดทั่วประเทศที่วิทยาลัยปกครอง เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานเร่งด่วนตามนโยบายของ คสช. โดยจะหารือเรื่องงานและงานแก้ไขปัญหาเร่งด่วนไปสู่ประชาชน จากนั้นจะไปรับนโยบายกับหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช. ในการแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่ง คสช.ให้ทุกกระทรวงไปจัดทำแนวทาง โดยกระทรวงมหาดไทยได้วางโครงร่างไว้เสร็จแล้ว รอนำเสนอและนำมาปรับปรุง วางเป็นนโยบายสำคัญเพื่อประกาศเป็นแนวทางการทำราชการและการดูแลท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยให้มีความเคร่งครัดมากขึ้น

จัดรูปที่ดินรับแผนโครงสร้าง พฐ.

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ว่า การจัดทำแผนแม่บทและพื้นที่เป้าหมายการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ของจังหวัด ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินแล้ว 62 จังหวัด คาดว่าภายในเดือน ส.ค. จะสามารถเสนอแผนแม่บทจัดรูปที่ดินได้ครบทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ให้สอดคล้องกับแผนปรับโครงสร้างพื้นฐานของ คสช.

กสร.ตั้งทีมแก้ปัญหาแรงงานเด็ก

ที่กระทรวงแรงงาน นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการแก้ปัญหาใช้แรงงานเด็กและแรงงานภาคบังคับ ว่าไทยจะเสนอปลดสินค้า 4 กลุ่ม คือ น้ำตาล กุ้ง ปลา และเครื่องนุ่งห่ม ให้พ้นจากข้อกล่าวหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับต่อกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาในเดือน ส.ค. ขณะนี้ กสร.ได้ตั้งคณะทำงานป้องกันและแก้ปัญหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในแต่ละกลุ่มสินค้า กำหนดนโยบาย การป้องกัน การคุ้มครอง การบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด จะมีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจน มีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจแรงงานแต่ละกลุ่มสินค้าในรูปแบบทีมสหวิชาชีพ เช่น เจ้าหน้าที่ กสร. ตำรวจ ทหารเรือ กรมเจ้าท่าบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ชี้ “จารุพงศ์” ยังไม่โยงเพื่อไทย

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบตามที่นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นควรตอบรับการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย หลังนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค มีผลวันที่ 16 มิ.ย. โดยนายจารุพงศ์ และกรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ส่วนการเคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรเสรีไทยของนายจารุพงศ์ จะเป็นเหตุเชื่อมโยงให้ยุบพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง จึงไม่ใช่การกระทำของพรรค แต่หากพบว่ามีสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือพรรคเข้าไปสนับสนุน อาจเป็นความผิดให้มีการร้องยุบพรรคได้

ขรก.อึ้งข้อความด่าที่เสาทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทำเนียบรัฐบาลกลับมาเปิดใช้อีกครั้ง ภายหลังกลุ่ม กปปส.ชุมนุมปิดล้อมนานกว่า 7 เดือน ปรากฏว่าเกิดเสียงวิพากษ์–วิจารณ์ในหมู่ข้าราชการ และสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เมื่อพบว่าบริเวณเสารั้วกำแพงด้านทิศตะวันออก ติดกับประตูกลางทำเนียบรัฐบาล หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ขนานกับคลองเปรมประชากร พบข้อความที่มีถ้อยคำด่าทอหยาบคาย เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน 4 ข้อความ อาทิ “มีวันนี้เพราะผี...ชาติบรรลัยเพราะพี่..ึง” ทำให้ผู้ที่พบเห็นถ่ายภาพไว้แล้วนำไปโพสต์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ขณะที่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ทำงานของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. และยังเป็นสถานที่แถลงข่าวของทีมโฆษก คสช.ด้วย

ออกคำสั่งใหม่แก้แรงงานทั้งระบบ

ต่อมาเวลา 22.15 น. คสช.มีคำสั่งที่ 73/2557 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ (กนร.) เพื่อแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ และปัญหาการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมจิตวิทยา โดยให้ยกเลิกคำสั่งคสช.เดิม ฉบับที่ 54/2557 โดยมีคณะกรรมการประกอบด้วย รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน มี ผบ.ทหารสูงสุด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองประธาน โดยมีกรรมการประกอบด้วย ผบ.เหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดอำนาจหน้าที่คณะกรรมการชุดดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการออกคำสั่งและประกาศอีกหลายฉบับ ครอบคลุมภารกิจงานดังกล่าว

สหรัฐฯขยับเพิ่มแรงบีบ หลังเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูง-ส.ส.ลุงแซมเสนอระงับการฝึกร่วม “คอบร้าโกลด์-กะรัต” ย้ายไปเมืองดาร์วิน ออสเตรเลียแทน 26 มิ.ย. 2557 03:43